ถึงแม้จะเป็นเวลาบ่ายของช่วงปลายเดือนฤดูร้อน แต่วันนี้อากาศก็ไม่ร้อนนักเนื่องจากบนท้องฟ้ามีขี้เมฆลอยอยู่เต็มไปหมด ช่วยบดบังแสงและความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่จะสาดส่องลงมาเบื้องล่าง ทำให้รู้สึกแดดร่มกว่าทุกวัน
บรรยากาศที่ลานหน้าบ้านไอเอ๋วันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากมีคนเดินทางมาช่วยกันนวดข้าวในคืนนี้หลายคน วงสุราพื้นบ้านถูกตั้งขึ้นอย่างเรียบง่ายอยู่นอกชายคาบ้าน มีผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกันอยู่หลายสิบคนทั้งชายและหญิง บนเสื่อมีเหล้ายาปลาปิ้งและกับแกล้มควันกรุ่นตั้งพร้อมอยู่ เด็กๆอย่างเราก็ได้อานิสงค์เดินไปเลียบๆเคียงๆหยิบอาหารเข้าปากกินกันบ้างตามประสา ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นพวกหอย ปู ปลา ที่หาได้ตามคลองหน้าบ้านโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ เสียงพูดคุยเรื่องเล่าต่างๆนาๆถูกเล่าออกมาจากคนนั้นคนนี้เรียกเสียงหัวเราะจากในวงดังขึ้นเป็นระยะ บางคนไม่กินเหล้าก็นั่งกินกับแกล้มพูดคุยกันเสียงดังสนุกสนาน บางทีก็มีเสียงร้องเพลงพร้อมเสียงเคาะแก้วหรือขวดเป็นจังหวะ บางช่วงดังขึ้นและบางจังหวะเงียบลง เหมือนลมที่พัดยามบ่ายที่พัดมาเป็นบางช่วงและบางจังหวะทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกคึกคักและครื้นเครง
เสียงรถบรรทุกต้นข้าว วิ่งผ่านมาทางหน้าบ้านไอเอ๋ ดังมาพร้อมกับเสียงบีบแตรเสียงดังให้ช่วยเปิดประตูทางเข้าเพื่อจะเอารถเข้ามาข้างใน บนรถบรรทุกต้นข้าวคันใหญ่มีข้าวเปลือกพร้อมต้นข้าวที่ถูกมัดมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมตั้งอยู่สูงเลยตัวรถไปมาก พวกเด็กๆต่างวิ่งไปดูกันใหญ่ต่างตะโกนเรียก รถขนข้าวมาแล้วๆ มองไปเห็นเศษต้นข้าวสีเหลืองหล่นตามถนนทางเข้ามาเป็นรายทาง ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงบีบแตรของรถขนข้าวอีกคันที่ขับตามมาทีหลัง
พวกผู้ใหญ่ที่กำลังตั้งวงก็จัดแจงลุกขึ้นมาพร้อมเรียกให้ช่วยกันเก็บเสื่อและเหล้ายาปลาปิ้งที่กินกันไว้ ทุกคนจัดแจงสวมเสื้อแขนยาวที่พกมา เอาผ้าขาวม้าที่คาดเอวมาคาดหัวบางคนเอาพาดบ่า พวกผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิงอย่างแม่ผมและแม่ไอเอ๋ หลังจากที่ช่วยกันเก็บของที่นั่งกินกันไว้ ก็หยิบเอาผ้าขาวม้ามาพันๆบนหัวเหลือแต่ตาแล้วก็สวมงอบทับไปอีกทีบนหัว เศษผงจากต้นข้าวเมื่อโดนตัวหรือผิวหนังจะทำให้รู้สึกคัน ทุกคนจึงต้องป้องกันโดยใช้ผ้าขาวม้า ,เสื้อและกางเกงขายาว ทุกคนเดินไปที่หลังรถบรรทุกต้นข้าวที่ถอยท้ายรถมาจ่อตรงลานดินที่ถูกฉาบด้วยน้ำผสมขี้วัวเมื่อสองวันก่อน เพื่อเตรียมขนข้าวลง
"เอ้า พวกเรา ช่วยกันยกข้าวลงหน่อยเร็ว เสียงตะโกนจากตาใจดังมา ขณะที่ตาใจกำลังจัดแจงพันผ้าขาวม้าบนหัว
พี่ไกรและพี่เจี๊ยบพี่ชายผม กระโดดขึ้นไปบนรถบรรทุกข้าว ค่อยๆช่วยกันหย่อนต้นข้าวที่ถูกมัดลงมาเป็นก้อนๆบนบ่าของคนที่รออยู่ด้านล่าง และเดินนำไปเรียงเป็นชั้นๆบนลานดิน ก้อนแล้วก้อนเล่า เหมือนมดงานที่ช่วยกันขนอาหารเข้ารังตัวเอง พวกเราเด็กๆถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใกล้ๆ อาจจะกลัวไปเกะกะหรือไม่ก็กลัวจะคันจากเศษผงต้นข้าวที่ปลิวมาโดนตัวจึงได้แต่ยืนมองพวกผู้ใหญ่ทำงานกันทุกคนทำงานเหมือนรู้หน้าที่ของตนเอง ผลัดกันขนผลัดกันพัก เมื่อข้าวหมดที่รถคันแรกก็ถอยให้รถขนข้าวอีกคันเข้ามา คันแล้วคันเล่า เสียงตะโกนบอกให้วางข้าวเป็นชั้นๆตามตำแหน่งต่างๆดังออกมาท่ามกลางฝุ่นและเศษผงข้าวที่ปลิวไปกับสายลมฟุ้งไปทั่วบริเวณลานดิน
เมื่อหมดรถบรรทุกข้าว และช่วยกันขนข้าวลงเสร็จแล้ว กลุ่มผู้ใหญ่ก็เรียกหาน้ำดื่มพร้อมเดินมานั่งพักกันในชายคาบ้าน ต่างโบกผ้าขาวม้าไล่เหงื่อและความร้อนที่เริ่มระอุเข้ามา ยิ่งน้ำเหงื่อผสมกับเศษผงต้นข้าวที่ปลิวมาโดนผิวทำให้รู้สึกระคายผิวกันไม่น้อย ช่วงเวลานี้ทุกคนก็หาที่พักผ่อนรอถึงช่วงเย็นที่รถนวดข้าวจะมา บางคนก็หาที่เอนกายใต้ชายคาบ้าน พี่ไกรกับพี่เจี๊ยบช่วยกันต่อไฟและลองเปิดไฟที่ต่อเอาไว้เพื่อให้แสงสว่างในคืนนี้ก่อนที่จะหาที่นั่งเอนกายพักผ่อนเช่นกัน
กองต้นข้าวสีเหลืองถูกมัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมตั้งเป็นชั้นสูงเกินระดับความสูงของผู้ใหญ่เมื่อยืนชูมือขึ้น มันถูกวางเรียงเป็นแนวยาวบนลานดินมีทางเดินแคบๆระหว่างแต่ละแนวขดไปมา ลักษณะเหมือนเขาวงกต แต่สามารถเข้าและออกได้หลายทาง พวกเรานึกสนุกเลยมาเล่นปิดแอบและเล่นไล่จับกันในกองต้นข้าว ได้ยินเสียงตะโกนดังจากในชายคาบ้านว่าไม่กลัวคันกันรึไง แต่ตอนนี้ความสนุกของพวกเรามันคงห้ามไม่ได้เหมือนเคย ต่างวิ่งเล่นไล่จับและเล่นแอบกันตามซอกเล็กๆของกองต้นข้าวที่วางอยู่เรียงรายบนลานดินส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันอย่างสนุกสนานรอคอยเวลาของรถนวดข้าวที่จะมาถึงในตอนเย็น...
บรรยากาศที่ลานหน้าบ้านไอเอ๋วันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากมีคนเดินทางมาช่วยกันนวดข้าวในคืนนี้หลายคน วงสุราพื้นบ้านถูกตั้งขึ้นอย่างเรียบง่ายอยู่นอกชายคาบ้าน มีผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกันอยู่หลายสิบคนทั้งชายและหญิง บนเสื่อมีเหล้ายาปลาปิ้งและกับแกล้มควันกรุ่นตั้งพร้อมอยู่ เด็กๆอย่างเราก็ได้อานิสงค์เดินไปเลียบๆเคียงๆหยิบอาหารเข้าปากกินกันบ้างตามประสา ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นพวกหอย ปู ปลา ที่หาได้ตามคลองหน้าบ้านโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ เสียงพูดคุยเรื่องเล่าต่างๆนาๆถูกเล่าออกมาจากคนนั้นคนนี้เรียกเสียงหัวเราะจากในวงดังขึ้นเป็นระยะ บางคนไม่กินเหล้าก็นั่งกินกับแกล้มพูดคุยกันเสียงดังสนุกสนาน บางทีก็มีเสียงร้องเพลงพร้อมเสียงเคาะแก้วหรือขวดเป็นจังหวะ บางช่วงดังขึ้นและบางจังหวะเงียบลง เหมือนลมที่พัดยามบ่ายที่พัดมาเป็นบางช่วงและบางจังหวะทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกคึกคักและครื้นเครง
เสียงรถบรรทุกต้นข้าว วิ่งผ่านมาทางหน้าบ้านไอเอ๋ ดังมาพร้อมกับเสียงบีบแตรเสียงดังให้ช่วยเปิดประตูทางเข้าเพื่อจะเอารถเข้ามาข้างใน บนรถบรรทุกต้นข้าวคันใหญ่มีข้าวเปลือกพร้อมต้นข้าวที่ถูกมัดมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมตั้งอยู่สูงเลยตัวรถไปมาก พวกเด็กๆต่างวิ่งไปดูกันใหญ่ต่างตะโกนเรียก รถขนข้าวมาแล้วๆ มองไปเห็นเศษต้นข้าวสีเหลืองหล่นตามถนนทางเข้ามาเป็นรายทาง ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงบีบแตรของรถขนข้าวอีกคันที่ขับตามมาทีหลัง
พวกผู้ใหญ่ที่กำลังตั้งวงก็จัดแจงลุกขึ้นมาพร้อมเรียกให้ช่วยกันเก็บเสื่อและเหล้ายาปลาปิ้งที่กินกันไว้ ทุกคนจัดแจงสวมเสื้อแขนยาวที่พกมา เอาผ้าขาวม้าที่คาดเอวมาคาดหัวบางคนเอาพาดบ่า พวกผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิงอย่างแม่ผมและแม่ไอเอ๋ หลังจากที่ช่วยกันเก็บของที่นั่งกินกันไว้ ก็หยิบเอาผ้าขาวม้ามาพันๆบนหัวเหลือแต่ตาแล้วก็สวมงอบทับไปอีกทีบนหัว เศษผงจากต้นข้าวเมื่อโดนตัวหรือผิวหนังจะทำให้รู้สึกคัน ทุกคนจึงต้องป้องกันโดยใช้ผ้าขาวม้า ,เสื้อและกางเกงขายาว ทุกคนเดินไปที่หลังรถบรรทุกต้นข้าวที่ถอยท้ายรถมาจ่อตรงลานดินที่ถูกฉาบด้วยน้ำผสมขี้วัวเมื่อสองวันก่อน เพื่อเตรียมขนข้าวลง
"เอ้า พวกเรา ช่วยกันยกข้าวลงหน่อยเร็ว เสียงตะโกนจากตาใจดังมา ขณะที่ตาใจกำลังจัดแจงพันผ้าขาวม้าบนหัว
พี่ไกรและพี่เจี๊ยบพี่ชายผม กระโดดขึ้นไปบนรถบรรทุกข้าว ค่อยๆช่วยกันหย่อนต้นข้าวที่ถูกมัดลงมาเป็นก้อนๆบนบ่าของคนที่รออยู่ด้านล่าง และเดินนำไปเรียงเป็นชั้นๆบนลานดิน ก้อนแล้วก้อนเล่า เหมือนมดงานที่ช่วยกันขนอาหารเข้ารังตัวเอง พวกเราเด็กๆถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใกล้ๆ อาจจะกลัวไปเกะกะหรือไม่ก็กลัวจะคันจากเศษผงต้นข้าวที่ปลิวมาโดนตัวจึงได้แต่ยืนมองพวกผู้ใหญ่ทำงานกันทุกคนทำงานเหมือนรู้หน้าที่ของตนเอง ผลัดกันขนผลัดกันพัก เมื่อข้าวหมดที่รถคันแรกก็ถอยให้รถขนข้าวอีกคันเข้ามา คันแล้วคันเล่า เสียงตะโกนบอกให้วางข้าวเป็นชั้นๆตามตำแหน่งต่างๆดังออกมาท่ามกลางฝุ่นและเศษผงข้าวที่ปลิวไปกับสายลมฟุ้งไปทั่วบริเวณลานดิน
เมื่อหมดรถบรรทุกข้าว และช่วยกันขนข้าวลงเสร็จแล้ว กลุ่มผู้ใหญ่ก็เรียกหาน้ำดื่มพร้อมเดินมานั่งพักกันในชายคาบ้าน ต่างโบกผ้าขาวม้าไล่เหงื่อและความร้อนที่เริ่มระอุเข้ามา ยิ่งน้ำเหงื่อผสมกับเศษผงต้นข้าวที่ปลิวมาโดนผิวทำให้รู้สึกระคายผิวกันไม่น้อย ช่วงเวลานี้ทุกคนก็หาที่พักผ่อนรอถึงช่วงเย็นที่รถนวดข้าวจะมา บางคนก็หาที่เอนกายใต้ชายคาบ้าน พี่ไกรกับพี่เจี๊ยบช่วยกันต่อไฟและลองเปิดไฟที่ต่อเอาไว้เพื่อให้แสงสว่างในคืนนี้ก่อนที่จะหาที่นั่งเอนกายพักผ่อนเช่นกัน
กองต้นข้าวสีเหลืองถูกมัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมตั้งเป็นชั้นสูงเกินระดับความสูงของผู้ใหญ่เมื่อยืนชูมือขึ้น มันถูกวางเรียงเป็นแนวยาวบนลานดินมีทางเดินแคบๆระหว่างแต่ละแนวขดไปมา ลักษณะเหมือนเขาวงกต แต่สามารถเข้าและออกได้หลายทาง พวกเรานึกสนุกเลยมาเล่นปิดแอบและเล่นไล่จับกันในกองต้นข้าว ได้ยินเสียงตะโกนดังจากในชายคาบ้านว่าไม่กลัวคันกันรึไง แต่ตอนนี้ความสนุกของพวกเรามันคงห้ามไม่ได้เหมือนเคย ต่างวิ่งเล่นไล่จับและเล่นแอบกันตามซอกเล็กๆของกองต้นข้าวที่วางอยู่เรียงรายบนลานดินส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันอย่างสนุกสนานรอคอยเวลาของรถนวดข้าวที่จะมาถึงในตอนเย็น...