เสียงกระซิบกระซาบของเด็กสองคนดังเบาๆมาจากมุมหนึ่งของรั้วบ้าน เด็กทั้งสองนั่งอยู่ตรงมุมชายคาใกล้ๆรั้วต้นไม้หลากหลายพันธ์ที่พอจะหาได้ในแถบนี้เอามาปลูกเป็นแนวแบ่งเขตกั้นระหว่างบ้าน มุมร่มๆตรงส่วนนั้นแสงแดดตอนกลางวันได้เว้นที่ว่างไว้ให้สำหรับพักผ่อนกันชั่วขณะก่อนที่จะลามเลียไปทั่วบริเวณตามวงโคจรของดวงอาทิตย์ เด็กสองคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนหรอกสำหรับในช่วงกลางวันแดดร้อนๆอย่างนี้ ก็มีแต่ผมกับไอเอ๋นี่ล่ะ ที่กำลังจะหากิจกรรมสนุกๆเล่นกัน
"เดี๋ยวเอ็งเข้าไปเอาไม้ขีดไฟนะ ถ้ามีเทียนเอาเทียนมาด้วย" ผมบอกเบาๆ
"เออได้ เดี๋ยวข้าเข้าไปเอา แม่ข้ากำลังหลับอยู่" ไอเอ๋ตอบ
"งั้นเดี๋ยวข้ากลับไปเอาลวดที่บ้านมา เดี๋ยวดูเทียนด้วยไม่รู้มีเปล่าถ้ามีจะเอามา" ผมบอก
"แล้วก็ฝาเหล้าหล่ะ" เสียงไอเอ๋ถาม
"บ้านเอ็งน่าจะมีนะ เอ็งเอามาด้วยละกัน" ผมตอบ
เหตุผลที่ต้องกระซิบกระซาบกันก็เพราะกิจกรรมที่จะเล่นกันนี้มันเกี่ยวกับไฟ ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเด็กๆในยุคนี้ทีเดียว นานๆทีที่เราจะได้เล่นกองไฟก็ในหน้าหนาวที่ต้องจุดไฟผิงกันบางทีก็ต้องรอจนกว่าที่ผู้ใหญ่จะเผาขยะกันเราก็จะชอบเอาไม้ เอาถุงพลาสติก บางทีก็กระป๋องและอื่นๆที่คาดว่าติดไฟได้ เอาไปรวมๆใส่ไว้ให้มันลุกโชน ความร้อนของมันทำให้เรารู้สึกสนุก ยิ่งถ้าผู้ใหญ่ห้ามด้วยแล้วล่ะก็เหมือนจุดชนวนความอยากเล่นของเราให้เพิ่มขึ้นอีกทวีคูณเลยทีเดียว
หลังจากที่เราตกลงกันหาอุปกรณ์กันเสร็จเรียบร้อย ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเข้าบ้านของแต่ละคนเพื่อทำภารกิจส่วนตัวที่ได้แบ่งกัน ผมเดินเข้าบ้านผ่านแม่ที่กำลังกินข้าวกลางวันอยู่บนโต๊ะ
"แดดร้อนๆ เดินเล่นตากแดดอยู่ได้ แค่นี้ยังดำไม่พอรึไง เหงื่อเต็มเลย กินข้าวรึยัง มานั่งกินข้าวนี่" เสียงแม่บ่นออกมาเป็นชุด
"ยังไม่หิวเลยแม่" ผมตอบสั้นๆ ก่อนเดินเข้าไปนั่งข้างๆแม่ที่กำลังนั่งกินข้าว มองกับข้าวที่อยู่บนโต๊ะ พร้อมหยิบน้ำในกระบอกบนโต๊ะมากิน ไม่ให้มีพิรุธ
ก่อนที่จะเดินผ่านอ้อมหลังไป ไปหยุดอยู่ที่ตู้อลูมิเนียม เปิดตู้ออกเบาๆ เห็นแท่งเทียนสีเหลืองๆอยู่เป็นกำ ผมไม่รอช้าที่จะค่อยๆหยิบมันออกมาทีละแท่งจนได้มาพอสมควร ความเหนียวและความร้อนทำให้บางแท่งมันติดกันบางทีก็ติดถุงพลาสติกที่ห่อเทียนต้องค่อยๆแกะโดยไม่ให้มีเสียงดัง ก่อนที่จะเดินเบาๆออกมาจากบ้าน และตรงไปที่ข้างห้องน้ำหยิบลวดเส้นเล็กๆที่แขวนเหน็บอยู่บนหลังคาลงมา และสาวเท้าจ้ำไปยังแนวรั้วตำแหน่งเดิมที่พึ่งผ่านการคุยกระซิบกระซาบกับไอเอ๋เมื่อสักครู่
ไม่นานนักไอเอ๋ก็เดินเข้ามาพร้อมกับโชว์ของที่เอามาด้วยมี ไม้ขีด 1 กล่อง, ฝาเหล้าแม่โขง 1 ฝาและเทียนอีกสองสามแท่ง เมื่อได้ของครบที่เราต้องการ เราก็มุ่งหน้าไปยังใต้ต้นมะขามเทศที่อยู่ห่างจากบ้านผมและบ้านไอเอ๋พอสมควรที่สำคัญต้องไม่มีผู้ใหญ่อยู่ในบริเวณนั้น ไม่เช่นนั้นเราสองคนคงไม่พ้นที่จะได้ประชันเสียงร้องกันด้วยก้านมะยมสดๆ โชคดีที่ตอนนี้เป็นตอนกลางวันซึ่งจะเป็นเวลานอนพักกลางวันของผู้ใหญ่ หลังแม่ผมกินข้าวเสร็จผมก็รู้ได้ทันทีว่าเดี๋ยวแม่ก็คงต้องนอนพักกลางวันอย่างแม่ไอเอ๋เหมือนกัน
ผมเริ่มหักลวดเส้นเล็กๆที่เอามาด้วยมือ พับงอไปมาไม่กี่ทีก็ขาดออก ขณะที่ไอเอ๋นั่งเขื่ยแผ่นพลาสติกที่อยู่ในฝาแม่โขงออก หลังจากนั้นก็เอาเส้นลวดมามัดรอบๆฝาแม่โขงให้เหลือลวดยาวออกมาไว้สำหรับถือ เมื่อได้แล้วก็บิเทียนให้เป็นก้อนเล็กๆใส่ลงไปในฝาแม่โขงพอประมาณ จากนั้นก็เริ่มเอาไม้ขีดจุดเทียนอีกแท่งปักไว้บนพื้นดิน ค่อยๆจับเส้นลวดที่ยื่นจากฝาแม่โขงให้ฝาแม่โขงอยู่ในตำแหน่งใต้เปลวเทียน จากนั้นก็รอเวลาให้เทียนในฝาละลาย ไม่นานนักเทียนจะค่อยหลอมลงเป็นน้ำเหลืองๆ ควันไฟคุกรุ่นออกมาจากฝา เวลาที่เรารอคอยจะหยุดลงเมื่อมีเปลวไฟลุกขึ้นมาบนน้ำเทียน กิจกรรมที่เล่นกันนี้เราเรียกกันว่า มังกรพ่นไฟ และสาเหตุที่ได้ชื่อนี้กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อไฟลุกบนน้ำเทียนติดบนฝาของแม่โขงแล้ว เราก็ค่อยๆยกออกมาวางในพื้นที่โล่ง ความร้อนจะยังคงทำให้เปลวไฟเกิดขึ้นอยู่ในฝา
ผมรีบวิ่งไปตักน้ำที่อยู่ในตุ่มหน้าบ้าน พร้อมกับชำเลืองมองเข้าไปในบ้าน เห็นแม่กำลังนอนหลับอยู่ เมื่อได้น้ำก็วิ่งเหยาะๆไปที่ใต้ต้นมะขามเทศ เปลวไฟยังคงลุกออกมาจากฝาแม่โขงด้วยความร้อนที่สะสมไว้ ผมเริ่มอมน้ำไปปากพร้อมกับใช้สัญญาณมือบอกให้ไอเอ๋ถอย พร้อมกับพ่นน้ำออกจากปากไปที่เปลวไฟ ละอองน้ำจากปากกระทบกับเปลวไฟในฝาแม่โขงเสียงดังออกมาฟู่ใหญ่พร้อมสะเก็ดแตกของน้ำเทียน เปลวไฟลูกใหญ่ลุกโชนออกมาจากฝาเหล้า ตามมาด้วยก้อนควันเล็กๆสีดำที่ลอยขึ้นไปบนฟ้าหลังลูกไฟหายไป สิ่งนี้เองล่ะที่เป็นที่มาของชื่อ มังกรพ่นไฟ
เราทั้งสองคนตื่นเต้นกันใหญ่ ไอเอ๋รีบขอขันน้ำ และอมน้ำเข้าไปในปากก่อนที่จะพ่นไปยังเปลวไฟเล็กๆที่ยังมีเหลืออยู่ เสียงสะเก็ดเทียนเมื่อโดนน้ำแตกดังฟู่ ลูกไฟเล็กๆลุกขึ้นพรึ่บหนึ่งเล็กกว่าตอนแรก แล้วก็ดับลง
"ต่อไปเดี๋ยวข้าพ่นก่อนมั่งนะ" ไอเอ๋บอก
"ได้ๆ" ผมตอบกลับ
เราเริ่มต้นกันอีกครั้ง โดยบิเทียนออกแล้วก็เอาไปใส่ในฝาแม่โขงพร้อมกับจุดเทียนลนไฟที่ใต้ฝา เปลวไฟลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พร้อมๆกับผมที่วิ่งไปตักน้ำมาอีกขันใหญ่ แม้ว่าแสงแดดในกลางวันนี้จะแผดแสงออกมาจ้าจนทำให้เหงื่อไหลเต็มใบหน้าและหลังของเรา และถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะเล่นอยู่กับเปลวไฟที่ลุกโชนก็ตาม แต่กลางวันนี้ก็ไม่ได้ทำให้เราสองคนรู้สึกว่ามันร้อนเลยแม้สักนิดเดียว...
2006/May/08
สนุกดีค่ะ อ่านอย่างใจจดใจจ่อดูว่าเล่นยังไงกัน อยากเล่นมั่ง
ตอนเด็กน้องชายเราก็ชอบเล่นไฟนะ แต่ไม่เล่นอย่างมีศิลปะขนาดนี้ เอะอะเอากระดาษมารวมกันแล้วจุดไฟเลย
ออกแนวโหดเล็กน้อย
ตอนเด็กน้องชายเราก็ชอบเล่นไฟนะ แต่ไม่เล่นอย่างมีศิลปะขนาดนี้ เอะอะเอากระดาษมารวมกันแล้วจุดไฟเลย
ออกแนวโหดเล็กน้อย
ก็บอกแล้วเวลาเล่นให้ระวัง ระวังแม่นะ ไม่ได้ระวังไฟ 55+
---
คนไม่เคยเล่นลองดูนะครับ ระวังอย่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้ล่ะ
---
คนไม่เคยเล่นลองดูนะครับ ระวังอย่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้ล่ะ
55+ตอนเด็กๆก็หาไรมาทิ้งๆลงในกองไฟ(แล้วก็จะมีเสียงพ่อบ่นเป็นระยะ)พอเห็นไฟลุกโชนสูงๆก็จะดีใจ55+(อะไรว่ะเนี่ย)
แต่มังกรพ่นไฟไม่เคยเล่นอ่ะ
น่าสนุกดีนะ ว่างๆจะลองทำ
แต่มังกรพ่นไฟไม่เคยเล่นอ่ะ
น่าสนุกดีนะ ว่างๆจะลองทำ
เคยเล่นแบบนี้ครับ แต่จำไม่ได้ว่ารูปแบบนี้ไหมตอนเด็กๆมักจะหาอะไรเล่นแผงๆประจำ ไฟ น้ำ ปีนตึกไปชั้นสองแล้วโดดลงมาก็มี
อ่านแล้วนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็กๆ ไม่กลัวว่าจะเจ็บสิ่งที่กลัวที่สุดคือโดนแม่ว่าเนี่ยแหละครับ
อ่านแล้วนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็กๆ ไม่กลัวว่าจะเจ็บสิ่งที่กลัวที่สุดคือโดนแม่ว่าเนี่ยแหละครับ
เล่นกันอันตรายจังเลย
แต่ว่า....เห็นแล้วก็อยากเล่นเหมือนกันแฮะ
อยากเห็นตอนไปลุกน้ำเทียน แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้วค่ะ
เปลี่ยนชื่อเป็นมังกรพ่นน้ำดับไฟดีมั้ยคะ 555+
แต่ว่า....เห็นแล้วก็อยากเล่นเหมือนกันแฮะ
อยากเห็นตอนไปลุกน้ำเทียน แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้วค่ะ
เปลี่ยนชื่อเป็นมังกรพ่นน้ำดับไฟดีมั้ยคะ 555+
น่าเล่นเหมือนกันนะคะ
เพียงแต่ว่าไม่รู้จะเล่นกะใคร เล่นคนเดียวคงไม่สนุกใช่ไหมคะ ??
เมื่อก่อนเคยเอาไม้ขีดไฟมาเล่นคะ
ตอนนั้นเล่นกับเพื่อนบ้านคะ
เอาไม้ขีดไฟมาจุดหน้าบ้านเลยละคะ
หน้าบ้านเลยละคะ ไม่กลัวใครเห็น
เพราะว่าเรานั่งอยุ่ในกล่องใหญ่ๆ กล่องตู้เย็นนะคะ
นั่งอยู่ในนั้น แล้วเอาไม้ขีดไฟมาจุดเล่น สนุกใหญ่เลย ^^"
เพียงแต่ว่าไม่รู้จะเล่นกะใคร เล่นคนเดียวคงไม่สนุกใช่ไหมคะ ??
เมื่อก่อนเคยเอาไม้ขีดไฟมาเล่นคะ
ตอนนั้นเล่นกับเพื่อนบ้านคะ
เอาไม้ขีดไฟมาจุดหน้าบ้านเลยละคะ
หน้าบ้านเลยละคะ ไม่กลัวใครเห็น
เพราะว่าเรานั่งอยุ่ในกล่องใหญ่ๆ กล่องตู้เย็นนะคะ
นั่งอยู่ในนั้น แล้วเอาไม้ขีดไฟมาจุดเล่น สนุกใหญ่เลย ^^"
ว้ายยยย กิจกรรมนี้อิฉันเคยเล่นค่ะ แต่ไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตีเริ่มเล่นหรอกนะคะ คือญาติของอิฉันเป็นคนริเริ่มค่ะ เล่นที่ไหนไม่เล่นไปเล่นในงานศพของอาอะค่ะ TT แต่ไม่ใช้อะไรมากมายอะค่ะ แค่ใช้ไม้มาคีบช้อนและเอาเศษเทียนมาบิ ๆ แล้วมาหลอมที่เทียนอันใหญ่และก็หยดน้ำไปที่e'ช้อนติดไฟนั่นแหละค่ะ เล่นมันหน้างานศพนั่นแหละค่ะ (ผ่านมาตั้ง ๙ ปีที่แล้วอะค่ะ ขณะนั้นวันรุ่งขึ้นจะบวชหน้าไปอยู่แล้วยังไม่เจียมตัว 555+)
อยากเล่นบ้างจังเลยค่ะ...มันคงจะสนุกดีไม่น้อยเลยนะคะ
หวัดดีค่ะคุณฉิม..สบายดีหรือเปล่าคะ..นาสบายดีค่ะ กลับมาแล้วนะคะ..ยังมีชีวิตอยู่จ้ะ.
หายไปหลายวันคิดถึงนิยายของคุณฉิมมาก ๆ เลยค่ะ เขียนอีกเยอะ ๆ นะคะ ชอบมากค่ะ..
หวัดดีค่ะคุณฉิม..สบายดีหรือเปล่าคะ..นาสบายดีค่ะ กลับมาแล้วนะคะ..ยังมีชีวิตอยู่จ้ะ.
หายไปหลายวันคิดถึงนิยายของคุณฉิมมาก ๆ เลยค่ะ เขียนอีกเยอะ ๆ นะคะ ชอบมากค่ะ..
อ่านแล้วเห็นภาพเด็กผู้ชายซนๆสองคน
เล่นมังกรพ่นไฟ
แต่นึกเสียวๆว่าแถวนั้นมีหญ้าแห้งเยอะอะป่าว
แฮ่ะๆๆ กลัวไฟไหม้ลุกลามค่ะคุณฉิม
เล่นมังกรพ่นไฟ
แต่นึกเสียวๆว่าแถวนั้นมีหญ้าแห้งเยอะอะป่าว
แฮ่ะๆๆ กลัวไฟไหม้ลุกลามค่ะคุณฉิม
เคยเล่นตอนเด็กมากๆเหมือนกันครับ แต่ไม่ใช้ลวดพันฝาขวด ใช้กิ่งไม้สี่อันปักลงในดินแทนขาตั้งแทนเวลาหยดน้ำลงไปให้ไฟลุกฟู่ขึ้นมา ฝาขวดก็จะหล่นลงตามแรงประทุ ต้องมานั้งตั้งฝาบนขาตั้งกันใหม่ ...วิธีนี้ดีกว่าเยอะเลย
...
นึกถึงกิจกรรมเล่นกับไฟ อีกอันที่เคยเล่นก็คือ "ไฟหยด" เคยเล่นมั๊ยครับคุณฉิม ใช้ขวดน้ำพลาสติกเสียบไม้แล้วเอาไปเผาไฟจนไฟติด พลาสติกที่ติดไฟจะละลายและหยดลงมาเป็นสายเหมือนไฟที่หยดลงมาได้ สนุกดี แต่อันตรายมาก
จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยถูกพี่แกล้งเอาไฟมาหยดใส่หัว ร้องไห้จ้าเลย ส่วนพี่ก็โดนตีตามระเบียบ... ป่านนี้ยังแค้นไม่หายเลย
...
นึกถึงกิจกรรมเล่นกับไฟ อีกอันที่เคยเล่นก็คือ "ไฟหยด" เคยเล่นมั๊ยครับคุณฉิม ใช้ขวดน้ำพลาสติกเสียบไม้แล้วเอาไปเผาไฟจนไฟติด พลาสติกที่ติดไฟจะละลายและหยดลงมาเป็นสายเหมือนไฟที่หยดลงมาได้ สนุกดี แต่อันตรายมาก
จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยถูกพี่แกล้งเอาไฟมาหยดใส่หัว ร้องไห้จ้าเลย ส่วนพี่ก็โดนตีตามระเบียบ... ป่านนี้ยังแค้นไม่หายเลย
อันนี้เคยเล่นครับ อย่างมันอ่ะ แต่ผมเล่นเป็นกาละมังเลย ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ บ้านเกือบไหม้ เพราะมันลุกสูงถึงหลังคาบ้านเลย กรั่ก ๆๆ