2006/Jul/28

กลางวันนี้ ที่บ้านป้าสมมีพวกผู้ใหญ่และเด็กๆมารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่หลายสิบคน เพราะที่บ้านป้าสมจะมีงานบวชลูกชายของแกในเช้าวันรุ่งขึ้น และในวันนี้พวกผู้ใหญ่เขาจะเรียกกันว่าเป็นวันตั้งค่ำ พวกเด็กๆอย่างเราชอบงานบวชกันมากเพราะสนุกที่ได้เห็นผู้ใหญ่แต่ละคนรวมตัวกันทำงานต่างๆเต็มไปหมดและอีกอย่างก็เพราะเสียงเพลงลูกทุ่งที่ดังออกมาจากเครื่องขยายเสียงที่ตั้งอยู่ตรงข้างบ้าน ทำให้เด็กอย่างเราวิ่งเล่นอย่างครึกครื้นยิ่งได้รู้ว่าตอนเย็นวันนี้จะมีหนังกลางแปลงมาฉายที่นี่อีกก็ยิ่งทำให้พวกเราเฝ้าวิ่งเล่นรอคอยกันอย่างสนุกสนานมากขึ้น

ผู้ใหญ่หลายคนรวมทั้งแม่ผมกับพ่อแม่ของไอเอ๋ ต่างก็หยุดพักไม่ได้ออกไปทำไร่ทำสวนกันในวันนี้ แต่มารวมตัวกันที่บ้านป้าสม ช่วยปัดกวาดทำความสะอาดเรือน พร้อมกับล้างถ้วยล้างจานที่ยืมเอามาจากวัดเพื่อเตรียมใส่ข้าวปลาอาหารเลี้ยงพระในเช้าวันรุ่งขึ้น พ่อของไอเอ๋และผู้ชายหลายคนรวมกันเป็นกลุ่มที่ลานปูนเล็กๆ ต่างช่วยกันปอกมะพร้าวเพื่อจะทำอาหารเลี้ยงพระในตอนเช้า ข้างตัวแต่ละคนก็จะมีแก้วใส่เหล้าวางอยู่คนละใบเป็นแก้วใบเล็กๆที่เรียกกันว่า แก้วเป๊ก ต่างคนก็ต่างปอกกันไปกินกันไปอย่างครื้นเครงบางคนที่เป็นแม่ครัวก็อยู่ที่ครัวก่อกองไฟเพื่อเตรียมทำกับข้าวเลี้ยงคนที่มาช่วยกันในวันนี้ พวกพี่เอกับพี่สาว ซึ่งเป็นพี่สาวของไอเอ๋กำลังนั่งรีดกระดาษสายรุ้งหลากสีสรรออกเป็นเส้นๆ พร้อมกับพับกระดาษแก้วตัดทำเป็นรูปโคมระย้าห้อยประดับที่ใต้ชายคาบ้าน เขาจะเอากระดาษสายรุ้งมาบิดเป็นเกลียวแล้วก็แปะกาวเป็นเส้นๆห้อยไปยังพวงโคมระย้าเด็กซนๆอย่างเราเดินเข้าไปใกล้ก็จะถูกไล่ออกมาให้ไปเล่นที่อื่น คงจะกลัวว่าเราจะไปซนทำพังกระมัง ส่วนกลุ่มผู้ชายรุ่นๆก็จะพากันกางเต้นท์ซึ่งเช่ามาถึงสองหลังเอามามุงเพื่อเพิ่มพื้นที่งานไม่ให้ร้อนแดดเกินไปนัก แล้วจัดแจงเอาแคร่มาวางไว้ที่ใต้เต้นท์เพื่อวางพวกจานชามและหม้อข้าวหม้อแกง ก่อนจะพากันเดินไปติดหลอดไฟประดับตามข้างทางริมถนนตามต้นไม้และตามมุมต่างๆในบ้านเพื่อส่องสว่างในช่วงกลางคืน

เสียงทดลองไมโครโฟนของเครื่องไฟดังออกมา นับ หนึ่งสองสามสี่หน้า ทดสอบๆ หนึ่งสองสามสี่ห้า ทดสอบๆ วนไปวนมานับไม่ถึงสิบสักที บางครั้งก็จะเปิดเพลงเสมือนดีเจ ใครอยากฟังเพลงอะไรก็จะตะโกนเรียกให้เปิดเป็นระยะๆบางครั้งก็มีเสียงแซวคนนั้นคนนี้เป็นที่สนุกสนาน เด็กอย่างเราบางทีก็วิ่งเข้าไปดูใกล้ๆก็ได้ลองพูด ฮัลโหลๆ ได้ยินเสียงตัวเองออกทางลำโพงใหญ่ๆฟังแล้วรู้สึกสนุกดี

เสียงพูดคุยของผู้คนดังปะปนกันไปทั่วบ้านจนจับใจความไม่ได้ ทั้งบนบ้านและด้านล่าง บ้านของป้าสมเป็นบ้านไม้สองชั้นเป็นบ้านแฝดติดกับบ้านของไอเอ๋ เมื่อขึ้นไปที่ชั้นบนก็จะเจอลุงหวล ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่กำลังจัดอาสนะของพระสงฆ์ ข้างๆแกก็มีหญิงแก่ๆกำลังนั่งเอามะกรูดผ่าซีกเช็ดถูแจกันทองเหลืองกับกระถางธูปทองเหลืองที่ตั้งบนโต๊ะหมู่บูชา กรดจากน้ำมะกรูดถูกขัดเข้ากับแจกันทองเหลืองทำให้เกิดคราบดำๆเป็นน้ำออกมา หลังจากนั้นแกก็เอาผ้าสะอาดมาเช็ดที่แจกันสองสามครั้งก็จะเห็นแจกันทองเหลืองที่สีหม่นๆในตอนแรกกลายเป็นสีเหลืองทองสะท้อนแสงเงาวับ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ไม่ต้องซื้อ หาได้ง่ายที่หน้าบ้านของเราเอง

ความวุ่นวายอย่างมีระเบียบของผู้คนที่นี่ ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นในความร่วมมือร่วมใจกันของแต่ละคน เด็กอย่างผมไม่ค่อยจะได้เข้าไปวิ่งเล่นตรงที่ผู้ใหญ่เขาทำงานมากนัก มักจะเดินหาอะไรเล่นอยู่ห่างๆมากกว่า เมื่อมองห่างจากตัวบ้านไปไม่ไกลนัก ผมกับไอเอ๋ก็แลเห็นเต้นท์สีเขียวมัวๆอยู่หลังหนึ่ง ควันไฟลอยคลุ้งออกมาจากในเต้นท์ ในนั้นมีคนแก่ๆอยู่สองคนกำลังช่วยกันคนข้าวด้วยไม้พายที่เป็นลักษณะเหมือนใบพายของเรือ โดยมีข้าวถูกหุงอยู่ในกะทะใบใหญ่ เราสองคนไม่เคยเห็นการหุงข้าววิธีนี้จึงเดินไปดูอย่างสนใจ

"ทำไมไม่ใช้หม้อล่ะตา" ผมถามออกไปด้วยความสงสัย
"ใช้หม้อมันก็หุงได้น้อยน่ะสิวะ" ตาแก่ๆถือไม้พายกวนข้าวอย่างช้าๆ หันมามอง พร้อมตอบ
"จะลองดูมั้ย" เสียงของลุงแก่ๆอีกคนที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มและยื่นไม้พายมาให้ ใบหน้าของแกเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดออกมาเนื่องจากความร้อนจากไฟในเตาที่ครุโชนประกอบกับความร้อนจากดวงอาทิตย์ช่วงกลางวัน

ผมรับไม้พายอันนั้นมาพร้อมกับลองกวนไปในกะทะ เม็ดข้าวก้อนเล็กๆเมื่อมันมารวมตัวกันอยู่ที่กะทะขนาดใหญ่ทำให้แรงของเด็กอย่างผมไม่สามารถทำให้มันกลิ้งไปได้สักนิด แต่ก็ไม่ได้ละความพยายามยังคงกวนอยู่ตามขอบๆของกะทะ เสียงหัวเราะของคนแก่ทั้งสองคนดังขึ้นพร้อมๆกัน ขณะที่ต่างพากันไปนั่งบนขอนไม้มะขามเทศ จิบน้ำเย็นๆเพื่อพัก

"เอ็งสองคนไปเอามะพร้าวที่พวกโน้นขูดมาหน่อยสิ เดี๋ยวข้าจะทำอะไรให้กิน" ตาแก่พูดขึ้นพร้อมชี้ไปยังบ้านป้าสม ขณะที่ผมกับไอเอ๋กำลังผลัดกันกวนข้าวในกะทะอย่างเมามัน
หลังได้ยินเสียงบอกว่าจะมีอะไรทำให้กินเราสองคนรีบวางไม้พายลงแล้วรีบวิ่งไปยังบ้านป้าสมทันที ผู้ใหญ่ที่กำลังนั่งขูดมะพร้าวด้วยกระต่ายเมื่อรู้ว่าเราสองคนจะมาเอาเนื้อมะพร้าว ก็หยิบเนื้อมะพร้าวใส่จานเล็กๆให้เราหนึ่งใบ ก่อนที่เราจะรีบวิ่งกลับไปยังเต้นท์ผ้าใบที่ทำเป็นเพิงสำหรับหุงข้าวหลังนั้น

เมื่อมาถึงก็พบว่าข้าวในกะทะเมื่อสักครู่ ถูกตักออกใส่หม้ออลูมิเนียมใบโตข้างๆเต้นท์จนหมดแล้ว เหลือเพียงแต่เศษข้าวติดก้นกะทะเป็นแผ่นสีหลืองออกน้ำตาลไหม้ๆทั่วก้นกะทะ ลุงคนนั้นบอกเราสองคนว่าจะทำขนมให้เรากิน ซึ่งชื่อของมันก็คือ ขนมตัง ด้วยความสนใจเราสองคนเลยยืนดูอยู่ไม่ห่าง สำหรับวิธีทำก็ไม่ได้ยากนัก ลุงแกเอาน้ำตาลปี๊บหรือบางที่อาจจะเรียกว่าน้ำตาลปึกมาบิใส่ลงไปในกะทะซึ่งเป็นกะทะที่ใช้หุงข้าวเมื่อสักครู่นี้เอง ใส่น้ำลงไปสักเล็กน้อยน้ำตาลที่โดนความร้อนก็จะละลาย ส่งควันคลุ้งไปทั่ว ลุงแกเริ่มใช้ไม้พายคนให้น้ำตาลละลายไปทั่วกะทะเคลือบไปบนเม็ดข้าวที่ไหม้อยู่ก้นกะทะ สักครู่ก็ใส่เกลือป่นลงไปเพียงเล็กน้อยให้ทั่วๆ หลังจากนั้นก็เอามะพร้าวในจานหยิบโรยใส่ไปให้ทั่ว แกใช้ไม้พายคนไปมาไม่กี่ที ก็เป็นอันเสร็จ จากนั้นแกก็ใช้ตะหลิวมาเซาะที่ขอบๆของข้าวที่ไหม้ติดก้นกระทะ มันจะออกมาเป็นแผ่นข้าวสีเหลืองเข้มออกน้ำตาลไหม้ๆ มีมะพร้าวอยู่ด้านบนพร้อมเกร็ดน้ำตาลและเกลือ กลิ่นหอมของข้าวที่ไหม้ไฟลอยมาติดจมูก หอมชวนดมยิ่งนัก

ลุงแกค่อยๆเซาะเป็นแผ่นๆแล้วก็เอามาใส่จานให้เรา คำแรกที่กัดลงไปจะรู้สึกถึงความกรอบของข้าวที่ไหม้ไฟตรงด้านล่าง ส่วนด้านบนจะนุ่มไปด้วยเม็ดข้าวสีขาวๆที่ยังไม่ไหม้และเนื้อมะพร้าวมันๆ รสชาติออกหวานๆเค็มๆอร่อยดี เราสองคนเมื่อได้ขนมจานอร่อยก็เดินหาทำเลนั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

"ต่อไปมันก็คงไม่มีให้กินแล้ว.." ตาแก่เอ่ยขึ้นพร้อมหัวเราะเบาๆ ขณะที่นั่งพักอยู่ที่ริมเต้นท์
"ต่อไปเค้าก็ใช้หม้อไฟฟ้ากันหมดแล้วล่ะ" ลุงอีกคนเอ่ยขึ้น
บทสนทนาของคนแก่สองคนที่คุยกันเบาๆพร้อมกับรอยยิ้มเหงาๆที่มองมาทางเราสองคน ที่นั่งเคี้ยวข้าวตังตุ้ยๆอยู่โคนต้นไม้ บางทีถ้าทั้งคู่ได้ยินเสียงพูดคุยของเด็กสองคนนั้นเขาอาจจะยิ้มอย่างมีความสุขก็ได้

"อร่อยเปล่าวะไอเอ๋" ผมถามไอเอ๋
"อร่อยดีว่ะ หวานๆเค็มๆมันๆ อร่อยกว่าขนมหน้าปากซอยอีก" ไอเอ๋ตอบ
"เอาไว้ถ้ามีงานบวชอีก เดี๋ยวข้าทำกินมั่งดีกว่า" ผมเอ่ย
"เอ็งจำได้เหรอว่าเขาทำยังไง" ไอเอ๋ถามกลับ
"โธ่ ง่ายจะตายไปใช้ไม่กี่อย่างเอง" ผมตอบ
"เอาไว้งานบวชใครดีล่ะ" ไอเอ๋พูดขึ้น ปากของมันยังไม่ยอมหยุดเคี้ยวขนมตัง
"ก็งานบวชข้าไง ข้าต้องบวชก่อนเอ็งนี่นา" ผมบอก
"เออๆ แล้วข้าจะรอกิน" ไอเอ๋พูดขึ้น

กลิ่นหอมจากข้าวก้นกะทะที่ไหม้ไฟ หอมติดจมูกเราสองคนพร้อมกับรสชาติหวานมันทำให้เราสองคนนั่งกินกันจนเพลินลืมเวลา เมื่อกินกันจนหมดจานจึงมองไปที่เต้นท์หลังนั้นอีกครั้ง ลุงสองคนยังคงจ้องมองเราอยู่พร้อมกับโบกมือเรียก เราสองคนวิ่งไปยังเต้นท์พร้อมกับจานเปล่าๆที่มีเพียงเศษมะพร้าวติดอยู่ รอยยิ้มของคนต่างวัยสองคู่กำลังเชื่อมต่อกันด้วยขนมจานเล็กๆหนึ่งจาน ขนมที่มีชื่อเรียกันว่า ข้าวตัง.....

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่านทีไรจะทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ ทุกที มีครั้งนึงที่ลูกพี่ลูกน้อยบวชจัดงานใหญ่มาก มีวันสุกดิบเล็ก สุบดิบใหญ่ (ไม่รู้ว่าเขียนอย่างนี้หรือเปล่า) แล้วก็การทำโคมสายรุ้งห้อยตามหน้าต่างและชายคาเหมือนที่คุณบรรยายเลย พวกเด็กผู้หญิงอย่างเราๆ จะป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ ถาดถั่วกวนสำหรับปั้นเมล็ดขนุนน่ะค่ะ ปั้นไปแอบกินไป แล็วก็สนุกกับการได้ปั้นรูปสัตว์ประหลาดตามจินตนาการ แต่ที่อยากลองทำมากที่สุดคือทองหยิบอ่ะค่ะ เข้าๆ ไปดูแล้วโดนคุณยายประจำการตะเพิดออกมาว่าซน ให้ไปเล่นที่อื่นแทน คิดถึงการทำขนมหม้อแกงแบบรมด้วยควันมะพร้าวด้วย แต่ยังไม่เคยได้กินข้าวตังแบบที่บรรยายมานะคะ คิดถึงสมัยเด็กๆ จัง
#1  by  scytonema At 2006-08-07 11:06, 
ฮูฮู...ห๊อมหอม


น้ำลายไหลเลย..เมื่อก่อนเคยกินบ่อยๆ

ได้กินก็ช่วงเค้ามีงานกันเนี่ยแหละ...

ชอบสุดตอนเด็กๆก็นี่เลย...หนังกางแปลง

ฉายดึกดื่นยังไงก็ดู..
#2  by  pOvY At 2006-08-07 12:31, 
เที่ยงกว่าแล้วด้วย อยากกินข้างตังอ่ะฮับ
#3  by  zui ai yanchengxu At 2006-08-07 12:42, 
อ่านแล้วเหมือนได้ดูหนังเก่าๆเลย...
#4  by  `ซาลาเปาน้อย` At 2006-08-07 13:04, 
ผมยังไม่เคยบวช หรือว่าไปงานบวชเลยแฮะ เคยคิดว่าจะบวชให้แม่เหมือนกันแต่ถ้าบวชทั้งๆที่ตัวเองไม่อยากบวชมันก็ดูยังไงก็ไม่รู้เลยปล่อยมันไปก่อน
บรรยายซะทีละสเตปจน หิวเป็นสเตปเหมอืนกันนะนิ
#5  by  โน้ต At 2006-08-07 13:25, 
อยากกินมั่งง่ะ...
#6  by  Grëêñßåÿgøñ™ At 2006-08-07 13:31, 
เหมือนแถวบ้านเราเลย (เราก็อยู่บ้านนอกบ้านนา ) พองานบวชที ก็รวมตัวกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือ เราเคยไปช่วยเค้าทำขนมมา สนุกดี แต่เป้นเด็กอะนะ ทำอะไรไม่ค่อยเป็นได้แต่ หอขนมนู้นบ้างนี่บ้างตามประสา ..คนเมืองกรุงคงจะไม่ค่อยได้สัมผัสแบบนี้เท่าไหร่ เพราะมีงานอะไรก็ ซื้อเอา หรือไม่ก็จ้างเค้าจัดงาน
#7  by  bokie At 2006-08-07 13:46, 
ขนมตัง แม่มดไม่เคยเห็น แต่เท่าที่อ่านแล้วรู้สึกอยากเห็น

อยากชิม อยากลองทำบ้าง เหอๆ

หิวขึ้นมาอีกละงับ เง้อ...
#8  by  แม่มด At 2006-08-07 15:02, 
เคยแต่ซื้อกินค่ะ
อยากทานแบบนี้บ้างจัง
#9  by  ยายแม่บ้าน At 2006-08-07 15:11, 
อยากกิน
#10  by  rafilmstruck At 2006-08-07 15:26, 
คิดถึงเมื่อก่อนเคยไปทำกระดาษสายรุ้ง ตัดๆๆเป็นพวงสวย ตอนนี้ลืมหมกเลี้ยว

คิดถึงความเจี้ยวจ๊าวเวลาคนร่วมแรงช่วยงานบุญกันเดี๋ยวนี้หายาก มีแต่สั่งสำเร็จรูปมาส่งที่งาน
#11  by  คิดถึง At 2006-08-07 15:40, 
เลยครบบวชแล้ว ยังไม่ได้บวชเลย
#12  by  7 days ago At 2006-08-07 16:44, 
โห ข้าวตังทรงเครื่อง ไม่ได้ลิ้มรสมานานมากมาย แต่ไม่เคยลืมรสชาดของมันเลย

หนังกลางแปลงหรอ รู้ใหมคะ..คุณฉิม นี่เลยค่ะขาประจำหนังกลางแปลงขนาน แท้หอบเสื่อผืนนึง นั่งดูจนสว่างคาตาเยยยย กลับไม่ได้เพราะกลัวต้องรอดูจนหนังเลิกค่ะ เขามีฉายจนแจ้งเลยนะคะ สนุกมากมายเลย 555+++

ทำให้นึกถึงตอนเป็นเด็กไปแล้วเนี่ย อิอิ
#13  by  P.Pu At 2006-08-07 17:58, 
โอ๊ววว กลิ่นห๊อม ~หอม แทบจะทะลุออกมาจากในจอ คิดถึงจังข้าวตัง
มะก่อนเคยไปช่วยยุ่งทำ ลอดช่อง สนุกดี อิอิ ทำขนมข้าวต้มมัด (เค้าเรียกแบบนี้ใช่มะ) กว่าจะห่อได้ โดนเค้าไล่ไปเช็ดใบตองแทน - -. แต่สนุกมายเรย ได้ช่วยงานหลายๆอย่าง แม้ไม่อยากทำ(ตอนนั้น)แต่ตอนนี้กลับคิดถึง คิดถึงตาจัง
#14  by  nanak At 2006-08-07 18:46, 
หุงข้าวในกะทะ ใช้พายยักษ์คน ไม่ได้เห็นมานานแระ

อ่านแล้วก็นึกถึงงานบุญตามต่างจังหวัดสมัยเด็กๆ เดี๋ยวนี้อาจยังมีหลงเหลือพอให้เห็นได้บ้าง
#15  by  จั่นเจา At 2006-08-07 18:55, 
น่ารักดีจังเลยเนะอ...

อ่านจบแล้วรู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันอบอุ่นคุกกรุ่นเต็ม blog นี้ไปหมดเลย
#16  by  unknown subject At 2006-08-07 18:58, 
แปลกดีนะคะ แค่ข้างตังยังเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างคนสองวัยได้
แล้วทำไมของแพงๆบางอย่างกลับไร้ค่า

ปล. อยากกินข้าวตังจัง ไม่ได้กินตั้งนานแล้ว
#17  by  ,, สายรุ้ง ,, At 2006-08-07 19:06, 
หืมมมม
กลิ่นควันข้าวไม้กับมะพร้าวเทียมไฟอ่อนๆ โชยมาเลย
นึกแล้วก็อยากกินบ้างจัง
คงหากินยากมากแล้วจริงๆค่ะสมัยนี้
แล้วนี่ยิ่งเป็นเตาถ่าน กลิ่นถ่านกรุ่นข้าวตัวอ่อนๆ
ช่างน่ากินเสียนี่กระไร
#18  by  nomorebrain At 2006-08-07 20:25, 
งานบวชแถวบ้านพ้ม แม่Xฆ่าหมู ฆ่าวัว ไม่รู้มันจะเอาบุญรึจะทำบาปกันแน่
#19  by  เป้ยเห่ยศักดิ์ At 2006-08-07 21:11, 
ข้าวตัง...

นานเสียจนจำรสชาดไม่ได้เสียแล้ว...ว่ามันอร่อยและหอมหวานแค่ไหน .... เฮ้อ....อยากกินค่ะอยากกิน
#20  by  Hongfha At 2006-08-07 22:39, 
โอยยย หอมอะไรนี่...เอ รึจากหม้อกะทะที่ไหม้ไฟ.. ล้อเล่นเจ้า... งานบวชนี่ไม่ได้ไปนานมากๆๆๆๆเลยค่ะคุณฉิม... คร้งสุดท้ายจำได้ว่าไปถือหมอน... ...เอ้ย ม่ายช่าย..โน่นเกือบ 10 ปีได้แล้วมังคะ...
#21  by  ¸.·´¯`·.¸> เบียร์~ At 2006-08-07 23:06, 
พี่ฉิม นัทหิว..จริง ๆนะ


มาบล็อกพี่แล้วนึกถึงบ้านย่า แล้วพอมาเรื่องนี้นึกถึงตอนบ้านย่ามีงาน พวกงานแต่งงานบวช โกนจุก ขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญบ้าน ฯลฯ

เรื่องแจกัน..บ้านย่าเค้าใช้มะขามเปียก...(ขัดได้เหมือนกันใช่ไหมคะ)


แต่ข้าวตัง...น่าทานจริง ๆนะคะ
อ่านที่ไรก็ทำให้นึกถึงสมัยเด็ก ทุกทีเลย
#23  by  wazzzup At 2006-08-08 07:49, 
อยากกินมั่ง เดี๋ยวนี้ข้างตังเค้าราดน้ำตาล แล้วเรียกข้าวแต๋นแล้วล่ะ...
แบบเก่าๆ ไม่มีแล้ว
#24  by  namwarn At 2006-08-08 09:20, 
เห็นภาพเลย
#25  by  LittleCancer At 2006-08-08 13:56, 
มาเยี่ยมจ้า....
#26  by  My Sorayut ^_^ At 2006-08-08 17:14, 
หวัดดีมนุษย์โลก...ให้บรรยากาศดีจัง
#27  by  ob1 At 2006-08-08 17:54, 
โอ....
งานน่าสนุกจังอ่าเด๊ะ
อยากให้มีแถวที่นี่มั่ง
อยากกินข้าวตัง
โอ....
#28  by  ปอม-ปิงๆ At 2006-08-09 13:15, 
อืม..อ่านแล้วคิดถึงนะ...คิดถึงสมัยเด็ก ๆ
#29  by  ไอดินกลิ่นฝน At 2006-08-09 13:35, 
อยากกินข้าวตังค่ะ

ไม่ได้กินมานานแล้ว

พูดถึงก็หิว อิอิ
#30  by  pana[sonic]* At 2006-08-09 15:10, 
ท่านเขียนได้ละเอียดดีจัง...
จำได้เยอะมากๆ....ชอบ
อ่านแล้วนึกถึงตอนไปงานแต่งพี่ชายเพื่อนที่อยุธยา
สนุกมากๆ
#31  by  alienboon At 2006-08-10 00:48, 
ข้าวตัง.. อืมม บรรยายย่อหน้าสุดท้ายได้สุดยอดจริงๆๆ

งานบวชก็เห็นภาพตามไปด้วยเลย แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบงานบวชที่จัดแบบนี้เท่าไหร่เลย ดูแล้วไม่สงบจิตแก่ผู้ที่บวชเลย น่าจะเริ่มต้นการบวชด้วยความสงบง่ะ
#32  by  丽丽 ~ ชิงช้าโบราณ At 2006-08-10 11:44, 
น่ากินนะคะ แต่ว่าไม่เคยกินข้าวตังที่โรยหน้าด้วยมะพร้าวเลยอ่า น่าหนุกดีนะคะ
#33  by  aMy ^^ At 2006-08-10 13:11, 
อ่านแล้วคิดถึงบ้านจัง...ต่างจังหวัดเค้าก็มีวัฒนธรรมที่ดีงามอย่างนี้เสมอ...ค่ะ
ขนมที่เค้ากินในงานบวชที่บ้าน
ทางภาคเหนือเค้าเรียกว่า ข้าวตอกค่ะ
มันจะเป็นข้าวเอาไปคั่วแล้วก็แตก จากนั้นเค้าก็เอาไปคั่วผสมมะพร้าวอะไรอย่างนี้อร่อยมากเลยนะ...ถ้าไม่เชื่อ
ลองไปหากินดูแถวงานบ้านทางภาคเหนือหรือไม่ก็เชียงใหม่ หรือแพร่กะได้
นะคะ...

#34  by  tik-tok-tik-tok At 2006-08-10 14:43, 
^________________^
#35  by  ไอดินกลิ่นฝน At 2006-08-10 17:06, 
คุณเล่าได้ดีจัง
ไม่เคยกินข้าวตังแบบนี้เลยค่ะ
ไม่มีบุญ
#36  by  sofa At 2006-08-10 17:57, 
อยากกิน

บรรยายสะเหนภาพเลย
#37  by  ส ว ย ใ ส ไ ร้ ส ติ ? At 2006-08-10 18:32, 
แอบคิดบรรยากาศตอนทำข้าวตัง ชอบนะคะหอม กรอบ อร่อยดี คิดแล้วอยากลองชิมมั่งจัง

เออว่าแต่วันตั้งค่ำ...ไม่เคยได้ยิน
#38  by  I Still Love U At 2006-08-10 22:53, 
ข้าวตัง . . . ส่วนมากจะแทะน้ำตาลกินหมด

- -"
#39  by  นายอ้วนพี At 2006-08-10 23:12, 
ขนมงานบวชของทางเหนือมี 2 อย่างคือข้าวเหนียวแดงกับขนมปาด อย่างหลังนี้ใช้ข้าวกวนกับน้ำอ้อยและมะพร้าวจนเนียนละเอียดเหมือนขนมเปียกปูนแต่เหลวกว่า สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครทำเพราะต้องใช้เวลากวนนานมาก คนที่ทำเป็นก็แก่กันหมดแล้ว
#40  by  RogerWilco At 2007-05-14 16:43, 
#41  by  เจน (124.157.139.129) At 2007-08-27 19:03, 
#42  by  เจน (124.157.139.129) At 2007-08-27 19:03, 
น่ากินมากมากค่ะ กิน ฮิฮิ
#43  by  เจน (124.157.139.129) At 2007-08-27 19:06, 

<< Home


นพพร จันทร์ฉิม
View full profile