สมัยก่อนรั้วบ้านแต่ละหลังในชนบทจะเป็นรั้วต้นไม้หรือพุ่มไม้เตี้ยๆ ซึ่งปลูกเป็นแนวแบ่งเขตแนวบ้านแต่ละหลังรั้วระหว่างบ้านผมกับบ้านไอเอ๋ก็เหมือนกันจะเป็นพุ่มไม้เตี้ยๆ มีทั้งต้นมะขามเทศซึ่งปกติเป็นต้นไม้ใหญ่ก็จะถูกตัดจนแคระกลายเป็นรั้วบ้านไป มีต้นข่อยและต้นใบเงินใบทอง แซมกันตลอดแนวรั้ว และระหว่างรั้วนั้นก็มีต้นไม้ยืนต้นอยู่ต้นหนึ่งแทรกอยู่ ผมกับไอเอ๋มักจะปีนขึ้นไปเล่นกันอยู่เสมอ มันคือ ต้นมะยม ต้นของมันสูงและใบเขียวดกใต้ต้นของมันร่มและเป็นที่พักอย่างดีหลังจากที่เราวิ่งเล่นกันมาเหนื่อยๆ
ต้นมะยม เป็นไม้ยืนต้นกิ่งของมันเปราะและหักง่าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราสองคนเลิกปีนขึ้นไปนั่งเล่นบนต้นมันได้ ผลของมันจะออกตามกิ่งห้อยเป็นพวงๆลูกขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ มีรสชาติเปรี้ยวมากถึงเปรี้ยวมากๆ แต่ก็ไม่พ้นปากของเราถ้าได้เห็นผลของมันห้อยเป็นพวง ก็ถึงวาระที่จะต้องปีนขึ้นไปเก็บมันมากิน ด้วยรสชาติที่เปรี้ยวก็เลยต้องมีของแก้โดยเราจะนำมันไปจิ้มเกลือก่อนเอามากิน เมื่อคราวที่ฟันเรากระทบกับผลของมัน ผลมะยมจะแตกน้ำของมันจะค่อยๆไหลเข้าตามร่องฟันจนมากระทบกับปลายลิ้น ด้วยรสชาติดังกล่าวส่งผลให้ตาของเราหยีลงทันทีก่อนที่จะเบิกกว้างและเข้าสู่สภาวะปกติ จนกว่าจะเริ่มเคี้ยวผลที่อยู่ในปากด้วยฟันกรามซี่ในสุด จะทำให้รสชาติของมันอยู่เต็มอณูปาก ความอร่อยก็จะบังเกิดอย่างทันที
ผมกับไอเอ๋มันจะเล่นปีนขึ้นต้นมะยมอยู่เสมอ เพราะมันขึ้นง่ายเนื่องจากมีกิ่งเยอะและไม่สูงมากนัก เราชอบนั่งเล่นกันอยู่ข้างบนบางคราวก็เอาพวกขนมไปนั่งกินกันบนต้น ตอนลงก็จะโหนลงมาตามกิ่งไม่ได้ลงตามลำต้นเหมือนตอนขึ้น แม่ของไอเอ๋และแม่ของผมจะชอบบ่นกันประจำเมื่อเห็นผมกับไอเอ๋ปีนขึ้นไปนั่งเล่นข้างบนต้นแต่ก็คงเบื่อเพราะพวกผมก็ไม่ได้สนใจขึ้นปีนกันเกือบทุกวันจนเป็นเรื่องปกติช่วงนี้เป็นช่วงออกลูกของต้นมะยม ลูกของมันห้อยสีเขียวเล็กๆตามกิ่งเต็มไปหมด บางลูกก็โตสีเหลืองซึ่งสามารถเก็บเอามากินได้ บางลูกตกลงมาข้างล่างสีออกสีเหลืองซีดๆ บางลูกเปลี่ยนเป็นสีเทาแก่ๆและผลของมันนิ่มๆ บางคนจะชอบกินตอนนี้เพราะรสชาติมันไม่เปรี้ยวมาก ใบของมันจะขึ้นเรียงตามก้านเล็กๆ ถ้าเรารูดใบมันออกจะได้ก้านมะยมยาวประมาณจากมือถึงข้อศอก เป็นเครื่องมือทรมานเด็กในสมัยผมได้เป็นอย่างดี ยังจำได้ถึงตอนที่ซนมากๆ แล้วแม่ให้ไปหยิบก้านมะยมมาให้ ก็จะบรรจงเลือกก้านที่มันแห้งๆไม่ใหญ่นักเพราะจะมีผลกระทบต่อตูดน้อยๆที่คอยรองรับขณะที่ก้านแหวกผ่านอากาศมาอย่างรวดเร็ว แต่ก็อย่างว่าถ้าไม่ได้ก้านที่ถูกใจแม่ก็จะส่งผลให้แม่ต้องเดินไปหยิบมาเองซึ่งก็ต้องเป็นกิ่งใหม่ขนาดใหญ่ที่เด็ดมาจากต้นและรูดใบออกให้เห็นกันจะๆ คงไม่ต้องบรรยายถึงเสียงที่ออกมาหลังจากก้านมะยมกระทบตูดน้อยๆ เพราะคาดว่าคงรู้กันดีใบของมันวันนี้ยังคงเขียวชอุ่มปกป้องแสงแดดไม่ให้ส่งมาเบื้องล่างมากนักเพื่อคงความชุ่มชื้นบริเวณโคนต้นที่ได้รับการรดน้ำทุกๆเช้าในแต่ละวัน
วันนี้ผมกับไอเอ๋ เตรียมแผ่นไม้,เชือกและก็กระดาษลังไว้พร้อมที่โคนต้นมะยม เราจะสร้างบ้านกันบนต้นมะยมหลังจากที่เมื่อวานนั่งกันอยู่ข้างบนแล้วก็คุยกันว่าทำยังไงถึงจะนั่งสบายขึ้น ข้อสรุปก็เลยเกิดขึ้นมา ผมปีนขึ้นไปก่อนแล้วก็ให้ไอเอ๋ส่งแผ่นไม้พร้อมเชือกและกระดาษลังขึ้นไปแล้วจึงปีนขึ้นมาช่วยกันจัดวางแผ่นไม้ มันดูไม่ค่อยเข้าทีนักเนื่องจากกิ่งไม้บางกิ่งก็ขวางแผ่นไม้บางกิ่งก็ไม่พอวาง ผมจึงให้ไอเอ๋ปีนลงไปเอามีดในครัวมา ถ้าแม่เห็นว่าเล่นมีดกันก็คงไม่พ้นกิ่งมะยมเป็นแน่จึงต้องค่อยๆแอบไม่ให้แม่เห็นพอได้มีดมาเราก็เริ่มช่วยกันจัดวางแผ่นไม้สำหรับนั่งบนกิ่งจนพอที่จะนั่งได้สองคนแล้วจึงจัดแจงเอาเชือกมามัดแผ่นไม้ไว้กับกิ่งมะยมลองขย่มเพื่อทดสอบความแข็งแรงก่อนที่จะนั่งแล้วก็หยิบเอากระดาษลังมาวางปิดไว้ด้านบนเพื่อกันแสงแดด เพราะถึงแม้จะมีใบมะยมแต่ก็ยังคงมีแสงแดดส่องลอดลงมาได้ เราเอาเชือกมาผูกที่มุมของกระดาษลังสี่ด้านแล้วก็โยงไปผูกกับกิ่งมะยมให้สูงพอประมาณ หลังจากเสร็จแล้วเราก็จะได้บ้านน้อยๆบนต้นไม้ เรารีบปีนลงมาแหงนดูบ้านหลังน้อยที่อยู่บนกิ่งมะยมอย่างภาคภูมิใจ
ไอเอ๋บอกผมว่าจะเอามีดไปเก็บแล้วก็ไปเอาขนมมาด้วยผมจึงปีนไปรอบนบ้านหลังน้อยซึ่งก็เป็นเพียงแผ่นไม้กับกระดาษลังแต่สำหรับเราแล้วมันเป็นบ้านหลังแรกที่ช่วยสร้างด้วยมือเราเองเลยทีเดียว ผมนั่งสำรวจและมองวิวด้านบนไปรอบๆ ถ้ามันกว้างและแข็งแรงกว่านี้คืนนี้กะว่าจะนอนที่นี่ซะเลย ไม่นานนักไอเอ๋ก็วิ่งกลับมาพร้อมกับถุงขนมในมือ ไอเอ๋รีบปีนขึ้นมาแล้วก็นั่งบนแผ่นกระดานตรงที่ว่างที่เหลืออยู่ เราสองคนนั่งหยิบขนมในถุงกินกันพร้อมกับนั่งห้อยขาแขว่งไปมาบนต้นมะยมอย่างมีความสุข
เมื่อมองไปรอบๆ ต้น ก็เลยเกิดไอเดียว่ามันน่าจะมีต้นไม้เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความสดชื่น ผมเลยโหนลงมาแล้ววิ่งไปหยิบต้นกล้วยไม้เล็กๆที่ปลูกไว้ใต้ต้นสนแผงหน้าบ้าน พร้อมกับหยิบกาบมะพร้าวที่อยู่ตรงเตาไฟซึ่งแม่ผมจะหั่นเอาไว้เป็นเชื้อไฟเวลาจุดเตา และถือเอาขวดน้ำเล็กๆใส่น้ำจนเต็ม ผมปีนขึ้นไปบนต้นมะยมอีกครั้ง ไอเอ๋นั่งมองลงมาเห็นจึงช่วยหยิบกล้วยไม้กับขวดน้ำขึ้นไป ผมปีนขึ้นตามไปพร้อมกับเอากล้วยไม้ขึ้นไปแปะบนกิ่งมะยมกิ่งหนึ่งที่ใหญ่พอประมาณแล้วก็เอากาบมะพร้าววางทาบ เอาเชือกที่เหลือจากที่สร้างบ้านมามัดกาบมะพร้าวและต้นกล้วยไม้ให้แนบติดกับลำต้นมะยม พร้อมเอาเอาน้ำในขวดเล็กๆมารด มันช่วยให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้นเยอะ เราคิดกันว่าถ้านานๆเข้ากล้วยไม้ก็จะเกาะติดเหมือนเป็นส่วนหนึ่งกับต้นมะยมไปเลยทีเดียว
เย็นวันนี้แม่ผมเดินกลับมาจากไร่เดินผ่านแนวรั้วเห็นเราสองคนนั่งอยู่บนแผ่นไม้บนต้นมะยมและกระดาษลัง แม่ผมหัวเราะออกมา พร้อมกับบอกว่า
"เอาอีกแล้วนะไอลิงสองตัวนี่ มันซนกันจริงจิ๊ง"
"จะนอนกันบนนั้นรึไง" แม่ผมถามต่อ
พวกเราสองคนได้แต่หัวเราะ สักพักเห็นแม่ไอเอ๋ออกมาจากหน้าบ้าน เราก็แกล้งทำเป็นผิวปากเสียงนกแม่ไอเอ๋หันไปมาตามเสียงแล้วก็เห็นว่าเราอยู่กันข้างบน
"เดี๋ยวเถอะๆ ขึ้นไปทำอะไรกันบนนั้นน่ะ เดี๋ยวจะโดนๆ" แม่ไอเอ๋ตะโกนออกมา
เราสองคนก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม จะว่าซนก็ได้นะแต่ตอนนี้อยู่ข้างบนมันก็รู้สึกสบายดี เราขึ้นไปเล่นกันอีกหลายวันแต่งนั่นแต่งนี่ บางครั้งไอเอกกับไออามเดินมาเห็นก็รีบวิ่งแย่งกันขึ้นมาอยู่ข้างบนบ้างเพราะชอบและรู้สึกสนุกเหมือนกัน
ผ่านไปไม่นานนัก ต้นมะยมเริ่มผลัดใบ ใบเขียวแก่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วงหล่นจากต้น ลูกมะยมไม่มีแล้วเหลือแต่ผลแห้งที่เคยตกลงมาอยู่บนพื้นดินแผ่นไม้กระดานของเราเอียงบางแผ่นร่วงหล่นเนื่องจากเชือกที่เรามัดเอาไว้เปื่อยขาดออก กระดาษลังด้านบนเต็มไปด้วยเศษใบของต้นมะยมที่แห้งสะสมจนทำให้เอียงทับลงมาบนแผ่นไม้ เราไม่ได้ปีนขึ้นไปนานแล้วเนื่องจากใบมันเริ่มร่วงทำให้รู้สึกร้อนเมื่อขึ้นไปอยู่ข้างบนนานๆครั้งที่เราจะปีนขึ้นไปดูต้นกล้วยไม้ที่เราปลูกเอาไว้ เรารวบรวมก้านมะยมมารวมกันแล้วก็มัดหนังยาง เอามาทำเป็นไม้กวาดขนาดเล็กๆ กวาดเอาเศษใบไม้ที่ร่วงอยู่เต็มพื้นมากองๆเข้าด้วยกันก่อนเอาไปทิ้งที่ทิ้งขยะ
รากของต้นกล้วยไม้ที่อยู่บนต้นมะยมเริ่มเกาะแนบกับลำต้นเหมือนที่เราตั้งใจไว้ ใบของมันยังเขียวสดตัดกับสีใบของต้นมะยมที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
"เอาไว้ให้ใบมันเยอะก่อน เราค่อยมาสร้างบ้านใหม่เนอะ" ผมบอกกับไอเอ๋
"เออ ก็ดี" ไอเอ๋ตอบ
หลายเดือนผ่านไป พวกเราเริ่มวาดฝันและออกแบบถึงบ้านบนต้นมะยมหลังใหม่อีกครั้ง หลังจากที่มันเริ่มผลิใบเขียวออกมา พร้อมๆกับเห็นต้นกล้วยไม้ที่ลำต้นแนบสนิทเสมือนเป็นต้นเดียวกันกับต้นมะยม กำลังออกกิ่งยาวมีช่อดอกตูมๆ รอรับการขึ้นบ้านใหม่ของเราในอนาคตอันใกล้นี้......
ต้นมะยม เป็นไม้ยืนต้นกิ่งของมันเปราะและหักง่าย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราสองคนเลิกปีนขึ้นไปนั่งเล่นบนต้นมันได้ ผลของมันจะออกตามกิ่งห้อยเป็นพวงๆลูกขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ มีรสชาติเปรี้ยวมากถึงเปรี้ยวมากๆ แต่ก็ไม่พ้นปากของเราถ้าได้เห็นผลของมันห้อยเป็นพวง ก็ถึงวาระที่จะต้องปีนขึ้นไปเก็บมันมากิน ด้วยรสชาติที่เปรี้ยวก็เลยต้องมีของแก้โดยเราจะนำมันไปจิ้มเกลือก่อนเอามากิน เมื่อคราวที่ฟันเรากระทบกับผลของมัน ผลมะยมจะแตกน้ำของมันจะค่อยๆไหลเข้าตามร่องฟันจนมากระทบกับปลายลิ้น ด้วยรสชาติดังกล่าวส่งผลให้ตาของเราหยีลงทันทีก่อนที่จะเบิกกว้างและเข้าสู่สภาวะปกติ จนกว่าจะเริ่มเคี้ยวผลที่อยู่ในปากด้วยฟันกรามซี่ในสุด จะทำให้รสชาติของมันอยู่เต็มอณูปาก ความอร่อยก็จะบังเกิดอย่างทันที
ผมกับไอเอ๋มันจะเล่นปีนขึ้นต้นมะยมอยู่เสมอ เพราะมันขึ้นง่ายเนื่องจากมีกิ่งเยอะและไม่สูงมากนัก เราชอบนั่งเล่นกันอยู่ข้างบนบางคราวก็เอาพวกขนมไปนั่งกินกันบนต้น ตอนลงก็จะโหนลงมาตามกิ่งไม่ได้ลงตามลำต้นเหมือนตอนขึ้น แม่ของไอเอ๋และแม่ของผมจะชอบบ่นกันประจำเมื่อเห็นผมกับไอเอ๋ปีนขึ้นไปนั่งเล่นข้างบนต้นแต่ก็คงเบื่อเพราะพวกผมก็ไม่ได้สนใจขึ้นปีนกันเกือบทุกวันจนเป็นเรื่องปกติช่วงนี้เป็นช่วงออกลูกของต้นมะยม ลูกของมันห้อยสีเขียวเล็กๆตามกิ่งเต็มไปหมด บางลูกก็โตสีเหลืองซึ่งสามารถเก็บเอามากินได้ บางลูกตกลงมาข้างล่างสีออกสีเหลืองซีดๆ บางลูกเปลี่ยนเป็นสีเทาแก่ๆและผลของมันนิ่มๆ บางคนจะชอบกินตอนนี้เพราะรสชาติมันไม่เปรี้ยวมาก ใบของมันจะขึ้นเรียงตามก้านเล็กๆ ถ้าเรารูดใบมันออกจะได้ก้านมะยมยาวประมาณจากมือถึงข้อศอก เป็นเครื่องมือทรมานเด็กในสมัยผมได้เป็นอย่างดี ยังจำได้ถึงตอนที่ซนมากๆ แล้วแม่ให้ไปหยิบก้านมะยมมาให้ ก็จะบรรจงเลือกก้านที่มันแห้งๆไม่ใหญ่นักเพราะจะมีผลกระทบต่อตูดน้อยๆที่คอยรองรับขณะที่ก้านแหวกผ่านอากาศมาอย่างรวดเร็ว แต่ก็อย่างว่าถ้าไม่ได้ก้านที่ถูกใจแม่ก็จะส่งผลให้แม่ต้องเดินไปหยิบมาเองซึ่งก็ต้องเป็นกิ่งใหม่ขนาดใหญ่ที่เด็ดมาจากต้นและรูดใบออกให้เห็นกันจะๆ คงไม่ต้องบรรยายถึงเสียงที่ออกมาหลังจากก้านมะยมกระทบตูดน้อยๆ เพราะคาดว่าคงรู้กันดีใบของมันวันนี้ยังคงเขียวชอุ่มปกป้องแสงแดดไม่ให้ส่งมาเบื้องล่างมากนักเพื่อคงความชุ่มชื้นบริเวณโคนต้นที่ได้รับการรดน้ำทุกๆเช้าในแต่ละวัน
วันนี้ผมกับไอเอ๋ เตรียมแผ่นไม้,เชือกและก็กระดาษลังไว้พร้อมที่โคนต้นมะยม เราจะสร้างบ้านกันบนต้นมะยมหลังจากที่เมื่อวานนั่งกันอยู่ข้างบนแล้วก็คุยกันว่าทำยังไงถึงจะนั่งสบายขึ้น ข้อสรุปก็เลยเกิดขึ้นมา ผมปีนขึ้นไปก่อนแล้วก็ให้ไอเอ๋ส่งแผ่นไม้พร้อมเชือกและกระดาษลังขึ้นไปแล้วจึงปีนขึ้นมาช่วยกันจัดวางแผ่นไม้ มันดูไม่ค่อยเข้าทีนักเนื่องจากกิ่งไม้บางกิ่งก็ขวางแผ่นไม้บางกิ่งก็ไม่พอวาง ผมจึงให้ไอเอ๋ปีนลงไปเอามีดในครัวมา ถ้าแม่เห็นว่าเล่นมีดกันก็คงไม่พ้นกิ่งมะยมเป็นแน่จึงต้องค่อยๆแอบไม่ให้แม่เห็นพอได้มีดมาเราก็เริ่มช่วยกันจัดวางแผ่นไม้สำหรับนั่งบนกิ่งจนพอที่จะนั่งได้สองคนแล้วจึงจัดแจงเอาเชือกมามัดแผ่นไม้ไว้กับกิ่งมะยมลองขย่มเพื่อทดสอบความแข็งแรงก่อนที่จะนั่งแล้วก็หยิบเอากระดาษลังมาวางปิดไว้ด้านบนเพื่อกันแสงแดด เพราะถึงแม้จะมีใบมะยมแต่ก็ยังคงมีแสงแดดส่องลอดลงมาได้ เราเอาเชือกมาผูกที่มุมของกระดาษลังสี่ด้านแล้วก็โยงไปผูกกับกิ่งมะยมให้สูงพอประมาณ หลังจากเสร็จแล้วเราก็จะได้บ้านน้อยๆบนต้นไม้ เรารีบปีนลงมาแหงนดูบ้านหลังน้อยที่อยู่บนกิ่งมะยมอย่างภาคภูมิใจ
ไอเอ๋บอกผมว่าจะเอามีดไปเก็บแล้วก็ไปเอาขนมมาด้วยผมจึงปีนไปรอบนบ้านหลังน้อยซึ่งก็เป็นเพียงแผ่นไม้กับกระดาษลังแต่สำหรับเราแล้วมันเป็นบ้านหลังแรกที่ช่วยสร้างด้วยมือเราเองเลยทีเดียว ผมนั่งสำรวจและมองวิวด้านบนไปรอบๆ ถ้ามันกว้างและแข็งแรงกว่านี้คืนนี้กะว่าจะนอนที่นี่ซะเลย ไม่นานนักไอเอ๋ก็วิ่งกลับมาพร้อมกับถุงขนมในมือ ไอเอ๋รีบปีนขึ้นมาแล้วก็นั่งบนแผ่นกระดานตรงที่ว่างที่เหลืออยู่ เราสองคนนั่งหยิบขนมในถุงกินกันพร้อมกับนั่งห้อยขาแขว่งไปมาบนต้นมะยมอย่างมีความสุข
เมื่อมองไปรอบๆ ต้น ก็เลยเกิดไอเดียว่ามันน่าจะมีต้นไม้เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความสดชื่น ผมเลยโหนลงมาแล้ววิ่งไปหยิบต้นกล้วยไม้เล็กๆที่ปลูกไว้ใต้ต้นสนแผงหน้าบ้าน พร้อมกับหยิบกาบมะพร้าวที่อยู่ตรงเตาไฟซึ่งแม่ผมจะหั่นเอาไว้เป็นเชื้อไฟเวลาจุดเตา และถือเอาขวดน้ำเล็กๆใส่น้ำจนเต็ม ผมปีนขึ้นไปบนต้นมะยมอีกครั้ง ไอเอ๋นั่งมองลงมาเห็นจึงช่วยหยิบกล้วยไม้กับขวดน้ำขึ้นไป ผมปีนขึ้นตามไปพร้อมกับเอากล้วยไม้ขึ้นไปแปะบนกิ่งมะยมกิ่งหนึ่งที่ใหญ่พอประมาณแล้วก็เอากาบมะพร้าววางทาบ เอาเชือกที่เหลือจากที่สร้างบ้านมามัดกาบมะพร้าวและต้นกล้วยไม้ให้แนบติดกับลำต้นมะยม พร้อมเอาเอาน้ำในขวดเล็กๆมารด มันช่วยให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้นเยอะ เราคิดกันว่าถ้านานๆเข้ากล้วยไม้ก็จะเกาะติดเหมือนเป็นส่วนหนึ่งกับต้นมะยมไปเลยทีเดียว
เย็นวันนี้แม่ผมเดินกลับมาจากไร่เดินผ่านแนวรั้วเห็นเราสองคนนั่งอยู่บนแผ่นไม้บนต้นมะยมและกระดาษลัง แม่ผมหัวเราะออกมา พร้อมกับบอกว่า
"เอาอีกแล้วนะไอลิงสองตัวนี่ มันซนกันจริงจิ๊ง"
"จะนอนกันบนนั้นรึไง" แม่ผมถามต่อ
พวกเราสองคนได้แต่หัวเราะ สักพักเห็นแม่ไอเอ๋ออกมาจากหน้าบ้าน เราก็แกล้งทำเป็นผิวปากเสียงนกแม่ไอเอ๋หันไปมาตามเสียงแล้วก็เห็นว่าเราอยู่กันข้างบน
"เดี๋ยวเถอะๆ ขึ้นไปทำอะไรกันบนนั้นน่ะ เดี๋ยวจะโดนๆ" แม่ไอเอ๋ตะโกนออกมา
เราสองคนก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม จะว่าซนก็ได้นะแต่ตอนนี้อยู่ข้างบนมันก็รู้สึกสบายดี เราขึ้นไปเล่นกันอีกหลายวันแต่งนั่นแต่งนี่ บางครั้งไอเอกกับไออามเดินมาเห็นก็รีบวิ่งแย่งกันขึ้นมาอยู่ข้างบนบ้างเพราะชอบและรู้สึกสนุกเหมือนกัน
ผ่านไปไม่นานนัก ต้นมะยมเริ่มผลัดใบ ใบเขียวแก่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วงหล่นจากต้น ลูกมะยมไม่มีแล้วเหลือแต่ผลแห้งที่เคยตกลงมาอยู่บนพื้นดินแผ่นไม้กระดานของเราเอียงบางแผ่นร่วงหล่นเนื่องจากเชือกที่เรามัดเอาไว้เปื่อยขาดออก กระดาษลังด้านบนเต็มไปด้วยเศษใบของต้นมะยมที่แห้งสะสมจนทำให้เอียงทับลงมาบนแผ่นไม้ เราไม่ได้ปีนขึ้นไปนานแล้วเนื่องจากใบมันเริ่มร่วงทำให้รู้สึกร้อนเมื่อขึ้นไปอยู่ข้างบนนานๆครั้งที่เราจะปีนขึ้นไปดูต้นกล้วยไม้ที่เราปลูกเอาไว้ เรารวบรวมก้านมะยมมารวมกันแล้วก็มัดหนังยาง เอามาทำเป็นไม้กวาดขนาดเล็กๆ กวาดเอาเศษใบไม้ที่ร่วงอยู่เต็มพื้นมากองๆเข้าด้วยกันก่อนเอาไปทิ้งที่ทิ้งขยะ
รากของต้นกล้วยไม้ที่อยู่บนต้นมะยมเริ่มเกาะแนบกับลำต้นเหมือนที่เราตั้งใจไว้ ใบของมันยังเขียวสดตัดกับสีใบของต้นมะยมที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
"เอาไว้ให้ใบมันเยอะก่อน เราค่อยมาสร้างบ้านใหม่เนอะ" ผมบอกกับไอเอ๋
"เออ ก็ดี" ไอเอ๋ตอบ
หลายเดือนผ่านไป พวกเราเริ่มวาดฝันและออกแบบถึงบ้านบนต้นมะยมหลังใหม่อีกครั้ง หลังจากที่มันเริ่มผลิใบเขียวออกมา พร้อมๆกับเห็นต้นกล้วยไม้ที่ลำต้นแนบสนิทเสมือนเป็นต้นเดียวกันกับต้นมะยม กำลังออกกิ่งยาวมีช่อดอกตูมๆ รอรับการขึ้นบ้านใหม่ของเราในอนาคตอันใกล้นี้......
อ่านแล้วคิดถึงตอนเด็กๆแฮะ คิดถึงความซนของตัวเอง