ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่ผลไม้ต่างๆพากันออกดอกออกผลมาให้เรากินกันได้ทุกวันอย่างไม่มีเบื่อ ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งขี้นก ที่อยู่ตรงหลังบ้านยายอินท์ ซึ่งต้องอาศัยความใจกล้าที่จะลุยฝ่าดงหญ้าเข้าไปเนื่องจากเป็นบ้านร้างที่พวกเราไม่ค่อยจะย่ำกรายเข้าไปบ่อยนัก ฝักมะขามทั้งแก่และอ่อนออกเต็มต้นตรงฝั่งตรงข้ามหน้าบ้านไอเอ๋ ฝักที่แก่ส่วนมากจะถูกหนอนแทะจนเน่าในก่อนที่พวกเราจะได้กินกัน ส่วนฝักอ่อนจะถูกเก็บรวมกันมาเยอะๆนั่งล้อมวงกันจิ้มกับกะปิกินก็อร่อยดี ต้นมะกอกริมน้ำห้อยผลระย้าปริ่มผิวน้ำ ที่อยู่ในน้ำก็เน่าและถูกปลาตอดเล่นไปหลายลูก รสชาติของมันฝาดลิ้นแต่ก็อร่อยเมื่อได้เล่นน้ำไปกินไปพร้อมๆกัน ต้นทับทิบออกลูกระย้าเต็มต้น บางกิ่งมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับลูกนับสิบลูกที่ห้อยลงมาจนต้องเอาไม้ไปค้ำไว้ ผมชอบกินทับทิมมาก อาจจะไม่ใช่รสชาติของมันที่หวานอมเปรี้ยวเท่านั้นที่ผมชอบ แต่เม็ดเล็กๆสีทับทิมชมพูออกแดงๆด้านในทำให้ผมรู้สึกว่ามันน่ากินดี ที่รู้เพิ่มเติมมาคือ แม่ผมมักจะเอาเม็ดมันมาบีบน้ำใส่ตาเวลาเคืองตา แม่บอกว่ามันเป็นยารักษาแก้เคืองตาได้ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเพราะผมก็ไม่กล้าลองเหมือนกัน
เดินไปรอบๆบ้านไอเอ๋ เราก็เจอผลไม้ให้กินอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นมะม่วงที่กำลังออกช่อ,มะยมที่ออกลูกเต็มกิ่ง, หรือที่หากินยากๆก็เม็ดของต้นดอกเข็ม เราต้องเดินดูตามต้นดอกเข็มจะมีเม็ดเล็กๆกลมๆประมาณปลายนิ้วก้อย ขึ้นบนกิ่งของต้นดอกเข็ม เม็ดที่กินได้จะออกสีม่วงเข้มๆ ถ้าอ่อนจะเป็นสีเขียว รสชาติจะออกเฝื่อนๆลิ้นไม่อร่อยแต่สนุกตรงที่กว่าจะหามากินได้นั่นเอง ต้นกล้วยและมะละกอขึ้นอยู่โดยทั่วไปผลสุกร่วงตามโคนต้นจนชินตา
คงเป็นเพราะผลไม้ที่มีให้เรากินกันมากมายทำให้รู้สึกชินปากไปบ้าง เราก็เลยมักจะชอบผลไม้ที่แถวบ้านเราไม่ค่อยได้ปลูกกัน เช่น พวกเงาะ หรือว่าพวกส้ม โดยเฉพาะส้มหลังจากกินแล้วก็จะมีเปลือกเหลืออยู่เมื่อเอามาบีบด้วยมือจะมียางลอยฟุ้งออกมาเป็นไอขาวๆ เวลามันฟุ้งเข้าตาก็จะรู้สึกแสบจนน้ำตาไหลออกมาทีเดียว มีอยู่ครั้งนึงที่เราแกล้งบีบใส่ตากันไปมา พอแม่ไอเอ๋เดินมาเห็นเลยโดนเอ็ดกันจนหูชาไปเลย
ยางจากเปลือกส้มนี่เองที่เรามักจะเอามาทำกำไลเล่นกัน หลังจากกินจนอิ่มหนำไอเอ๋ก็เดินไปหาไม้บรรทัดพลาสติกเก่าๆของมันมาสองอัน จากนั้นก็บีบเปลือกส้มให้ยางสีขาวๆลอยฟุ้งไปเกาะที่ไม้บรรทัด ไอที่ลอยไปกระทบกับไม้บรรทัดเกิดเป็นหยดน้ำใสๆเหนียวๆ ไอเอ๋รีบหยิบเปลือกส้มอันใหม่มาบีบใส่อีกที จนรู้สึกว่าได้ที่ก็จะเอาไม้บรรทัดอีกอันมาประกบเข้าด้วยกัน แล้วก็แตะเข้าแตะออกไปมาหลายๆครั้ง ผลที่ได้ก็คือ มันเริ่มมีเส้นขาวๆ เกาะติดจากไม้บรรทัดอันหนึ่งไปยังไม้บรรทัดอีกอันหนึ่ง
ไอเอ๋ บอกให้ผมส่งมือให้มัน จากนั้นมันก็เอาไม้บรรทัดมาประกบแปะไปมาระหว่างข้อมือผม เส้นสีขาวๆนั้นพันไปมารอบๆมือผม ยิ่งแปะมากเท่าไหร่เส้นก็ยิ่งมากขึ้นจนยางเปลือกส้มที่ไม้บรรทัดนั้นหมดลง ที่ข้อมือผมก็ปรากฏไปด้วยใยขาวๆนั้นแทน ไอเอ๋เอามือมาลูบๆข้อมือผมจนเส้นใยรวมกันเป็นเส้นเดียว กลายเป็นกำไล ผมมองดูแล้วมันคล้ายด้ายสายสิญน์ซะมากกว่า แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร พร้อมกับผลัดทำให้กับไอเอ๋บ้าง บางครั้งเราก็ทำเป็นแหวนโดยเอายางจากเปลือกส้มที่อยู่บนไม้บรรทัดแปะไปมาระหว่างนิ้วแทนข้อมือ
นอกจากเปลือกส้มเราจะเอามาเล่นกันแล้ว มันยังมีประโยชน์ที่เราได้ยินมาจากผู้ใหญ่อีกก็คือ เมื่อเราเอาเปลือกส้มไปตากแดดให้แห้ง ตกกลางคืน คืนไหนที่มียุงเยอะๆเราสามารถเอาเปลือกส้มที่ตากแดดนั้นมาจุดไฟไล่ยุงได้ด้วยคงจะเป็นเพราะกลิ่นที่ยุงไม่ชอบนั่นเองนับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง คงไม่แปลกนักที่จะเห็นเด็กๆอย่างเราที่หลังกินส้มเสร็จ ก็มักจะหยิบเอาเปลือกไปตากแดดทิ้งไว้แทนที่จะเอาไปทิ้งที่ถังขยะ ในขณะที่บางคนก็มองแค่ว่า มันก็เป็นเพียงเปลือกส้มชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง....