2006/May/23

ดวงอาทิตย์ยามบ่ายลอยคล้อยต่ำละเลียดปลายยอดต้นตาลทางฝั่งทิศตะวันตก มองดูเหมือนมันตั้งใจจะค้างอยู่บนนั้นสักพัก หลังจากที่ต้องพยุงตัวเองลอยอยู่บนท้องฟ้ามานานถึงครึ่งค่อนวัน บนท้องฟ้าแลเห็นนกกระยางฝูงนึงบินผ่านฟ้าสีครามเป็นกลุ่มรูปสามเหลี่ยม ตัวผู้นำที่บินนำฝูง พยายามบินและก้มแลหาทำเลแหล่งอาหารแหล่งใหม่ ที่มีน้ำและอาหารเพียงพอสำหรับนกทั้งฝูง ที่จะพักดื่มกินและอาศัยอยู่ต่อไป มีบางตัวที่ยังบินสะเปะสะปะไม่ทันฝูง แต่ไม่นานนักก็บินตามกันไปเป็นสายเหมือนเดิม ลมเบื้องบนนั้นน่าจะพัดแรงและเย็นกว่าบนพื้นดินมากนัก แต่ลมด้านล่างที่พัดผ่านตัวผมเองก็ยังคงแรงอยู่ตราบเท่าที่เท้าของผมยังไม่หยุดปั่นจักรยานคันสีเขียวขมุกขมัวผ่านถนนดินแดงสายนี้

จักรยานสีเขียวถูกจอดแนบไว้ใต้ต้นมะม่วงต้นหนึ่งในแนวคันนา ในนานั้นมองออกไปแลเห็นทิวแถวของต้นอ้อยที่อยู่เป็นกลุ่มๆ มีทั้งที่โล่งที่ถูกตัดจนเหลือแต่ตอมีเศษใบอ้อยสีน้ำตาลปกคลุมไปทั่ว ที่ยังเหลือเป็นกลุ่มก็เขียวครึ้มไปด้วยใบอ้อยที่กำลังโบกสะบัดตามแรงลมที่พัดผ่านมัน ตามแนวคันนามีต้นหญ้าคาขึ้นอยู่เต็มไปหมด ผมกับไอเอ๋เตรียมสะพายย่ามและแบ่งด้วงของแต่ละคนออกจากกัน เตรียมเดินหาทำเลเหมาะๆที่เราจะดักหนูกันในวันนี้

"ไปดงนู้นดีกว่าว่ะ อ้อยเยอะดี" ไอเอ๋พูดพร้อมกับชี้มือไปยังกลุ่มดงอ้อยที่เห็นไกลออกไป
"อืมก็ดี เลาะแนวต้นหญ้าคาไปดีกว่า เผื่อเจอทางหนูด้วย" ผมเห็นด้วย พร้อมกับสะพายด้วงเดินนำไปข้างหน้า

ต้นหญ้าคาที่นี่สูงท่วมหัวพวกเรา และบางต้นก็ขึ้นเป็นกอหนามาก จนบางครั้งต้องเอามีดที่พกมาตัดเพื่อที่จะเดินฝ่าไปยังดงอ้อยที่ตั้งใจจะไป ระหว่างทางเดินผมก็มองดูไปตามแนวคันดิน มองหาทางเดินของหนูที่สังเกตได้ง่ายๆ โดยทางเดินของหนูจะเป็นแนวยาวในดงหญ้า ดินบริเวณนั้นจะราบและเรียบเป็นทาง บางครั้งจะมีเศษหญ้าหรือเศษข้าวหรือเศษอาหาร ที่หนูมักจะทำหล่นไว้ขณะเดินผ่านทางของมัน และที่รู้แน่ชัดได้ว่าเป็นทางหนูก็คือ ขี้หนู ทื่เป็นลักษณะก้อนยาวรีๆดำๆเท่าหัวนิ้วก้อยของเรา ถ้าเป็นก้อนใหม่ๆที่ หนูพึ่งถ่ายประมาณวันสองวัน จะมีสีดำเอามือมาบีบจะรู้สึกนิ่มๆ ถ้าเป็นก้อนเก่าๆจะมีลักษณะแข็งถ้าบีบจะเละเป็นผง ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงตะโกนเบาๆจากไอเอ๋ ที่กำลังแหวกดงหญ้ากกอยู่ด้านหลัง

"เฮ้ยข้าเจอแล้ว" ไอเอ๋ตะโกนเบาๆ ทำให้ผมต้องหันเดินกลับมาดู
"ไหนวะๆ" ผมแลหาเข้าไปในดงหญ้า

กอหญ้าคาข้างหน้าผม ถูกแหวกออกด้วยสองมือของไอเอ๋ ตรงหน้ามีทางเดินเล็กๆบนหญ้า ความกว้างของทางเดินประมาณหนึ่งคืบ แต่ทางของมันยาวจนหาที่มาไม่ได้ว่าเริ่มจากตรงจุดไหน ไอเอ๋ปลดด้วงที่สะพายออกมาหนึ่งด้วง เสียบคันไปที่ตัวด้วง พร้อมดึงเชือกเอาปิ่นมาขัดไว้ที่ด้านในของด้วง จัดเชือกด้านในตัวด้วงทำเป็นบ่วงดักเอาไว้เวลาหนูเข้ามาในตัวด้วงจะติดที่บ่วงเชือกนี้ หลังจากนั้น ไอเอ๋ก็เริ่มแหวกหญ้า ข้างทางเดินของหนู ก่อนที่จะวางด้วงไว้ข้างทางเดินนั้นพร้อมกับโรยข้าวสารที่เตรียมมาเป็นเหยื่อ โรยไว้ในตัวด้วง และแถวๆทางเดิน และเพื่อความสมบูรณ์แนบเนียนเสมือนจริง ไอเอ๋จึงหยิบเศษหญ้าคาบริเวณนั้นมายัดๆคลุมๆไว้เพื่อปกปิดตัวด้วง ให้ดูเหมือนปกติมากที่สุด ก่อนเดินออกมาไอเอ๋ก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอาเศษถุงพลาสติกสีขาวๆ ในย่ามที่เตรียมมาเพื่อเอามามัดไว้กับต้นหญ้าคาในระดับสายตาบอกให้รู้ตำแหน่งที่วางด้วงเอาไว้

เราสองคนเดินไปไม่นานนักก็ลัดเลาะออกจากดงหญ้าคา พร้อมเดินตรงไปยังดงอ้อยที่อยู่ข้างหน้า เราแยกกันไปหาที่ดักหนูกันคนละฝั่งทางของดงอ้อย แต่ก็ยังพอมองเห็นกันได้ผมมองออกไปทางไอเอ๋ เห็นมันเดินลับหายเข้าไปในดงอ้อย ผมจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปในฝั่งทางของผมบ้างใบอ้อยที่ทั้งยาวทั้งคันและทั้งรก ต้องใช้มือปัดออกไปก่อนที่จะแหวกแทรกตัวเข้าไปโชคดีที่เตรียมเสื้อแขนยาวกันมา ผมเดินเข้าไปในดงอ้อยไม่นานนักก็พบกับขุยดินและก็รูหนู ขุยดินขนาดใหญ่เกิดมาจากหนู ที่ขุดเพื่อทำรูอาศัยอยู่ในดินแล้วก็ขนเอาดินมาทิ้งไว้ที่ปากรู ดูจากสภาพดินที่มันขุดแล้วยังใหม่ๆอยู่แสดงว่ามันพึ่งขุดออกมาได้ประมาณสองถึงสามวันและขนาดของขุยดินก็สามารถบอกถึงขนาดตัวของมันได้ ถ้าขุยดินเม็ดใหญ่ขนาดของมันจะใหญ่ตามไปด้วย

ผมปลดด้วงออกจากไหล่เอาคันของด้วงใส่เข้าไปที่ตัวด้วง ดึงเชือกจากปลายคันเอาปิ่นไม้เข้ามาขัดไว้ในตัวด้วง และทำบ่วงเชือกด้านในไว้สำหรับดักหนู ก่อนที่จะเดินแหวกหาทางเดินของหนูที่อยู่บริเวณใกล้ๆรูหนู เพราะถ้าเอาด้วงมาดักไว้ที่หน้ารูหนูเลยจะทำให้มันสงสัยจนไม่กล้าเข้ามากินเหยื่อในตัวด้วง เมื่อเดินหาจนเจอทางเดินของหนูแล้วจึงเอาด้วงวางไว้ริมๆทางเดิน แล้วจึงโรยข้าวสารคลุกขี้ไต้ที่เตรียมมาลงไปในตัวด้วงและบริเวณรอบๆหน้าด้วงจากนั้นก็หาเศษใบอ้อยแห้งๆที่ตกอยู่บริเวณนั้นมาคลุมๆตัวด้วงทำให้เหมือนธรรมชาติรอบๆ ก่อนจะออกหาที่ดักใหม่ก็ต้องทำสัญลักษณ์ตรงที่เราวางด้วงไว้เวลามากู้ด้วงจะได้จำได้ ผมจึงเอาใบอ้อยมาขมวดเป็นปมใหญ่ๆให้อยู่ในระดับสายตาต่างกับของไอเอ๋ที่ใช้เศษถุงพลาสติกผูกบอกตำแหน่งแทน

ผมเดินวนไปวนมาในดงอ้อยไม่นานนัก ก็เจอทางเดินของหนูทั้งทางใหม่และทางเก่า บางทางเดินเจอขี้หนูใหม่ๆ จึงไม่รอช้าที่จะวางด้วงดักไว้ตรงนั้น ไม่นานก็ดักจนหมดจึงเดินออกมารอไอเอ๋ที่ด้านนอกของดงอ้อยรอสักพักก็เห็นไอเอ๋เดินแหวกดงอ้อยออกมา ด้วงของมันก็ดักหมดแล้วเหมือนกัน เราจึงนั่งพักกินน้ำกันอยู่บนนาอ้อยที่ถูกตัดเหลือแต่เศษใบแห้งๆและตอเก่าๆ ก่อนจะเดินไปที่ที่เราจอดจักรยานไว้ลิบๆ ตรงใต้ต้นมะม่วง

"พรุ่งนี้มากู้ด้วงกี่โมงดีวะ" ไอเอ๋ถามขณะที่กำลังจูงจักรยานออกมาใต้ต้นมะม่วง
"ตีห้าละกัน เดี๋ยวข้าเดินมาเรียกเอ็ง" ผมบอก
"เออได้ ข้าจะได้ตื่นรอ" ไอเอ๋ ตอบกลับ

จักรยานถูกปั่นไกลออกไปจากไร่อ้อย ทิ้งให้ความมืดแห่งรัตติกาลเข้ามาครอบคลุม ใบอ้อยสีเขียวที่ถูกความมืดปกคลุมเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีดำสนิท ด้วงดักหนูใบเล็กๆแหล่งอาหารของเด็กน้อยสองคน คันของมันโค้งงอรอจังหวะและเวลาที่จะสังหารเหยื่อที่หลงเข้ามากินอาหารภายในอย่างเลือดเย็น...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
น่าสนุกดีนะ ดักหนู55+

#1  by  ultramod At 2006-05-24 12:17, 
เฮ้ออ...จะเอาใจช่วยให้ดักได้เยอะๆ..ก็สงสารหนู....

แต่จะบอกว่าขออย่าให้ดักได้เลย..ก็สงสารคนอีก...เพราะจะไม่มีอาหาร..

เฮ้อ...ทำเอาพี่...ทำใจลำบากจริงจริ๊งงงง เฮ้อออออ.......
^
^
ลิงค์ เป็นอะไรไปเหรอคับ..
ไม่คันใบอ้อยเหรอเราเคยเข้าออกมาคันคะเยอเลย
#4  by  คิดถึง At 2006-05-24 12:35, 
นึกภาพตามที่คุณเล่า
นึกถึงฝูงนกกระยางบินเป็นกลุ่มรูปสามเหลี่ยม
คงจะสวยน่าดูเลยนะคะ
ชอบค่ะ ชอบมองขึ้นไปบนฟ้า
---
โอ้โห ตื่นตี 5 เลยเหรอคะ เช้ามากๆ
#5  by  *.. ~♥~..* At 2006-05-24 13:16, 
อืม...พูดถึงไร่อ้อย เคยไปไร่อ้อยครั้งหนึ่ง ไปดูเค้าตัดอ้อยกันค่ะ
#6  by  ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ At 2006-05-24 13:19, 

อืม ได้มากี่ตัวคะ...

#7  by  Minigal At 2006-05-24 14:01, 
#8  by  Bew At 2006-05-24 14:28, 
คุณเขียนได้ดีเหมือนนักเขียนเลย
#9  by  เป็นเธอ At 2006-05-24 14:52, 
ง่า ตื่นนอนไวจัง นัดกันตีห้า ไม่ตื่นตีสี่ เรยเร๋อคะ คิดถึงคุณตามะก่อนเห็นคุณตาตื่นตีสี่
#10  by  nanak At 2006-05-24 14:58, 
ยังดักหนูกันอยู่รึคะนี่ ไม่ได้เข้ามาหลายวัน คิดว่ากินกันไปหมดแล้วซะอีก
#11  by  *บลาสต์ At 2006-05-24 15:11, 

เมื่อไรจะออกรวมเล่มคะเนี่ย
#12  by  ::NamWarn:: At 2006-05-24 16:02, 
ยังไม่ได้หนูน่ะเหอๆ ต้องมากู้ด้วงตอนเช้ามืดน่ะ กะลังลุ้นอยู่ว่าจะได้สักกี่ตัว เอิ๊กๆ
----
อยากรวมเล่มไว้อ่านเองเหมือนกัน 55+
#13  by  นายฉิม At 2006-05-24 16:50, 
มาบลอคนี้ทีไร ครั้งที่แล้วตัดต้นไม้ มาครั้งนี้ก็ดงอ้อย พื้นที่สีเขียวดีจริงๆ
#14  by  เป้ยเห่ยศักดิ์ At 2006-05-24 16:53, 
ว่าแต่ได้หนูกี่ตัวคะเนี่ย
เราว่าอย่างน้อยน่าจะ 3 ตัว
ถึงไหมคะเนี่ย ??

คนสมัยก่อนเก่งนะคะ
สรรหาวิธีต่างๆได้มากมาย
และไม่ทำให้โลกเดือดร้อนมากเกินไป
#15  by  ,, สายรุ้ง ,, At 2006-05-24 18:38, 
แหมมาลุ้นว่าได้หนูกี่ตัวยังมี to be continue อีกแน่ะ
#16  by  ยายแม่บ้าน At 2006-05-24 19:06, 
พี่คับ... แถวบ้านผมมีหนูเยอะมากคับ.. ว่างพี่มาช่วยกันดักกับผมนะคับ...
#17  by  PrinCeBank At 2006-05-24 20:23, 
งะสงสารหนูเหมือนกันครับ

แต่ว่าคุณฉิมเก่งจังดูทางเดินหนูได้ด้วยอึหนู ผมมองไม่ชัดแน่ๆเวลาอยู่ในดงแบบนั้น
#18  by  ravender At 2006-05-24 20:25, 
ถ้าเป็นอิฉันนะคะ คงจะไม่ดักหนูหรอกค่ะ เพราะอิฉันไม่รู้จะเอามันไปทำอะไรเพราะอิฉันไม่พิศวาสการทานมันค่ะ อิฉันคงจะตัดไปหีบเอาน้ำอ้อยรสเลิศ ๆ ดีกว่าค่ะ

(หรือดักผู้ชายแล้วฉุดเข้าดงอ้อยดีคะ? ว้ายยยย!!!!)
#19  by  A-L-E-X-I-A_A-S-H-F-O-R-D At 2006-05-24 21:30, 
พี่ดักหนูไปทำไมเหรอ
ชอบอะ...ชอบอยู่ชนบทมากก่าอยู่ในเมืองอีก...อากาศก็ดี๊ดี

เฮ้อๆงานยุ่งๆๆๆๆ ไม่ค่อยได้ไปบ้านยายเลยอะ
#21  by  pOvY At 2006-05-25 00:48, 
ต้องมีรูปให้ชมๆๆๆด้วยย
#22  by  ¸.·´¯`·.¸> เบียร์~ At 2006-05-28 09:12, 
แค่อ่านชื่อก็คันแร้นอะ แบบว่านึกถึงใบอ้อย แล้วก็หญ้าที่มีขนๆ โดนตัว คันๆ
#23  by  เนย At 2006-05-28 10:36, 
วุ้ยๆ

เกดมะเคยใช้ตัวด้วงจับหนู

เคยแต่ใช้กรงดักหนู

ดักเสร็จก็ปล่อยแมวมา 4 ตัว มาจัดการ 55+

#24  by  KED At 2006-05-28 14:19, 
คิดถึงพี่ฉิมและนิยายชนบท
สงสารหนู
#25  by  ย้งยี้ At 2006-05-28 14:25, 
เพิ่งรู้ว่าเขาใช้ด้วงดักหนูกันดว้ย
#26  by  .-+^melody^+-. At 2006-05-28 15:51, 
sirjate@hotmail.com
ขอเพิ่มเติมหน่อยนะ มีทั้งกับดักหนู ฟ้าลั่น กรง แล้วก็บ่วง จากคนเคยดักหนู
#27  by   (203.151.123.117) At 2006-05-28 20:14, 
ไม่เคยจับหนูแฮะ แต่อ่านแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ ที่หลังบ้านน้าจะมีป่าโกงกาง เรากับน้องก็ชอบไปไล่จับปูกัน ซนซะไม่มีอ่ะ
#28  by  On Behalf of Nokkii At 2006-05-28 21:20, 
อ่านแล้วได้อารมณ์สารคดีจริง ๆ
จะติดตามอ่านครับ หุๆ
#29  by  aima-kun At 2006-05-28 21:51, 
นึกๆก็สงสารหนูนะคะ

แต่มันเป็นความอยู่รอดของชาวชนบท

เดี๋ยวนี้ชินแล้วค่ะเพราะเข้าไปสัมผัสมาบ่อยๆ
#30  by  P.Pu At 2006-05-28 22:29, 
การทำมาหากิน เป็นเรื่องปกติน่ะครับ เหอๆ จะว่าบาปมันก็บาปนะครับ ตอนนี้ไม่ได้กินเนื้อหนูมานานแล้วตั้งแต่บวช
#31  by  นายฉิม At 2006-05-28 22:35, 
อยากไปเที่ยวชนบทจังเลย ธรรมชาติคงจะยังดีอยู่ จริงมั๊ยคะ
#32  by  NeMo✿~ At 2006-05-28 22:37, 
เขียนเก่งแฮะ -*-
แตกต่างจาก Neii ที่เขียนเป็นแต่ Fic กะ Novel
แถมยังเขียนได้แต่แนว Fantacy ซะอีก -*- เหอๆ
ตอนเด็ๆพี่ชายฉันก็ไปดักบ่อยๆแต่ฉันไม่เคยตามไปด้วยสักทีเพราะกลัวโดนหนูกัด...เคยโดนหลอกให้กินด้วยจำไปจนตายเลย
แต่ที่บ้านฉันชอบกินกันยกเว้นฉันกับน้องชาย""ไม่ได้รังเกียจอะไรแต่หนูมันน่ากลัวมากกว่าจะเอามากินค่ะ
#34  by  ~*~t@nGz~*~ At 2006-05-28 23:16, 
เหอะๆ หวานเป็นพวกผิวแพ้ง่าย สงสัยถ้าเข้าไปทำแบบพี่ได้กลับมาหาคุณหมอแน่ๆเลย หญ้าคาสูงขนาดน๊าน แอบกลัวงูนิดนึง
#35  by  I Still Love U At 2006-05-29 00:13, 

<< Home


นพพร จันทร์ฉิม
View full profile