บริเวณรอบๆบ้านผมจะเต็มไปด้วยต้นไม้ทั้งไม้ยืนต้นและไม้เลื้อย หลากหลายพันธ์ พ่อของผมชอบปลูกต้นไม้ ทำให้ทุกๆเช้าบริเวณบ้านจะมีเสียงนกร้องเต็มไปหมด หลังบ้านของจะมีต้นใบเงินใบทองปลูกเรียงกันอยู่เป็นแถว พ่อสอนให้ผมปักชำต้นไม้และตอนต้นไม้ตั้งแต่ยังเด็กโดยต้นที่มักจะใช้ทดลองจะเป็นพวกใบเงินใบทอง เพราะมันปลูกง่ายและโตเร็ว ต้นแรกที่พ่อสอนชำก็คือ ต้นใบเงิน มันเหมือนกับต้นใบทองแต่ต่างกันแค่สีของใบ ต้นของใบเงินสีของใบจะเป็นสีเขียวปนขาว ส่วนต้นใบทองจะเป็นสีแดงอมม่วง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเรียกว่าใบทอง รู้แต่ว่าเวลาจะมีพระสึกจะได้ยินเสียงคนมาเรียกขอใบเงินใบทองจากต้นที่พ่อปลูกไว้ เอาไปใช้ในพิธีที่พระจะทำการสึก ไม่รู้เหมือนกันว่ามีความหมายว่าอย่างไรคงจะประมาณให้สึกออกไปแล้วมีเงินมีทองใช้กระมัง
พ่อสอนว่ากิ่งที่จะใช้ปักชำต้องเป็นกิ่งที่ไม่แก่และไม่อ่อนเกินไปนัก ตัดมาให้ยาวประมาณศอก ศอกของพ่อกับศอกของผมต่างกันมากนัก มารู้เมื่อตอนพ่อทักว่าทำไมตัดสั้นจัง ผมเลยเอามาเทียบกับศอกตัวเองให้พ่อดู
พ่อก้มลงมองดู ได้แต่หัวเราะบอกว่า
"เออ ถูกของเอ็ง"
เมื่อเราได้กิ่งมาแล้วก็มาทำการเด็ดใบทิ้งให้เหลือใบอ่อนๆที่ยอดของกิ่งประมาณสองสามใบ พ่อบอกว่าถึงไม่เด็ดออกเวลาเอาไปชำใบมันก็ต้องร่วงอยู่ดี จากนั้นเราก็เอากิ่งมาตัดโคนให้มันแหลมพร้อมกับปอกเปลือกนอกของกิ่งนั้นขึ้นมาจากโคนประมาณ 1 นิ้ว พ่อบอกว่าที่ตัดโคนแหลมๆเวลาทิ่มลงไปในดินจะทำให้มันลงไปง่ายและที่ปอกเปลือกนอกก็เพื่อให้รากมันออกมาบริเวณนั้น จากนั้นพ่อก็พาเดินไปที่ข้างตุ่มน้ำที่อยู่หน้าบ้าน ที่แม่มักจะมาซักผ้า ทำให้ดินบริเวณนั้นเปียกชื้นอยู่เสมอ เมื่อได้ทำเลเหมาะที่ดินชื้นๆพ่อก็ให้ผมปักกิ่งไม้นั้นลงไปในดิน
"อีกเดือนนึง รากมันจะออก" เสียงพ่อบอก
"ครับ" ผมมองหน้าพ่อ พร้อมยิ้ม
ผ่านไปหนึ่งเดือนผมก็ได้เห็นรากขาวๆของต้นใบเงินที่ปักชำเอาไว้ รู้สึกดีใจเหมือนให้ชีวิตใหม่เกิดขึ้นมาบนโลกนี้อีกหนึ่งชีวิต เมื่อเห็นว่ารากงอกเยอะแล้วผมก็เอาไปปลูกเรียงต่อแถวจากที่พ่อปลูกไว้บริเวณหลังบ้าน ถึงแม้จะเป็นต้นเล็กเมื่อเทียบกับต้นที่พ่อปลูกเอาไว้ แต่ผมก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งมันจะต้องใหญ่และแข็งแรง
ผมชอบที่จะมองดูพ่อทำอะไรต่างๆนาๆภายในบ้าน ถึงแม้นานๆทีที่พ่อจะกลับมาบ้าน สิ่งที่เห็นพ่อทำมากที่สุดก็คือการปลูกต้นไม้ ทุกทีที่พ่อกลับมาจะเห็นพ่อนั่งขลุกอยู่กับต้นไม้ประจำพ่อเป็นคนชอบปลูกต้นไม้แต่ผมชอบที่จะมองหลังของพ่อ หลังของพ่อใหญ่และกว้างดูแข็งแรงเหมาะสมกับอาชีพที่พ่อทำวันที่พ่อกลับมาพ่อมักจะชอบโชว์กล้ามแล้วก็ให้ผมเกาะห้อยที่แขนของพ่อโดยที่พ่อแกว่งไปแกว่งมา มันสนุกดี เหมือนพ่อเป็นจอมพลัง
ต้นไม้ที่หน้าบ้านกือบทั้งหมดจะเป็นฝีมือพ่อที่ปลูกและต้นที่ผมชอบมากที่สุดก็คือต้นสนแผงบนต้นมักจะมีนกมาอาศัยทำรังอยู่เยอะและไม่พลาดที่ผมมักจะปีนขึ้นไปดูไข่ของมันในรังซึ่งบางครั้งเป็นก็เห็นเป็นตัวอ่อนๆดูแล้วเหมือนนกขี้เรื้อนไม่น่าจะบินได้ บางทีนึกสนุกก็เอากล่องพลาสติกเจาะรูปีนขึ้นไปบนต้นสนแผงเอาเชือกมัดกล่องพลาสติกติดไว้กับต้นสนแผงเพื่อให้นกมันมาอยู่ ทำเหมือนเป็นรังให้มัน แต่ก็ไม่เห็นมีตัวไหนหลงเข้าไปทำรังสักตัว
พอไอเอ๋ผ่านมาเห็นเข้าก็เลยช่วยกันคิดหาวิธีให้นกมาอยู่ สภาพของรังใหม่ที่เราทำขึ้นก็แลดูน่าอยู่ขึ้น กลายเป็นกล่องปี๊บขนมที่เปิดฝาเอาไว้มีหญ้าใส่ไว้ข้างในเอาแบบว่าถ้านกตัวไหนมาอยู่ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปคาบหญ้ามาทำรังกันเลย ด้านบนเราก็มีหญ้าปกคลุมไว้ให้เพื่อป้องกันแสงแดดที่จะกระทบกับปี๊บที่เป็นสังกะสี พร้อมๆกับมีเศษข้าวเปลือกโรยอยู่ด้านใน ให้กันขนาดนี้แต่ก็ยังไม่เห็นจะมีวี่แววว่านกตัวไหนจะเข้ามาอาศัยอยู่ อย่างดีที่มีให้เราลุ้นก็แค่เข้าไปกินข้าวเปลือกข้างในแล้วก็บินออกมาเท่านั้นเอง
บนต้นสนแผงจะมีหนอนผีเสื้อ ที่ชอบม้วนเอาใบสนแผงแห้งๆมาพันเป็นก้อนๆห้อยอยู่ตามกิ่งเต็มไปหมด ตอนที่เรายังไม่รู้ ด้วยความสงสัยเราจึงแกะออกมาดูว่ามันคืออะไร สิ่งที่พบก็เป็นหนอนตัวดำๆนอนขดอยู่ข้างใน บางตัวแข็งเหมือนตายไปแล้วบางตัวอ่อนยังดิ้นไปมา แม่บอกว่าทิ้งไว้ไม่นานมันจะกลายเป็นผีเสื้อ มองดูสภาพก่อนที่มันจะสวยก็น่าเกลียดน่าดู
ที่ใต้ต้นสนแผง สิ่งที่มักจะพบอยู่เสมอก็คือไอพัด หมารักของผม มันชอบมาขุดดินแถวๆโคนต้นสนแล้วก็วนหันตูดอยู่สองสามรอบก่อนจะล้มตัวนอน ไม่รู้ว่ามันจะวนทำไม วันดีคืนดีอยากแกล้งมันก็จะไปหารังมดแดงแอบเอามาเคาะใส่มันตอนที่มันกำลังเคลิ้มๆหลับ ไม่รู้บาปกรรมจะสนองวันไหนเหมือนกัน จำได้แต่ว่าเห็นภาพมันเอาสองขาหน้าวิ่งส่วนขาหลังวางไว้กับพื้นเหมือนหมากำลังนั่ง แล้วก็วิ่งเอาตูดถูดินไปเรื่อยๆ ตลกดี
พ่อชอบสอนว่า ต้นไม้กับมนุษย์เป็นของคู่กันต้องพึ่งพาอาศัยกัน เราเป็นผู้อาศัยส่วนเขาอยู่มาก่อนเรามานานนัก เพราะฉะนั้นต้นไม้ทุกต้นถ้าจะตัดทิ้งต้องมีเหตุผล ผมจำได้ว่าต้นไม้ที่ผมเคยตัดทิ้งก็มีต้นดอกแค ที่แม่ให้ผมตัดเพราะมันขึ้นอยู่ริมรั้วและมันไม่ค่อยมีดอก เป็นต้นเดียวที่ผมตัดและเหตุผลที่ตัดมันก็มีเท่านั้นจริงๆ...
พ่อสอนว่ากิ่งที่จะใช้ปักชำต้องเป็นกิ่งที่ไม่แก่และไม่อ่อนเกินไปนัก ตัดมาให้ยาวประมาณศอก ศอกของพ่อกับศอกของผมต่างกันมากนัก มารู้เมื่อตอนพ่อทักว่าทำไมตัดสั้นจัง ผมเลยเอามาเทียบกับศอกตัวเองให้พ่อดู
พ่อก้มลงมองดู ได้แต่หัวเราะบอกว่า
"เออ ถูกของเอ็ง"
เมื่อเราได้กิ่งมาแล้วก็มาทำการเด็ดใบทิ้งให้เหลือใบอ่อนๆที่ยอดของกิ่งประมาณสองสามใบ พ่อบอกว่าถึงไม่เด็ดออกเวลาเอาไปชำใบมันก็ต้องร่วงอยู่ดี จากนั้นเราก็เอากิ่งมาตัดโคนให้มันแหลมพร้อมกับปอกเปลือกนอกของกิ่งนั้นขึ้นมาจากโคนประมาณ 1 นิ้ว พ่อบอกว่าที่ตัดโคนแหลมๆเวลาทิ่มลงไปในดินจะทำให้มันลงไปง่ายและที่ปอกเปลือกนอกก็เพื่อให้รากมันออกมาบริเวณนั้น จากนั้นพ่อก็พาเดินไปที่ข้างตุ่มน้ำที่อยู่หน้าบ้าน ที่แม่มักจะมาซักผ้า ทำให้ดินบริเวณนั้นเปียกชื้นอยู่เสมอ เมื่อได้ทำเลเหมาะที่ดินชื้นๆพ่อก็ให้ผมปักกิ่งไม้นั้นลงไปในดิน
"อีกเดือนนึง รากมันจะออก" เสียงพ่อบอก
"ครับ" ผมมองหน้าพ่อ พร้อมยิ้ม
ผ่านไปหนึ่งเดือนผมก็ได้เห็นรากขาวๆของต้นใบเงินที่ปักชำเอาไว้ รู้สึกดีใจเหมือนให้ชีวิตใหม่เกิดขึ้นมาบนโลกนี้อีกหนึ่งชีวิต เมื่อเห็นว่ารากงอกเยอะแล้วผมก็เอาไปปลูกเรียงต่อแถวจากที่พ่อปลูกไว้บริเวณหลังบ้าน ถึงแม้จะเป็นต้นเล็กเมื่อเทียบกับต้นที่พ่อปลูกเอาไว้ แต่ผมก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งมันจะต้องใหญ่และแข็งแรง
ผมชอบที่จะมองดูพ่อทำอะไรต่างๆนาๆภายในบ้าน ถึงแม้นานๆทีที่พ่อจะกลับมาบ้าน สิ่งที่เห็นพ่อทำมากที่สุดก็คือการปลูกต้นไม้ ทุกทีที่พ่อกลับมาจะเห็นพ่อนั่งขลุกอยู่กับต้นไม้ประจำพ่อเป็นคนชอบปลูกต้นไม้แต่ผมชอบที่จะมองหลังของพ่อ หลังของพ่อใหญ่และกว้างดูแข็งแรงเหมาะสมกับอาชีพที่พ่อทำวันที่พ่อกลับมาพ่อมักจะชอบโชว์กล้ามแล้วก็ให้ผมเกาะห้อยที่แขนของพ่อโดยที่พ่อแกว่งไปแกว่งมา มันสนุกดี เหมือนพ่อเป็นจอมพลัง
ต้นไม้ที่หน้าบ้านกือบทั้งหมดจะเป็นฝีมือพ่อที่ปลูกและต้นที่ผมชอบมากที่สุดก็คือต้นสนแผงบนต้นมักจะมีนกมาอาศัยทำรังอยู่เยอะและไม่พลาดที่ผมมักจะปีนขึ้นไปดูไข่ของมันในรังซึ่งบางครั้งเป็นก็เห็นเป็นตัวอ่อนๆดูแล้วเหมือนนกขี้เรื้อนไม่น่าจะบินได้ บางทีนึกสนุกก็เอากล่องพลาสติกเจาะรูปีนขึ้นไปบนต้นสนแผงเอาเชือกมัดกล่องพลาสติกติดไว้กับต้นสนแผงเพื่อให้นกมันมาอยู่ ทำเหมือนเป็นรังให้มัน แต่ก็ไม่เห็นมีตัวไหนหลงเข้าไปทำรังสักตัว
พอไอเอ๋ผ่านมาเห็นเข้าก็เลยช่วยกันคิดหาวิธีให้นกมาอยู่ สภาพของรังใหม่ที่เราทำขึ้นก็แลดูน่าอยู่ขึ้น กลายเป็นกล่องปี๊บขนมที่เปิดฝาเอาไว้มีหญ้าใส่ไว้ข้างในเอาแบบว่าถ้านกตัวไหนมาอยู่ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปคาบหญ้ามาทำรังกันเลย ด้านบนเราก็มีหญ้าปกคลุมไว้ให้เพื่อป้องกันแสงแดดที่จะกระทบกับปี๊บที่เป็นสังกะสี พร้อมๆกับมีเศษข้าวเปลือกโรยอยู่ด้านใน ให้กันขนาดนี้แต่ก็ยังไม่เห็นจะมีวี่แววว่านกตัวไหนจะเข้ามาอาศัยอยู่ อย่างดีที่มีให้เราลุ้นก็แค่เข้าไปกินข้าวเปลือกข้างในแล้วก็บินออกมาเท่านั้นเอง
บนต้นสนแผงจะมีหนอนผีเสื้อ ที่ชอบม้วนเอาใบสนแผงแห้งๆมาพันเป็นก้อนๆห้อยอยู่ตามกิ่งเต็มไปหมด ตอนที่เรายังไม่รู้ ด้วยความสงสัยเราจึงแกะออกมาดูว่ามันคืออะไร สิ่งที่พบก็เป็นหนอนตัวดำๆนอนขดอยู่ข้างใน บางตัวแข็งเหมือนตายไปแล้วบางตัวอ่อนยังดิ้นไปมา แม่บอกว่าทิ้งไว้ไม่นานมันจะกลายเป็นผีเสื้อ มองดูสภาพก่อนที่มันจะสวยก็น่าเกลียดน่าดู
ที่ใต้ต้นสนแผง สิ่งที่มักจะพบอยู่เสมอก็คือไอพัด หมารักของผม มันชอบมาขุดดินแถวๆโคนต้นสนแล้วก็วนหันตูดอยู่สองสามรอบก่อนจะล้มตัวนอน ไม่รู้ว่ามันจะวนทำไม วันดีคืนดีอยากแกล้งมันก็จะไปหารังมดแดงแอบเอามาเคาะใส่มันตอนที่มันกำลังเคลิ้มๆหลับ ไม่รู้บาปกรรมจะสนองวันไหนเหมือนกัน จำได้แต่ว่าเห็นภาพมันเอาสองขาหน้าวิ่งส่วนขาหลังวางไว้กับพื้นเหมือนหมากำลังนั่ง แล้วก็วิ่งเอาตูดถูดินไปเรื่อยๆ ตลกดี
พ่อชอบสอนว่า ต้นไม้กับมนุษย์เป็นของคู่กันต้องพึ่งพาอาศัยกัน เราเป็นผู้อาศัยส่วนเขาอยู่มาก่อนเรามานานนัก เพราะฉะนั้นต้นไม้ทุกต้นถ้าจะตัดทิ้งต้องมีเหตุผล ผมจำได้ว่าต้นไม้ที่ผมเคยตัดทิ้งก็มีต้นดอกแค ที่แม่ให้ผมตัดเพราะมันขึ้นอยู่ริมรั้วและมันไม่ค่อยมีดอก เป็นต้นเดียวที่ผมตัดและเหตุผลที่ตัดมันก็มีเท่านั้นจริงๆ...
มันดันตาย
คุณเหมาะจะเป็นนักเขียนมากกว่าค่ะ
เราก็ไม่เคยตัดต้นไม้ทิ้งหรอก เคยแต่ถอนหญ้า55+