2008/Sep/05

เสียงเปาะแปะของพระพิรุณกระทบหลังคาสังกะสียามกลางวัน ลดความร้อนในช่วงนี้ไปได้มากโข พุ่มไม้เฟื่องฟ้าดีดใบรับน้ำฝนที่ตกลงมาเป็นสาย ลูกนกตัวน้อยซุกตัวใต้ปีกของแม่มองลอดผ่านปุยขนสีขาวและรังกิ่งไม้สีน้ำตาลเห็นหยดน้ำหยดผ่านไป ก่อนจะซุกหัวกลับไปใต้ปีกอันแสนอบอุ่น กิ้งก่าหัวเขียวตัวใหญ่เกาะกิ่งมะขามเทศนิ่ง เหมือนท้าทายกับแรงของสายฝนที่กระหน่ำลงมาบนตัวมันอย่างไม่หยุดหย่อน ต้นหญ้าขนหน้าบ้านหลังได้น้ำฝนชะล้างเศษฝุ่นที่ค้างใบต่างก็ชูใบเขียวสดอวดโชว์กันเต็มไปทั่วลานดิน

แม้บรรยากาศฝนตกจะทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆมีชีวิตชีวาขึ้น แต่ฝนตกช่วงกลางวันนี้ก็เป็นบรรยากาศที่พวกเราไม่ค่อยชอบใจกันนัก เพราะทำให้การละเล่นส่วนใหญ่ต้องจำกัดอยู่ภายใต้ชายคาบ้านเพียงอย่างเดียว ผมกับไอเอ๋เองก็มักจะไม่ค่อยได้ออกไปเล่นน้ำฝนกันบ่อยนัก เนื่องจากพ่อและแม่กลัวว่าเราจะเป็นหวัด ผิดกับไอเอกและไออามน้องของมัน ฝนตกทีไรเป็นได้วิ่งเล่นมาอวดและชวนเราออกไปเล่นน้ำฝนด้วยทุกครั้งไป

บางครั้งนึกสนุกก็จะแอบทำเรือกาบมะพร้าวลอยเล่นไปตามสายน้ำฝนที่รวมตัวกันไหลผ่านหน้าบ้าน ให้น้ำฝนกระเด็นเปียกตัวเล็กน้อยแก้ความอยากออกไปวิ่งเล่น ไอพัดหมาของผมก็วิ่งหรี่หนีน้ำเข้ามานอนซุกอยู่ใต้แคร่ของบ้านไอเอ๋เช่นกัน มันตามผมมาจากบ้าน แม้มันจะไม่ค่อยชอบน้ำฝนนัก แต่ถ้าผมเดินไปไหนมาไหน มันก็มักจะวิ่งตามไปเสมอ เสมือนเป็นองค์รักษ์เลยทีเดียว

เราหากิจกรรมเล่นกันอยู่ในร่มหลากหลายอย่าง เช่น ร่อนตัวการ์ตูน, ทอยเส้น, เป่าแมงช้าง, เขี่ยไพ่ แต่ฝนยังคงตกอยู่บางครั้งพรำๆ บางครั้งก็ตกหนักสลับกันไป ไม่นานก็มีเสียงวิ่งตะโกนไปมาที่หน้าบ้าน

พี่เกิน ไอเอ๋ เล่นน้ำฝนกันมั้ยยย ไอเอกกับไออามนั่นเองที่วิ่งตะโกนไปมาอยู่หน้าบ้าน
เอ้อ  ผมตะโกนตอบออกไป แต่ความหมายตรงกันข้าม

อยากออกไปเล่นน้ำฝนว่ะ ไอเอ๋รำพึงเบาๆพอให้ผมได้ยิน
ลองสิถ้าแม่เอ็งมาเห็นก็โดนตีแน่ ผมบอก พร้อมมองไปยังไอเอกกับไออามที่นอนแผ่บนพื้นหญ้า หงายหน้าไปบนฟ้ารับเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาบนตัว

บางคราวผมก็รู้สึกอิจฉาไอเอกและไออามที่ขอพ่อและแม่ของมันออกมาเล่นน้ำฝนอยู่ได้เป็นประจำ แต่สำหรับผมกับไอเอ๋แล้วถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่างมีเศษใบไม้ไปอุดตันท่อน้ำจากหลังคา ก็หาโอกาสที่จะได้วิ่งเล่นท่ามกลางสายฝนได้ยากนัก

หาอย่างอื่นเล่นกันต่อดีกว่า ผมบอกไอเอ๋
เล่นอะไรวะ
ไอเอ๋ถาม
ผมพยายามนึกหากิจกรรมที่จะเล่นไปบนสายน้ำได้โดยที่น้ำไม่เปียกตัวจนโดนแม่ดุ อย่างเป่าฟองสบู่แต่มันก็เล่นบ่อยเกินไป เรือกาบมะพร้าวเราก็เล่นกันไปแล้ว พูดถึงเรือวันก่อนดูทีวีมันก็มีสอนทำเรือลำเล็กๆ วิ่งไปข้างหน้าด้วยพลังงานบางอย่าง..อืม..

อ่า.เล่นไอนี่ไง ผมตะโกนบอกไอเอ๋เมื่อนึกขึ้นได้
อะไร?”

เรือจิ๋ว.. เรือจิ๋วพลังงานยาสีฟัน!!”
”?? ทำยังไงวะ ??” ไอเอ๋ถามด้วยความสนใจ

ผมให้ไอเอ๋ไปหยิบเอายาสีฟันในห้องน้ำออกมา จากนั้นก็มาหาเศษโฟมใส่อาหารที่อยู่ในถังขยะ เสร็จแล้วก็เอากรรไกรเล็กๆอีกอันในห้อง เท่านี้อุปกรณ์ในการทำเรือจิ๋วของเราก็พร้อมแล้ว

เริ่มจากการนำกรรไกรมาตัดโฟมให้เป็นรูปเรือในลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ขนาดกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 8 เซนติเมตร ปลายแหลมรูปหัวใจด้านล่างจะเป็นหัวเรือ ส่วนด้านบนของรูปหัวใจที่โค้งเข้าไปด้านในเรือเราจะทำเป็นท้ายเรือและเป็นตำแหน่งติดตั้งพลังงานขับเคลื่อนให้กับเรือของเรา ผมกับไอเอ๋ตัดโฟมเป็นเรือใหญ่บ้างเล็กบ้างคละเคล้ากันไป

สถานที่แล่นเรือจิ๋วของเราก็คือกะละมังซักผ้านั่นเอง กะละมังพลาสติกสีดำข้างโอ่งน้ำถูกเติมน้ำจนเต็มปริ่ม ผมลากกะละมังเข้ามาในร่มเพื่อไม่ให้โดนฝนที่ตกด้านนอก น้ำในกะละมังกระเพื่อมโคลงเคลงไปมา ไอเอ๋หยิบเอาเรือที่ตัดไว้วางลงไปในกะละมังทันที เรือโฟมจิ๋วของไอเอ๋ลอยโคลงเคลงไปมาตามน้ำที่กระเพื่อม

เฮ้ย ลอยแล้วๆ ไอเอ๋พูด
เฮ่ย มันไม่ใช่อย่างนั้น รอให้น้ำนิ่งก่อนสิ
ผมบอกเมื่อเห็นไอเอ๋หยิบเรือใส่ลงไป แล้วจึงเอามือวางไปบนผิวน้ำที่กระเพื่อมเพื่อให้มันหยุดนิ่ง
มันต้องทำแบบนี้ก่อน ผมพูด

ผมหยิบเอาเรือจิ๋วลำหนึ่งขึ้นมา หาเศษไม้เล็กๆจิ้มลงไปบริเวณจุดแหลมด้านท้ายของเรือให้เป็นรู จากนั้นบีบยาสีฟันจากหลอดมานิดหนึ่งป้ายไปบนรูเล็กๆนั้น และทิ้งเศษยาสีฟันไว้ด้านบนเล็กน้อย เพียงเท่านี้การติดตั้งพลังงานขับเคลื่อนก็เสร็จสิ้น

เมื่อน้ำในกะละมังนิ่ง ผมก็ค่อยๆหย่อนเรือลำจิ๋วของผมวางลงไปบนผิวน้ำ ความหนาแน่นของโฟมที่น้อยกว่าน้ำทำให้มันลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ผนวกเข้ากับพลังงานยาสีฟัน เมื่อยาสีฟันกระทบกับผิวน้ำก็ทำให้มันละลายและเกิดการแตกตัวขึ้นบนผิวน้ำดันให้เรือของเราวิ่งไปด้านหน้าอย่างเร็วฉิว

เฮ้ย มันวิ่งได้ไงวะ ไอเอ๋มองอย่างสนใจ
ไม่รู้ว่ะ ข้าดูมาจากทีวี ผมตอบ

ในกะละมังตอนนี้มีเรือจิ๋ววิ่งอยู่หลายลำ บางลำเราวางยาสีฟันไว้มากไปก็ทำให้ท้ายมันจมลงวิ่งไปไม่ไหว บางลำเราตัดเรือไว้เอียงไม่สมดุลกันก็ทำให้มันวิ่งวนซ้ายขวาไปเรื่อยเป็นวงกลม เราแข่งกันปรับแต่งเรือให้วิ่งตรงได้ไกลแล้วก็มาแข่งกันอยู่ในกะละมังใบน้อยอย่างสนุกสนาน

เสียงวิ่งเล่นน้ำฝนของไอเอกและไออามหายไปพร้อมกับสายฝนที่โปรยปราย ละอองฝนเล็กๆยังคงมีอยู่ แสงอาทิตย์เริ่มแย่งหมู่เมฆสีฟ้าครามส่องลงมายังพื้นล่าง ใบไม้ทุกต้นสีเขียวสดกว่าเดิม แม่นกบินออกมาสะบัดขนอยู่นอกรังก่อนจะบินไล่ความหนาวเย็น และออกหาอาหารเลี้ยงลูกน้อยที่ซุกหลบใต้ปีกอยู่พักใหญ่ กิ้งก่าหัวเขียวกางแผงคอสีส้มเขียวชูเริงร่าเหมือนประกาศว่าเป็นผู้ชนะกับการต่อสู้สายฝนในครั้งนี้ ละอองฝนที่โปรยปรายทำให้เกิดรุ้งกินน้ำที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกเป็นโค้งใหญ่

ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างมีชีวิตชีวาแม้ยามที่ฝนตกหรือกระทั่งยามสายฝนจางหายไป...



นพพร จันทร์ฉิม
View full profile