เช้านี้ผมเดินมาที่บ้านไอเอ๋แต่เช้าเพราะเป็นเช้าวันเสาร์ที่หยุดเรียน กะว่าจะมาเล่นโยนตัวการ์ตูนกัน พ่อของไอเอ๋กำลังนั่งลับมีดอยู่ที่หน้าบ้าน ส่วนแม่ของไอเอ๋กำลังนั่งหั่นกล้วยแยกออกเป็นหวีๆวางเรียงกันไว้บนแคร่ ส่วนที่สุกเหลืองก็ห้อยร่วงลงมาเป็นลูกๆ แม่ของไอเอ๋ก็เอามาจัดการปอกเปลือกแล้วก็หั่นเป็นแว่นๆ ใส่หม้อ เตรียมจะทำกล้วยบวชชี เสียงดังของรถมอเตอร์ไซต์เก่าๆสีกระดำกระด่างครึ่งเหล็กครึ่งสนิม วิ่งตัดผ่านถนนหน้าบ้านของไอเอ๋ไปด้วยความเร็ว ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่แสนสบาย ทิ้งร่องรอยให้เห็นเพียงฝุ่นดินที่ลอยคละคลุ้งไปทั่ว
"ไอพวกนี้มันขับสะวี้ดสะว้าดจังวะ สงสัยจะรีบไปโรงพยาบาล" เสียงตาใจเอ่ยขึ้นพร้อมหัวเราะเบาๆ
"สะวี้ดสะว้าดเป็นยังไงน่ะพ่อ" ไอเอ๋ถามพ่อของมัน พร้อมมองไปยังกลุ่มฝุ่นตรงถนนที่ลอยม้วนตัวตามแรงลมขึ้นไปด้านบนเรื่อยๆ
"ก็แบบเมื่อกี๊ไง แต่งเสียงดังแสบแก้วหู ไม่รู้จะแต่งกันไปทำไม" เสียงตาใจยังไม่หยุดบ่น
เสียงรถที่วิ่งผ่านไปทำให้ผมนึกถึงรถจักรยานของผม จักรยานของผมเป็นจักรยานผู้ใหญ่ คือขนาดมันไม่ใช่สำหรับเด็กปั่น มันจะเหมาะสำหรับผู้ใหญ่มากกว่า สีของมันเป็นสีเขียว มีตระกร้าตรงหน้ารถส่วนตรงด้านท้ายจะมีที่นั่งเป็นเหล็ก เวลาแม่ผมปั่นไปไหนก็มักจะให้ผมนั่งซ้อนท้ายไปด้วยเสมอ เริ่มแรกตอนที่ผมหัดปั่นจักรยาน ผมไม่สามารถที่จะขยับตัวขึ้นไปนั่งบนเบาะได้ก็จะเอาขา แหย่เข้าไปตรงกลางเหล็กที่ค้ำระหว่างเบาะกับแฮนด์ แหย่ข้ามไปยังอีกฝั่งของที่เหยียบโดยตัวจะเอียงไปด้านหนึ่ง แล้วก็ปั่นไปเรื่อยๆ ถึงจะเป็นก้าวแรกของการปั่นแต่มันก็เป็นก้าวสำคัญต่อมาที่ทำให้ผมกล้าที่จะขึ้นไปปั่นบนเบาะแบบธรรมดาที่คนเขาปั่นกัน แรกๆก็จะเหยียบที่ปั่นได้ไม่ถึง ต้องกระแทกที่เหยียบให้ปั่นไปจนล้อรถจักรยานหมุนถึงรอบก็จะวนที่เหยียบมาให้เรากระแทกต่อ ตอนจะจอดก็ต้องกระโดดลงมาแล้วก็วิ่งจับให้จักรยานหยุดอีกที
"เฮ้ย ข้าว่าเราเอาจักรยานมาแต่งกันมั่งดีกว่าว่ะ"ผมเอ่ยปากชวนไอเอ๋
"ทำยังไงวะ" ไอเอ๋ถาม
"ก็ไอนี่ไง" ผมพูดพร้อมกับยกขวดยาคูลจากกระป๋องถังขยะหน้าบ้านของไอเอ๋ ชูขึ้นมาเหมือนของวิเศษจากกระเป๋าโดราเอมอน
"มีสองอันพอดีเลย" ผมพูดพร้อมกับมองลงไปในกระป๋องถังขยะอีกครั้ง
"เออดีๆ" ไอเอ๋พูดพร้อมกับรอยยิ้ม
เราสองคนช่วยกันเก็บตัวการ์ตูนใส่กระป๋องกันอย่างรวดเร็ว กิจกรรมโยนการ์ตูนจึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย
กิจกรรมที่เราจะทำเล่นกันวันนี้ก็คือ จักรยานยาคูล เราจะแต่งจักรยานธรรมดาของเราให้เป็นรถรุ่นใหม่ด้วยขวดยาคูลธรรมดาๆเพียงขวดเดียว ผมรีบวิ่งกลับไปที่บ้านปั่นจักรยานมาที่หน้าบ้านของไอเอ๋โดยมีเสียงบ่นของแม่ตามหลังมาว่าจะไปเที่ยวไหนกันแต่เช้า เมื่อได้จักรยานมาแล้ว เราก็จัดการเอาขวดยาคูลมาตัดก้นออกเหลือแผ่นพลาสติกยื่นออกมาเล็กน้อยจากนั้นก็นำไปขัดเข้ากับเหล็กที่ล้อหลังให้มีส่วนหนึ่งสัมผัสกับซี่ลวดของรถจักยาน เราลองเอามือหมุนที่ขาเหยียบ เสียงซี่ลวดกระทบกับขวดยาคูลส่งเสียงดังก้องออกมาทางปากของขวดยาคูลคล้ายเสียงดังของรถมอเตอร์ไซต์ที่วิ่งผ่านหน้าบ้านไปเมื่อตอนเช้า เราสองคนหันมามองหน้ายิ้มให้กันอย่างพอใจ
ไอเอ๋รีบเข้าไปจูงจักรยานของมันออกมาบ้าง จัดแจงเอาขวดยาคูลที่เหลืออีกขวดมาเหน็บไปตรงเหล็ก ให้สัมผัสกับซี่ลวดพร้อมกับลองหมุนที่ปั่นปรับแต่งเสียงตามความพอใจกันโดยดันขวดยาคูลเข้าๆออกๆให้สัมผัสซี่ลวดยิ่งซี่ลวดโดนขวดยาคูลมากเสียงที่ได้ก็จะดังมาก แต่เวลาปั่นจริงแล้วขวดจะพังง่ายผมกับไอเอ๋จึงนั่งปรับเข้าปรับออกกันอยู่พักใหญ่ เมื่อได้เสียงเหมาะๆแล้วเราจึงเอาลวดเส้นเล็กๆมาพันขวดยาคูลติดกับเหล็กไว้ไม่ให้หลุดได้โดยง่าย
เมื่อพร้อมแล้วก็ได้เวลาทดสอบรถ ผมกับไอเอ๋จูงจักรยานกันคนละคันไปที่หน้าบ้าน พร้อมกับลองปั่นไปบนถนน เสียงของมันดังลั่นออกมาตามความเร็วที่เราปั่น ยิ่งปั่นเร็วก็ยิ่งเสียงดัง เราปั่นไปปั่นมาประชันเสียงกันที่หน้าบ้านเป็นที่สนุกสนาน
"ข้าว่าปั่นไปหน้าบ้านไอเอกดีกว่า ไปโชว์มัน" ไอเอ๋เอ่ยขึ้น
"เออ ดีว่ะ ป่ะ" ผมตอบรับพร้อมกับปั่นแซงหน้านำไปทันที
เสียงดังจากซี่ลวดกระทบขวดยาคูลดังก้องไปทั่วท้องถนน ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของฝุ่นที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วถนน
"ขับรถสะวี้ดสะว้าดกันจังนะพวกมึง เดี๋ยวเถอะมึง" เสียงตาใจตะโกนปนหัวเราะ พร้อมสั่นหัวไปมาด้วยความเอือมระอากับกิจกรรมซนๆของเด็กแสบอย่างเราสองคน.....
"ไอพวกนี้มันขับสะวี้ดสะว้าดจังวะ สงสัยจะรีบไปโรงพยาบาล" เสียงตาใจเอ่ยขึ้นพร้อมหัวเราะเบาๆ
"สะวี้ดสะว้าดเป็นยังไงน่ะพ่อ" ไอเอ๋ถามพ่อของมัน พร้อมมองไปยังกลุ่มฝุ่นตรงถนนที่ลอยม้วนตัวตามแรงลมขึ้นไปด้านบนเรื่อยๆ
"ก็แบบเมื่อกี๊ไง แต่งเสียงดังแสบแก้วหู ไม่รู้จะแต่งกันไปทำไม" เสียงตาใจยังไม่หยุดบ่น
เสียงรถที่วิ่งผ่านไปทำให้ผมนึกถึงรถจักรยานของผม จักรยานของผมเป็นจักรยานผู้ใหญ่ คือขนาดมันไม่ใช่สำหรับเด็กปั่น มันจะเหมาะสำหรับผู้ใหญ่มากกว่า สีของมันเป็นสีเขียว มีตระกร้าตรงหน้ารถส่วนตรงด้านท้ายจะมีที่นั่งเป็นเหล็ก เวลาแม่ผมปั่นไปไหนก็มักจะให้ผมนั่งซ้อนท้ายไปด้วยเสมอ เริ่มแรกตอนที่ผมหัดปั่นจักรยาน ผมไม่สามารถที่จะขยับตัวขึ้นไปนั่งบนเบาะได้ก็จะเอาขา แหย่เข้าไปตรงกลางเหล็กที่ค้ำระหว่างเบาะกับแฮนด์ แหย่ข้ามไปยังอีกฝั่งของที่เหยียบโดยตัวจะเอียงไปด้านหนึ่ง แล้วก็ปั่นไปเรื่อยๆ ถึงจะเป็นก้าวแรกของการปั่นแต่มันก็เป็นก้าวสำคัญต่อมาที่ทำให้ผมกล้าที่จะขึ้นไปปั่นบนเบาะแบบธรรมดาที่คนเขาปั่นกัน แรกๆก็จะเหยียบที่ปั่นได้ไม่ถึง ต้องกระแทกที่เหยียบให้ปั่นไปจนล้อรถจักรยานหมุนถึงรอบก็จะวนที่เหยียบมาให้เรากระแทกต่อ ตอนจะจอดก็ต้องกระโดดลงมาแล้วก็วิ่งจับให้จักรยานหยุดอีกที
"เฮ้ย ข้าว่าเราเอาจักรยานมาแต่งกันมั่งดีกว่าว่ะ"ผมเอ่ยปากชวนไอเอ๋
"ทำยังไงวะ" ไอเอ๋ถาม
"ก็ไอนี่ไง" ผมพูดพร้อมกับยกขวดยาคูลจากกระป๋องถังขยะหน้าบ้านของไอเอ๋ ชูขึ้นมาเหมือนของวิเศษจากกระเป๋าโดราเอมอน
"มีสองอันพอดีเลย" ผมพูดพร้อมกับมองลงไปในกระป๋องถังขยะอีกครั้ง
"เออดีๆ" ไอเอ๋พูดพร้อมกับรอยยิ้ม
เราสองคนช่วยกันเก็บตัวการ์ตูนใส่กระป๋องกันอย่างรวดเร็ว กิจกรรมโยนการ์ตูนจึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย
กิจกรรมที่เราจะทำเล่นกันวันนี้ก็คือ จักรยานยาคูล เราจะแต่งจักรยานธรรมดาของเราให้เป็นรถรุ่นใหม่ด้วยขวดยาคูลธรรมดาๆเพียงขวดเดียว ผมรีบวิ่งกลับไปที่บ้านปั่นจักรยานมาที่หน้าบ้านของไอเอ๋โดยมีเสียงบ่นของแม่ตามหลังมาว่าจะไปเที่ยวไหนกันแต่เช้า เมื่อได้จักรยานมาแล้ว เราก็จัดการเอาขวดยาคูลมาตัดก้นออกเหลือแผ่นพลาสติกยื่นออกมาเล็กน้อยจากนั้นก็นำไปขัดเข้ากับเหล็กที่ล้อหลังให้มีส่วนหนึ่งสัมผัสกับซี่ลวดของรถจักยาน เราลองเอามือหมุนที่ขาเหยียบ เสียงซี่ลวดกระทบกับขวดยาคูลส่งเสียงดังก้องออกมาทางปากของขวดยาคูลคล้ายเสียงดังของรถมอเตอร์ไซต์ที่วิ่งผ่านหน้าบ้านไปเมื่อตอนเช้า เราสองคนหันมามองหน้ายิ้มให้กันอย่างพอใจ
ไอเอ๋รีบเข้าไปจูงจักรยานของมันออกมาบ้าง จัดแจงเอาขวดยาคูลที่เหลืออีกขวดมาเหน็บไปตรงเหล็ก ให้สัมผัสกับซี่ลวดพร้อมกับลองหมุนที่ปั่นปรับแต่งเสียงตามความพอใจกันโดยดันขวดยาคูลเข้าๆออกๆให้สัมผัสซี่ลวดยิ่งซี่ลวดโดนขวดยาคูลมากเสียงที่ได้ก็จะดังมาก แต่เวลาปั่นจริงแล้วขวดจะพังง่ายผมกับไอเอ๋จึงนั่งปรับเข้าปรับออกกันอยู่พักใหญ่ เมื่อได้เสียงเหมาะๆแล้วเราจึงเอาลวดเส้นเล็กๆมาพันขวดยาคูลติดกับเหล็กไว้ไม่ให้หลุดได้โดยง่าย
เมื่อพร้อมแล้วก็ได้เวลาทดสอบรถ ผมกับไอเอ๋จูงจักรยานกันคนละคันไปที่หน้าบ้าน พร้อมกับลองปั่นไปบนถนน เสียงของมันดังลั่นออกมาตามความเร็วที่เราปั่น ยิ่งปั่นเร็วก็ยิ่งเสียงดัง เราปั่นไปปั่นมาประชันเสียงกันที่หน้าบ้านเป็นที่สนุกสนาน
"ข้าว่าปั่นไปหน้าบ้านไอเอกดีกว่า ไปโชว์มัน" ไอเอ๋เอ่ยขึ้น
"เออ ดีว่ะ ป่ะ" ผมตอบรับพร้อมกับปั่นแซงหน้านำไปทันที
เสียงดังจากซี่ลวดกระทบขวดยาคูลดังก้องไปทั่วท้องถนน ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของฝุ่นที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วถนน
"ขับรถสะวี้ดสะว้าดกันจังนะพวกมึง เดี๋ยวเถอะมึง" เสียงตาใจตะโกนปนหัวเราะ พร้อมสั่นหัวไปมาด้วยความเอือมระอากับกิจกรรมซนๆของเด็กแสบอย่างเราสองคน.....