บ่ายสี่โมงเย็นวันนี้ อากาศที่บ้านไม่ร้อนมากนักเพราะได้ลมที่พัดมาจากทุ่งอ้อยหน้าบ้าน พัดเข้ามาเรื่อยๆทำให้บริเวณบ้านรู้สึกเย็น วันนี้ผมนัดกับไอเอ๋กันว่าจะไปดักหนูกันในไร่อ้อย ได้ยินมาว่าที่ไร่นอกมีหนูเยอะ ไร่นอกที่เราว่าก็คือไร่ที่อยู่ไกลจากบ้านเรามาก จนต้องปั่นจักรยานไปวิ่งข้ามถนนข้ามคลองไปก่อนจะถึง ถ้าเป็นไร่ใน พวกเราจะหมายถึง ไร่ที่อยู่แถวๆบ้าน เราไม่ได้ดักหนูกันมานานแล้วเมื่อวานจึงมาช่วยกันซ่อมด้วงที่ผุพังไปเมื่อปีที่แล้ว บางด้วงคันหักต้องเอาไม้ไผ่มาเหลาทำคันใหม่ บางด้วงเชือกขาดไปก็ต้องเอามาซ่อมกันใหม่
ด้วงคืออุปกรณ์ที่เราเอามาใช้ในการดักหนู มันทำด้วยไม้ไผ่และเชือก เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ดักหนูกันมานมนาน มันจะประกอบไปด้วยตัวด้วงซึ่งทำจากกระบอกไม้ไผ่ตัดกลวงยาวประมาณสองคืบถ้าวัดจากมือเด็กๆอย่างเรา และก็มีคันไม้ไผ่ยาวประมาณหนึ่งช่วงแขนซึ่งจะถูกเหลาให้โค้งงอได้ ด้านปลายโคนของคันไม้ไผ่จะถูกปักไว้กับตัวดวงส่วนอีกปลายด้านบนจะมีเชือกผูกไว้แล้วก็โยงมาผูกกับตัวด้วง ข้างในตัวด้วงจะมีกลไกเป็นกระเดื่องไม้ไว้สำหรับดักหนู เมื่อหนูเข้ามากินอาหารที่เราล่อเอาไว้ในตัวด้วง มันก็จะโดนกระเดื่อง เชือกที่เรามัดไว้กับคันก็จะเด้งให้เชือกรัดที่คอหนู ยิ่งมันดิ้นไปดิ้นมาก็จะทำให้อากาศหายใจของมันน้อยลงจนตายไปในที่สุด อาจจะเป็นวิธีที่ทรมานแต่เด็กๆอย่างเราก็ไม่เคยเห็นตอนมันดิ้นจากในด้วงสักที พอไปดูอีกทีก็เห็นมันตายแล้วจึงไม่ค่อยได้คิดสนใจอะไรกับความทรมานของมันสักเท่าไหร่
ผมขยับชุดพร้อมติดกระดุมเสื้อด้านหน้า ถึงแม้จะติดกระดุมคอแล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่ามันหลวมอยู่ดี แขนเสื้อยาวเลยมือผมไป จนต้องพับขึ้นมาซะหนาเตอะ ชายเสื้อด้านล่างยาวไปถึงหัวเข่าผม พอยัดเข้าไปในกางเกงทำให้รู้สึกอึดอัดจึงต้องดึงมันออกมาเหมือนเดิม หน้าอกเสื้อปักชื่อสีเหลืองตัดกับสีเขียวขี้ม้าของเสื้อว่า เด่นชัย จันทร์ฉิม แน่นอนที่ว่ามันไม่ใช่เสื้อของผมมันเป็นเสื้อ รด. ของพี่เจี๊ยบพี่ชายผมนั่นเอง เวลาผมออกไปทุ่งกับแม่ ผมชอบที่จะใส่เสื้อตัวนี้เพราะว่ามันดูเท่ห์ดี เหมือนเป็นทหารหรือนักรบประมาณนั้น และเสื้อตัวนี้พี่ชายผมก็ไม่ได้ใช้แล้วผมก็เลยยึดเอาไว้ซะเลยถึงแม้ขนาดมันจะใหญ่เกินตัวก็ตาม เหตุที่ต้องใส่เสื้อแขนยาวเพราะเย็นนี้ต้องไปไร่อ้อยเข้าไปดักหนูถ้าไม่ใส่ไปคงได้คันคะเยอไปทั้งตัว
ผมเดินไปหยิบย่ามผ้าสีเทาขมุกขมัว ที่แขวนอยู่ใต้ถุนบ้าน ตรวจดูของในย่ามมีมีดพกเล่มเล็กๆอยู่ ซึ่งเป็นของพี่ชายและเห็นมีลูกมะกรูดแห้งๆอยู่สองสามลูก ทุกครั้งที่ผมจะออกไปไร่กับแม่ แม่จะเรียกให้ไปเก็บมะกรูดมาสองสามลูก เวลาจะเดินผ่านเข้าพงรกๆแม่จะหยิบลูกมะกรูดโยนเข้าไปในพงหญ้านั้นก่อนที่จะเดินตามเข้าไป แม่บอกว่าโยนไล่พวกงู แม่บอกว่างูมันเกลียดกลิ่นมะกรูด พี่โดมพี่ชายคนที่สองของผมเคยเล่าให้ผมฟังอย่างสนุกว่าเคยเดินเข้าไปในไร่กับพี่เจี๊ยบแล้วก็เจองูก็เลยลองเอามะกรูดปาเข้าไป แทนที่งูจะวิ่งเข้าหามันก็วิ่งหนีไป เขาก็เลยวิ่งเอามะกรูดไล่ปากันอย่างสนุก ผมจึงไม่รอช้าที่จะเดินไปหยิบลูกมะกรูดที่ต้นมาใส่ไว้ในย่ามแทนลูกเก่าที่แห้งจนแข็ง จากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านหยิบเอาถุงพลาสติกมาใส่ข้าวสารในโอ่งไปสามกำมือ เอาไว้เป็นเหยื่อล่อหนู พร้อมๆกับเอาเศษขี้ไต้สีดำๆเหมือนยางมะตอยมาบิๆใส่เข้าไปในข้าวสารนั้น ก่อนที่จะเอาขี้ไต้นี้ไปใช้ก็ต้องเอาไปเผาไฟอ่อนๆก่อนมันจะมีกลิ่นหอมๆออกมาใช้ล่อหนูได้ดีนัก หลังจากนั้นก็ไปหยิบเชือกที่ม้วนขดๆเอาไว้เผื่อเวลาด้วงเสียจะได้ซ่อมกันที่นั่นเลย เมื่อของครบแล้วจึงเดินไปหยิบด้วงที่แขวนเอาไว้ที่หลังห้องน้ำมาสะพายใส่ไหล่ผมมีทั้งหมด 7 ด้วงซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของเก่าที่ซ่อมใช้จากปีที่แล้วทั้งนั้น
"แม่เกินไปดักหนูแล้วนะ" ผมตะโกน บอกแม่ที่นั่งพักอยู่ข้างจอมปลวกหลังจากการถากหญ้าในไร่
"ไม่หยิบเอาตะกรุดไปด้วยล่ะลูก แขวนอยู่ในตู้น่ะ" เสียงแม่บอกถึงตะกรุด
เครื่องรางของขลังที่เป็นลักษณะแผ่นทองเหลืองจารอักขระขอมหรือยันต์พร้อมกับม้วนขดๆไว้มีเชือกที่ถูกถักเป็นเส้นร้อยมัดเอาไว้อีกทีบางอันจะมีรัก ซึ่งเป็นยางไม้มาหุ้มอีกทีทำให้ดูเป็นก้อนสีดำๆ พี่ชายผมชอบเอามาคาดเอวเวลาออกไปทุ่ง ด้วยเชื่อว่ามันจะกันพวกสัตว์มีพิษและก็ผีสางต่างๆ
"ไม่เอาหรอกแม่" ผมตอบ จริงๆแล้วก็อยากเอาไป แต่กลัวจะเสียเวลาเปล่าๆ ผมเลยตอบไปอย่างนั้น
เมื่อเดินไปถึงหน้าบ้านไอเอ๋ ก็เห็นไอเอ๋กำลังเตรียมของอยู่เหมือนกัน จักรยานสีเขียวปนสีสนิมเก่าๆจอดรออยู่หน้าบ้าน ไอเอ๋ใส่เสื้อแขนยาวสีน้ำเงินซีดๆรอยขาดและรอยปะตามเสื้อมีอยู่เต็มไปหมด บอกให้เห็นถึงการใช้งานมานานนัก ในย่ามไอเอ๋ก็มีของเคล้ายๆกับของผมแต่ที่เกินมาก็เห็นจะเป็นเศษถุงพลาสติกสีขาวๆที่ถูกตัดเอาไว้เป็นเส้นๆ ไอเอ๋บอกว่าเอาไว้มัดกับต้นอ้อยทำตำแหน่งที่ดักหนู และก็กระบอกน้ำดื่มหนึ่งกระบอก ด้วงของไอเอ๋มีสิบด้วงส่วนใหญ่ก็จะเป็นด้วงเก่าๆที่เราช่วยกันซ่อมเมื่อวานเมื่อของพร้อมแล้ว ผมก็เดินเอาด้วงไปให้ไอเอ๋สะพายทั้งไหล่ซ้ายและไหล่ขวาก่อนจะเดินไปจูงจักรยานเพื่อจะถีบปั่นออกไปยังไร่นอกที่ได้ยินมาว่ามีหนูชุม เราจะผลัดกันปั่นจักรยานเสมอ โดยผลัดกันไว้ว่าถ้าขาไปใครปั่นขากลับก็ต้องนั่งซ้อนท้ายถึงแม้นั่งซ้อนท้ายจะสบายไม่ต้องปั่นแต่ผมก็ไม่ค่อยชอบซ้อนท้ายสักเท่าไหร่เพราะที่นั่งข้างท้ายมันเป็นเหล็กขัดๆกันอยู่ นั่งไปก็เจ็บตูด มาทนเหนื่อยปั่นข้างหน้าแล้วนั่งเบาะนิ่มๆยังจะดูสบายกว่าซะอีก แต่ผลัดกันมันก็ดูยุติธรรมดี
เด็กชายสองคนกับด้วงสิบเจ็ดใบ ปั่นจักรยานคันใหญ่ซึ่งดูจะใหญ่เกินตัวนัก แต่ก็ปั่นกันออกไปได้ เสียงของด้วงไม้ไผ่ที่แขวนอยู่บนสองไหล่ของเด็กซ้อนท้ายกระทบกันดังระรัวเคล้ากับเสียงดังออดแอดของจักรยานที่ดังมาจากรอบๆทิศไม่รู้ว่าจากล้อ จากลูกปืนหรือจากโซ่ เสียงวิ่งของหมาขนสีทองแดงมาจากไหนไม่รู้ วิ่งไปหอบไปข้างๆจักรยานที่ปั่นได้แค่ช้าๆไปตามทางดินลูกรังสีแดงที่มีหลุมเล็กๆตามรายทางเป็นหย่อมๆ จุดหมายของพวกเขาอยู่ที่ไร่อ้อยนานอก ที่ซึ่งเย็นนี้มันจะเป็นแหล่งหากินของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง...
หมายเหตุ
ที่มา : http://intranet.m-culture.go.th/singburi/Data/silpakorn.htm
ด้วงดักหนู มีรูปร่างคล้ายซอด้วง ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ยาวประมาณ ๑๕ เซนติเมตร มีคันยาว ๑ ๑.๕๐ เมตร มีเชือกร้อยติดกับกระบอกไม้ส่วนล่างโยงขึ้นไปผูกติดกับปลาย คันด้วงมีไม้ขัดและปิ่น ผูกติดกับสายห่วงไม้ขัดบนยาวประมาณ ๗ เซนติเมตร ปิ่นยาวประมาณ ๕ เซนติเมตร วิธีทำด้วงดักหนูตัดไม้ไผ่ออกเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณท่อนละ ๑๕ เซนติเมตร อย่าให้ตรงข้อให้กลวงตลอดทั้งกระบอกแล้วตากแดดทิ้งไว้ ๑ วัน เพราะถ้าเป็นไม้สดเมื่อเจาะรูหรือบากทันทีไม้ไผ่จะแตกร้าวง่าย เจาะรูสำหรับไม้คั่นด้วงข้างล่าง และรูเล็ก ๆ ด้านบน ๒ รูห่างกันประมาณ ๑ เซนติเมตร สำหรับร้อยเชือกทำเป็นบ่วง บากกระบอกไม้ไผ่สำหรับขัดกับ ไม้ขัด (ปิ่น) และเป็นช่องสำหรับใส่เหยื่อ ทำร่องเชือกรอบกระบอกไม้ไผ่ด้านใน ตรงกับรูที่เจาะไว้ ๒ รู ทำคันของด้วงโดยเหลาไม้ไผ่ให้แบนขนาดกว้าง ๒-๓ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๗๐๘๐ เซนติเมตร ปลายอีกด้านหนึ่งเหลาให้แหลมสำหรับใช้ปักดิน ทำปิ่นขนาดยาวประมาณ ๕ เซนติเมตรนำชิ้นส่วนประกอบเข้าด้วยกัน
edit @ 2006/05/22 10:01:30
edit @ 2006/05/24 09:09:36