เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆดังขึ้นเป็นปกติเหมือนเช่นเดิมทุกๆเย็น ที่ลานดินกว้างหน้าบ้าน เปรียบเสมือนเป็นสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ ที่ไม่มีเครื่องเล่นใดๆมาเป็นส่วนประกอบมีเพียงลานดิน พุ่มหญ้าและเศษก้อนหินที่มีตามธรรมชาติ ดังนั้นการละเล่นส่วนใหญ่ของพวกเราจึงมักจะเอากิจกรรมที่เล่นกันได้บนลานดินเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นดีดลูกแก้ว, อีกาหวงไข่, ตำรวจจับโจร และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน
มีอีกการละเล่นที่พวกเราเด็กๆมักจะเล่นกันเป็นประจำ เพราะมันไม่จำเป็นต้องใช้อะไรมากเลย นอกจากเศษกระเบื้องหรือก้อนหินเรียบๆ กับพื้นที่ว่างๆเท่านั้นเอง เกมส์ที่เราเล่นกันนี้เรียกกันว่า เกมส์บ้าน นั่นเอง
ผมหันไปมองยังกลุ่มเพื่อนๆที่วิ่งเล่นกันอยู่นอกชานบ้าน ขณะที่ผมกำลังนั่งปั้นดินน้ำมันอยู่ในชานบ้านกับไอเอ๋ ลองนับดูจำนวนคนได้ประมาณห้าคนรวมผมกับไอเอ๋ ผมจึงชวนไอเอ๋ว่าน่าจะเล่นเกมส์บ้านกัน เป็นเพราะตอนนี้อากาศไม่ค่อยร้อนมากน่าจะเล่นกันสนุกเพราะเกมส์นี้จะเล่นกันที่ลานดินโล่งนั่นเอง
ไอเอ๋ตอบตกลงทันทีก่อนจะเดินไปชวนเพื่อนๆว่ามีใครอยากเล่นเกมส์บ้านมั้ง ทุกคนยกมือกันอย่างพร้อมเพรียงเป็นอันตกลงกัน ผมให้ไอเอ๋ไปเอาไม้มาขีดบนลานดินเป็นตารางสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดย่อมๆและแบ่งช่องออกเป็น 8 ช่อง ด้านบนของสี่เหลี่ยม ขีดเป็นครึ่งวงกลมสามวงซ้อนกัน
"เกมส์บ้าน" คำว่าบ้านก็จะหมายถึงช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีทั้งหมด 8 ช่องนั้นเอง บ้านที่อยู่มุมบนขวามือนั้นเราจะเอาไม้มาขีด เขียนว่าคำว่าพักลงไป สำหรับเป็นบ้านพัก เพราะในการเล่นนั้นเราจะต้องใช้เขย่งขาเดียวไปเรื่อยๆผ่านทีละบ้าน และก็จะได้ไปหยุดพักเขย่งที่บ้านพักโดยสามารถเอาขาลงได้ทั้งสองขา ก่อนที่จะเขย่งต่อไป
สำหรับกติกาการเล่นก็ง่ายๆ เริ่มแรกก็ให้แต่ละคนไปหาหินหรือเศษกระเบื้องแบนๆ ตามแต่ชอบเพื่อจะเอามาเป็นเบี้ยสำหรับโยน จุดโยนก็จะอยู่ด้านล่างตรงข้ามกับเส้นครึ่งวงกลม โดยการโยนก็เริ่มตั้งแต่บ้านหลังที่ 1 ถึงหลังที่ 8 เว้นบ้านพักหลังเดียว โดยไล่ลำดับบ้านจากด้านล่างซ้ายสุดเป็นบ้านหลังที่ 1 ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงมุมบนซ้ายสุดเป็นหลังที่ 4 จากนั้นก็จะข้ามบ้านพักมาโยนที่หลังที่ 6 ที่ด้านล่างของบ้านพักไล่ลงมาเรื่อยๆโดยข้ามบ้านพักไป ในการโยนหนึ่งครั้งก็จะมีการเขย่งไปเก็บก้อนหินที่เราโยนไว้กติกาในการเขย่งก็ห้ามเหยียบเส้น ห้ามเหยียบหินคนอื่นที่โยนเอาไว้เท่านั้นเอง
ความสนุกของเกมส์นี้ไม่ได้อยู่ที่เขย่งจนครบทุกบ้านเท่านั้น แต่สำหรับคนที่เขย่งได้ครบทุกบ้านแล้วก็จะทอยเบี้ยไปที่พื้นที่ครึ่งวงกลมด้านบนถ้าเบี้ยที่โยนไม่ได้อยู่ในเขตครึ่งวงกลมในก็ถือว่าหมดสิทธิ์ต้องเล่นเขย่งกันใหม่ตั้งแต่บ้านหนึ่ง แต่ถ้าโยนแล้วดีอยู่ในเขตจากนั้นคนโยนก็จะเขย่งไขว้บ้านไปเพื่อหยิบเอาเบี้ยนั้นแล้วก็นั่งหันหลังให้บ้านก่อนจะโยนเบี้ยอ้อมหัวมายังเขตบ้านนั้น ถ้าเบี้ยนั้นตกอยู่ที่บ้านหลังไหน ผู้โยนก็จะได้บ้านหลังนั้นมาครอบครองแล้วก็จะจัดการเอากิ่งไม้มาขีดชื่อเอาไว้ เมื่อได้เป็นเจ้าของแล้วคนอื่นๆที่จะเล่นต่อจะต้องกระโดดข้ามบ้านหลังนี้ไป ห้ามเขย่งเข้าไปและเบี้ยที่อยู่ในบ้านหลังนี้ก็จะขยับเลื่อนขึ้นไปอีกหลังหนึ่ง
ความสนุกจะยิ่งมาขึ้นเมื่อบ้านนั้นนั้นติดต่อกันทำให้การเขย่งกระโดดข้ามยิ่งยากขึ้น และวิธีแก้ก็ทำได้โดยเราอาจจะยอมเช่าบ้านโดยเจ้าของบ้านจะต้องตีมือเราตามจำนวนที่เขาต้องการหรือว่าจะเขกหัวก็ตามแต่ตกลงกัน บางครั้งเราก็สามารถที่จะทำเผาบ้านได้โดยถ้าเราเล่นจบเกมส์แล้วต้องโยนเบี้ยเราอาจจะโยนเข้ามายังบ้านที่มีเจ้าของอยู่แล้ว นั้นก็จะหมายความว่าบ้านหลังนั้นถูกเผาไปกลายเป็นบ้านที่ไม่มีเจ้าของ ทุกคนสามารถที่จะเขย่งผ่านได้ดังเดิม แต่ถ้าโยนทับเส้นหรือโยนออกนอกเขตบ้านที่ขีดไว้ก็จะต้องเล่นเขย่งใหม่ไล่ตั้งแต่บ้านหลังแรกมาทีเดียว
เริ่มเล่นเกมส์ไปได้สักพักผมหยิบหินแบนๆของผมโยนไปยังบ้านหลังที่ 3 และเริ่มออกเขย่งผ่านหลังหนึ่ง ผ่านหลังสอง เข้าหลังสามพร้อมกับก้มลงหยิบเบี้ยที่โยนไว้ ก่อนจะเขย่งไปหลังสี่และพักสองขาที่หลังห้า กลับมาเขย่งที่หลังหก,เจ็ดและแปด แล้วก็โยนเบี้ยอีกทีไปที่บ้านหลังสี่ วนเวียนไปได้ไม่นานไม่ทันสังเกตดันเขย่งไปเหยียบเบี้ยของไอเอ๋ที่บ้านหลังที่สอง เสียงหัวเราะของเด็กๆที่มองดูรอบๆดังขึ้นพร้อมตะโกนว่าฟาล์วๆ ผมเดินยิ้มส่ายหัวออกมาก่อนจะถึงตาต่อไปของไอเอ๋ ที่กำลังเตรียมพร้อมก้าวเขย่งออกไป...
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงตะโกนบอก "ฟาล์วๆๆ ไอเอ๋เหยียบเส้น" ไอเอ๋หันกลับมามองที่เท้าตัวเองขณะที่ยังยืนขาเดียวหลังเขย่งผ่านบ้านไปได้เพียงสองหลัง หลักฐานเต็มตาด้วยรอยเท้าบนพื้นดินที่คาบเส้นอย่างเห็นได้ชัดไอเอ๋เดินออกมาด้วยจำนนต่อหลักฐาน
"ความสนุกมันพึ่งจะเริ่มขึ้น" ผมคิดในใจ พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีความสุข...
เล่นเกมนี้ผมยอมแพ้แน่ๆ นน.เกิน หุหุ