2009/Sep/24

เสียงระเบิดที่ดังก้องออกมาจากร้านกาแฟบ้านปากเซในคืนนั้นทำให้ผมนอนผวาตื่นขึ้นมากลางดึก มันเป็นครั้งแรกของผม แต่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่สามารถนับได้ที่มันมารบกวนผมในฝันกลางดึก เหงื่อเม็ดเล็กใหญ่ผุดพรายเต็มไปทั่วหน้าผาก ผมลุกสะบัดผ้าห่มที่คลุมกายออกจากตัว ก้มมองนาฬิกาข้อมือที่ถอดวางไว้บนโต๊ะหนังสือ พรายน้ำสีเขียวเรืองบอกเวลาตีหนึ่งสิบนาที

บนโต๊ะหนังสือระเกะระกะไปด้วยเศษกระดาษที่แสดงแผนผัง พื้นที่ต่างๆ มากมาย บางแผ่นถูกทำเครื่องหมายกากบาท บางแผ่นมีรอยยับย่น ถูกขีดด้วยเส้นสีต่างๆหลากหลาย รวมไปถึงบนฝาผนังไม้ที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตหลากสีที่รอยปากกาเลือนลางเหมือนถูกติดลืมไว้มาอย่างยาวนาน

ผมลุกเดินออกมาที่ชานเรือน ในมือถือมวนยาสูบที่ถูกม้วนไว้อย่างรวกๆ แสงไฟแดงวาบจากปลายมวนสว่างขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะหรี่ลง กลิ่นฉุนของยาถูกพ่นจากปลายจมูกหลังส่งเข้าไปให้ปอดซึมซับนิโคตินอยู่พักใหญ่ สายลมจากนอกชายคาพัดเอาควันลอยม้วนจางหายไป ค่ำคืนเดือนแรมนี้ทำให้บรรยากาศภายนอกไร่ยางดูน่ากลัว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมคงไม่ต้องเข้ามาทนอยู่ในที่แห่งนี้ ณ.เวลานี้ด้วยซ้ำไป

เพลินอยู่กับกลิ่นของใบยาสูบไม่นาน พลันสายตาเหลือบเห็นแสงไฟสีส้มสว่างวับแวบอยู่ที่ปลายสวนยาง ฉับพลันผมรีบใช้มือบดใบมวนยาสูบที่ปลายแดงวาบกับมือทันที ก่อนจะพลุนผันวิ่งเข้าไปในห้องนอน ฉวยหยิบปืนยาวไทยประดิษฐ์ริมผนังและปืนพกสั้นใต้หมอน พลิกดูกระสุนในรังเพลิงก่อนจะย่องไปเลียบมองที่ชายคาจุดที่เห็นแสงไฟเมื่อสักครู่

แสงไฟสีส้มเรืองขยับแกว่ง ขนาดของดวงไฟใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะที่ใกล้ขึ้น ไม่ผิดไปจากที่ผมคิดแน่ เวลาตีหนึ่งกว่านี้คงไม่มีใครขยันมาเดินกรีดยาง และถึงใช่ การที่ออกไปจากที่นี่ในตอนนี้มันก็ยังจะปลอดภัยเสียกว่า

เป้สะพายที่วางอยู่ข้างฟูกนอนถูกหยิบพาดไหล่อย่างรวดเร็ว เศษกระดาษเปล่า, ปากกาและซองจดหมายถูกจับยัดใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ ผมมองเศษกระดาษภาพแผนผังเก่าๆที่อยู่บนโต๊ะ และตามผนัง ชั่งใจระหว่างการเก็บไปกับการทิ้งไว้อย่างเดิม อดีตมันอาจสำคัญสำหรับผม แต่ในตอนนี้ มันไม่ใช่ มันไม่มีค่าไปมากกว่าขยะ และบางที มันก็เลวไปกว่าขยะบางชิ้นเสียอีก

ผมออกไปไกลมากแล้ว ไม่มีอะไรติดตัวมากมาย เหมือนเฉกเช่นตอนที่ผมเข้ามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ เบื้องหลังของผมมองเห็นฟ้าที่เคยมืดดำ กลับสว่างไปด้วยสีแสดแดงของเปลวเพลิง กลุ่มควันดำทะมึนในค่ำคืนที่ลอยออกมาจากบ้านหลังนั้น บ้านที่ผมพึ่งเอนตัวหลับและตื่นขึ้นมาได้ยังไม่ทันครบชั่วโมง ไม่มีความรู้สึกเสียดาย ไม่มีคราบน้ำตา มีแต่รอยย่นยับจากคิ้วขมวดที่เพ่งผ่านความมืดไปยังข้างหน้าที่ไร้ซึ่งจุดหมายปลายทาง

ผมจะทำอย่างไรดี อนาคตมันกำลังจะสั้นลง มีเพียงอดีตเท่านั้นที่ค่อยๆยาวขึ้น

Xx/07/08
ถึง แม่

แม่ครับ ผมxx ครับ แม่สบายดีหรือเปล่าครับ ผมขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อหาแม่ไปนาน แม่ไม่ต้องห่วงผมนะครับ ตอนนี้ผมสบายดี บอกน้องด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง พี่ชายคนนี้ดูแลรักษาตัวเองได้ ขอให้มันช่วยดูแลทางนั้นด้วย แม่ครับ ผมคงหาโอกาสกลับไปหาแม่ได้ลำบากครับ แม้ผมออกจากกลุ่มแต่กฏของกลุ่มก็ยังดำรงไว้ เขาจะไม่สร้างปัญหาให้บ้านเราครับ ตราบเท่าที่เราไม่สร้างปัญหาใดๆให้เขา แม่ครับผมเข้าใจผิดมาตลอด สิ่งที่ผมคิดกับสิ่งที่เขาให้ผมทำมันเป็นคนละเรื่องกัน แม่จำเรื่องระเบิดในครั้งที่ผมเล่าให้ฟังได้หรือไม่ครับ ผมยอมรับครับนั่นเป็นครั้งแรกของผม คงไม่มีใครเชื่อหรอกครับว่าคนจุดฉนวนจะอยู่ร่วมเป็นผู้บาดเจ็บ ผมอยากออกครับแต่เขาไม่ให้ผมออก ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกว่าผมจะทำอย่างไรดี แต่อย่างไรก็ตามผมตัดสินใจไว้แล้วว่าระเบิดครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายของผมครับ

รักแม่ครับ รักน้องครับ
ลูกของแม่

มึงเอาไปทิ้งซะ ชายอาวุโสในชุดเครื่องแบบสีกากีตะโกนใส่ตำรวจหนุ่ม

เอ่อ เราไม่ต้องเอาเก็บไว้เป็นหลักฐานหรือครับ?” ตำรวจหนุ่มหันมองลูกพี่ จับพลิกกระดาษจดหมายไปมา

หลักฐานอะไร มึงเชื่อในสิ่งที่มันเขียนเหรอ มึงคิดเหรอว่าเชื่อไอพวกห่านี่ได้ เผลอๆแม่งเป็นพวกโจรเหี้ยเอามายัดใส่มือมันก็ได้ จะได้โยนความผิดให้ไอหมอนี่มัน ถ้าจะให้ดีตอนนี้มึงมาช่วยกันหาหัวของไอหมอนี่ก่อนดีกว่า จะได้รู้ก่อนว่ามันเป็นใครมาจากไหนเสียงตวาดดังอีกครั้ง

ตำรวจหนุ่มนั่งก้มหน้านิ่ง จ้องมองดูศพชายหนุ่ม ที่ตกเป็นเหยื่อของโจรร้าย เสียงหวอของรถพยาบาลและตำรวจดังไปทั่ว ไซเรนสีแดงหมุนวนส่องสว่าง ปลุกให้ชาวบ้านแถวนั้นเริ่มทยอยเดินเข้ามารวมกลุ่ม เข้ามาดูเหตุการณ์ที่พวกเขามีส่วนร่วมเพียงแค่ได้ยินเสียงร้องโอดโอยในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่ไม่มีแม้สักคนที่กล้าออกมาจากบ้าน

ผ้าดิบสีขาวคลุมเพียงคอเนื่องจากศรีษะถูกตัดหายไป ร่างกายมีร่องรอยถูกของแข็งทุบอยู่รอบตัว แต่ไม่มีแม้สักรอยที่เป็นรอยกระสุน มันเป็นกฏ เขารู้ กฏของการออกกลุ่ม เขาสังเกตมาแล้วหลายศพแต่จะมีประโยชน์อะไรเมื่อพูดไปแล้วหัวหน้าไม่ได้สนใจเลยสักนิด

ซองกระดาษสีขาวยับย่นรอดผ่านสายตาหลายคู่ซุกอยู่ในพงหญ้า อาจจะเป็นการจงใจหรือไม่ก็ตามของชายหนุ่มเคราะร้ายที่หลบหนีจากมัจจุราชโดยโยนกระเป๋าเป้ทิ้งไว้ข้างทาง ขณะที่ถือจดหมายกำแน่นในกำมือ ตำรวจหนุ่มหยิบซองจดหมายขึ้นมา จ่าหน้าซองมีที่อยู่อย่างเรียบร้อย แม้ร่องรอยจะเลือนรางด้วยหมึกที่เปื้อนน้ำค้างมาค่อนคืน เขาแอบซุกซองและจดหมายไว้ในกระเป๋าข้างกาย

คงไม่ผิดใช่ไหม เพราะเขาไม่ได้ขัดขืนคำสั่งหัวหน้า เขาหย่อนจดหมายทิ้งลงไปในตู้สีแดง ลบความจำเกี่ยวกับที่อยู่ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซต์จากไป เขาไม่รู้ว่าเนื้อความในจดหมายจะเป็นจริงหรือไม่ แต่มันก็ไม่สำคัญ เขายังดีใจที่อย่างน้อยเขาได้เชื่อมต่อสิ่งที่ชายคนนั้นต้องการสื่อสารถึงคนที่เขารักให้มันสมบูรณ์ขึ้น ชีวิตคนเรามันสั้นนัก อนาคตของเรามีแต่สั้นลง อดีตเท่านั้นแหละที่จะยาวนานขึ้น

มอเตอร์ไซต์ตำรวจคันนั้นพาเขาผ่านสายลมและไอหมอกเย็นยามเช้า วันนี้เขาจะเขียนจดหมายถึงแม่ ต้นยางสองข้างทางผ่านครรลองสายตาไปเรื่อยๆ ตามจังหวะความเร็วมอเตอร์ไซต์ สายตาของชาวบ้านที่ออกมากรีดยางสองข้างทางมองผ่านเขาอย่างไม่เป็นมิตร

เชื่อได้เลยว่าเนื้อความในจดหมายนั้นมันคล้ายคลึงกัน.....

 



นพพร จันทร์ฉิม
View full profile