"กระตั๊กๆๆ โอ๊ก อี๊ โอ๊ก โอ่ก.ก.. กระตั๊ก ๆๆ" ไก่โต้งตัวใหญ่ โก่งคอขันเสียงดังชินหู อยู่ริมรั้วกระถินข้างบ้าน ตอบรับแสงอรุณที่เริ่มทอประกายแสงสีทองมาจากทางทิศตะวันออก เสียงดังนี้ช่วยปลุกให้ผมลุกจากที่นอนทุกๆเช้าได้เป็นอย่างดี แม่ชอบบอกว่าจริงๆแล้วที่ไก่มันร้องมันไม่ได้ร้องแบบนี้หรอก ที่จริงมันร้องว่า "จะ อบ ก็ อบ เท้อด.ด.ด." เพียงแต่ว่ามันร้องไม่ชัดเท่านั้นเอง ผมลองฟังสังเกตดู ไม่น่าเชื่อ เป็นอย่างที่แม่ว่าจริงๆ???
ทุกเช้าที่ตื่นมาผมก็มักจะเห็นแม่ก่อไฟทำกับข้าวอยู่ในครัวอยู่ก่อนแล้ว ให้สงสัยอยู่ในใจเหมือนกันว่าแม่ใช้อะไรสังเกตก่อนตื่นนอนเพราะบ้านเราก็ไม่มีนาฬิกาปลุก และแม่จะตื่นก่อนไก่หรือไก่ตื่นก่อนแม่ก็ยากแท้จะรู้ได้สำหรับผมถ้าไม่ได้ยินเสียงไก่หรือเสียงแม่ปลุกก็ยากที่จะลุกตื่นได้ด้วยตัวเอง เช้านี้ผมลุกเก็บที่นอนและม้วนมุ้งตลบขึ้น ก่อนที่จะเดินออกไปล้างหน้าที่โอ่งน้ำใต้ต้นสนแผงหน้าบ้าน สูดเอาอากาศยามเช้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินและกลิ่นน้ำค้างเข้าไปเต็มปอดก่อนจะวักน้ำเย็นๆในตุ่มชะโลมล้างไปทั่วใบหน้า
ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงแม่ตะโกนมาจากในบ้าน
"เกิน เอาข้าวในขันไปใส่บาตรซะนะ เดี๋ยวพระมาจะใส่ไม่ทัน"
"ครับ" ผมตอบพร้อมรีบกุลีกุจอล้างหน้าให้เสร็จ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในบ้าน
ข้าวร้อนๆในขันใส่ข้าวสีเงิน พร้อมทัพพีตักข้าวที่แม่เตรียมเอาไว้ ถูกผมถือวิ่งไปทางถนนหน้าบ้านของไอเอ๋ บ้านของไอเอ๋จะอยู่ติดถนนและจะเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่พระเดินมาบิณฑบาตร ดังนั้นทุกเช้าผมจะต้องวิ่งผ่านรั้วไปยังบ้านไอเอ๋เพื่อไปใส่บาตรเป็นประจำ บ่อยครั้งที่ตื่นสายหน่อยก็จะได้ยินเสียงไอเอ๋ตะโกนมาจากบ้านของมันว่า "พระมาแล้วๆๆ" เมื่อได้ยินผมก็จะรีบลุกจากที่นอนตรงไปหยิบขันข้าวที่แม่เตรียมเอาไว้ วิ่งออกไปใส่บาตรทั้งขี้ตาเพราะไม่ได้ล้างหน้า เนื่องจากกลัวว่าจะไปไม่ทันใส่บาตรพระนั่นเอง
เมื่อไปถึงถนนแลไปบนถนนทางหน้าปากซอย จะเห็นผ้าจีวรสีเหลืองที่คุ้นเคยปลิวสะบัดมาตามถนนลิบๆ ผมกับไอเอ๋มักจะทายกันว่าวันนี้พระจะมากี่องค์ (จริงๆแล้วสรรพนามเรียกรูปแต่ส่วนใหญ่เราจะเรียกกันเป็นองค์) เพราะในแต่ละวันพระจะมาบิณฑบาตรไม่เท่ากันบางวันสององค์บ้าง บางวันองค์เดียวบ้างและบางวันก็ไม่มาเลย ซึ่งจะหมายถึงว่าเช้าว้นนั้นมีคนนำของไปถวายท่านที่วัดหรือไม่ก็มีงานที่ท่านต้องไปฉันเช้านั่นเอง เวลาท่านเดินบิณฑบาตรจะเดินเรียงกันจนมองในระยะไกลๆเห็นได้ไม่ชัดว่ามากี่องค์กันแน่ การทายกันว่าวันนี้จะมีพระมากี่องค์เป็นเรื่องสนุกยามเช้าของเราเลยทีเดียว
เมื่อพระมาใกล้ๆ เราสองคนจะนั่งคุกเข่ายองๆยกบาตรขึ้นเหนือหัวท่องคำภาวนา ตามที่ได้ฟังแม่คุณ(ยาย)สอน
"ข้าวขาวเหมือนดอกบัว ยกขึ้นทูนหัว ตั้งจิตจำนงค์ ตักบาตรพระสงฆ์ มุ่งตรงพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์ ในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้น ด้วยเทอญ"
ไม่นานนักพระก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเรา ใบหน้าของท่านอิ่มเอิบและยิ้มแย้ม ท่านใช้มือซ้ายอุ้มบาตรไว้ส่วนมือขวาค่อยๆจับฝาบาตรสีเหลืองเปิดขึ้น ผมจับทัพพีสีเงินบรรจงตักข้าวสวยร้อนๆ ในขันใส่ลงไปในบาตรสีดำที่มันวาว ระวังไม่ให้ทัพพีไปโดนขอบของบาตรเนื่องจากแม่คุณมักจะสอนว่าเวลาตักบาตรอย่าให้ทัพพีไปกระทบกับบาตรเพราะจะบาป ถึงแม้ไม่รู้ว่าตัวบาปมันเป็นอย่างไรแต่ก็ไม่เคยขัดคำพูดของแม่คุณเลยสักครั้งเดียวข้าวสวยร้อนๆกลิ้งลงไปในบาตรกระทบกับข้าวก้อนอื่นๆในบาตรที่ท่านเดินบิณฑบาตรมาตามรายทางก่อนหน้า ควันกรุ่นขึ้นมาทันที ผมนึกสงสัยว่าเห็นท่านก็ใช้มือจับบาตรที่เป็นเหล็กใส่ข้าวสวยร้อนๆอย่างนี้ท่านไม่ร้อนมือหรืออย่างไร แต่ก็ไม่กล้าถามได้แต่เก็บความสงสัยไว้คนเดียว
หลังใส่บาตรเสร็จ พระท่านก็จะปิดบาตรและเดินวนกลับไปตามทางเดิมเนื่องจากบ้านไอเอ๋จะเป็นบ้านสุดท้ายในซอยนี้ที่ใส่บาตร เราสองคนจะนั่งไหว้จนท่านเดินกลับไป เมื่อใส่บาตรเสร็จแล้วก็จะเหลือข้าวอยู่ที่ก้นขันของเราเล็กน้อย ผมกับไอเอ๋มักจะเอามากินด้วยเชื่อว่าจะทำให้ปัญญาดี
ผมเดินถือขันข้าวกลับบ้าน ถ้ามีข้าวเหลือเยอะก็จะเอาไปเทใส่หม้อข้าวตามเดิม ก่อนจะเอาขันข้าวไปใส่น้ำเล็กน้อย เอาทัพพีเขี่ยเม็ดข้าวที่อยู่ตามขอบๆลงมาที่น้ำด้านล่าง เดินตรงไปยังโคนต้นมะขามเทศต้นใหญ่ ก่อนจะนั่งลงยองๆ ท่องคำภาวนาแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร
"อิทังโน ญาตีนัง โหตุ สุขีตา โหตุ ญาตะโย ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติมิตรของข้าทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย บิดามารดา ครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว จงมารับส่วนบุญนี้ทุกท่านทุกคนเทอญ"
ขณะที่ท่องก็จะเอาทัพพีตักน้ำในขันและเทน้ำลงไปในขันนั้นเอง
จากนั้นก็ภาวนาถึงพระแม่ธรณี แผ่เมตตาให้กับตัวเอง
"ธรณีเจ้าขา รู้แล้วหรือยัง อนิจจา อนิจจัง ว่าข้ายังไม่ตาย ขอให้ข้าอยู่เย็นเป็นสุข มีอายุยืนยาว ด้วยเทอญ"
ขณะที่ท่องก็จะเอาทัพพีตักน้ำรดไปที่โคนต้นไม้ เหมือนเป็นการรดน้ำให้กับพระแม่ธรณี น้ำที่เทลงไปหยดซึมหายไปในผืนดินทิ้งไว้เพียงรอยเปื้อนจางๆเป็นวง เราได้แต่เพียงจินตนาการไปว่าน้ำนี้คงจะส่งไปยังบุคคลที่เรากล่าวถึงตอนแผ่เมตตาถึงแม้ตอนนี้เค้าจะอยู่ที่ใดที่เราไม่สามารถทราบได้ก็ตาม
ผมเดินกลับเข้าไปในบ้าน ล้างขันข้าวและทัพพีก่อนนำไปคว่ำไว้ในที่ของมัน เสียงไก่โต้งยังคงดังก้องอยู่ที่ริมรั้ว, เสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้าของแม่คุณดังแผ่วๆมาจากบนบ้านคละเคล้ากับเสียงตะหลิวกระทบกับกะทะจากในครัว
"วันนี้พระมากี่องค์" แม่ถามผมพร้อมรอยยิ้มที่เปื้อนเหงื่อบนใบหน้า
"องค์เดียวครับ" ผมตอบแม่
เป็นคำถามที่เราถามกันทุกๆเช้า แม่ไม่เคยเบื่อที่จะถามผมและผมเองก็ไม่เคยเบื่อที่จะตอบแม่เช่นกัน
บรรยากาศดีๆยามเช้าเหล่านี้นี่เองที่ชวนให้ผมหลงใหล จนทำให้อยากตื่นไปใส่บาตรเป็นประจำทุกเช้าและทุกวัน....