วันนี้ที่บ้านมีฝนตกปรอยๆตั้งแต่เช้าตลอดทั้งวัน ผมกับไอเอ๋ได้แต่นั่งเล่นเขี่ยไพ่กับร่อนตัวการ์ตูนอยู่ที่ใต้ถุนบ้านไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นกันที่ไหนตลอดวัน เฝ้าลุ้นจะให้ฝนตกลงมาแรงๆเพื่อจะขอแม่เล่นน้ำฝน แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะฝนเอาแต่ตกปรอยๆทั้งวัน แม่บอกว่าละอองฝนเล็กๆเข้าจมูกไปจะทำให้ไม่สบายถ้าฝนตกเป็นเม็ดใหญ่ๆถึงจะออกไปเล่นน้ำฝนได้ เราก็เลยได้แต่นั่งมองละอองฝนที่ตกลงมากระทบพวกใบไม้ใบหญ้าแถวนั้น เฝ้ามองดูสัตว์เล็กๆที่พากันหนีน้ำอย่างพวกมด ที่ค่อยๆไต่ขึ้นมาตามซอกเสาเป็นแถว ตั๊กแตนสีเขียวกระโดดเล่นน้ำฝนอยู่บนต้นหญ้าเล็กๆ น่าอิจฉาพวกมันยิ่งนัก
ไม่นานนักก็ถึงตอนเย็น รู้สึกเย็นนี้จะมืดเร็วกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้มีฝนตกตลอดวัน เมฆเลยเยอะบดบังแสงอาทิตย์ทั้งวัน แดดร่มแบบนี้ถ้าฝนไม่ตกก็คงวิ่งเล่นกันอย่างสนุก แสงไฟนีออนริมถนนกระพริบขึ้นสองสามทีก่อนจะติดสว่างขึ้นส่องไปบนท้องถนนดินลูกรัง เราเคยได้ยินมาว่ามันเปิดปิดเองอัตโนมัติ ในเวลาช่วงค่ำๆหรือมืดๆมันจะติดสว่างเองและในตอนเช้าดวงอาทิตย์ส่องแสง หลอดไฟก็จะดับไปเอง มาเอะใจก็เมื่อสายวันหนึ่ง หลังใส่บาตรพระตอนเช้าเสร็จ เห็นหลอดไฟริมถนนส่องสว่างท้าดวงตะวันก็ให้สงสัยกันว่าทำไมวันนี้มันไม่อัตโนมัติเหมือนอย่างเช่นทุกวัน ก็เลยได้รู้ว่าเขาใช้คนไปเปิดปิดสวิทช์ที่อยู่ที่หน้าปากซอยทุกวันนั่นเอง
ไฟในบ้านไอเอ๋ถูกเปิดขึ้น พร้อมๆกับเหล่าแมลงต่างๆมากมายที่บินเข้ามาเล่นไฟ เหล่าจิ้งจก เขียด และอึ่งอ่างต่างออกมากินเลี้ยงกันอย่างมิได้นัดหมาย โดยมีอาหารอันโอชะร่วงตกหล่นลงมาให้รับประทานเป็นระยะๆ
"เกิน มากินข้าวได้แล้ว" เสียงแม่ของผมตะโกนมาจากข้างบ้าน
"ครับบ..บ.บ" ผมตอบรับเสียงยาว ก่อนจะละสายตาจากพวกแมลงต่างๆ พร้อมกับโบกมือให้ไอเอ๋ ก่อนจะวิ่งอ้าวไปบ้านอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืด สองมือปิดหัวกระโดดหลบเม็ดฝนที่เริ่มจะตกแรงขึ้น ไอพัดหมาของผมที่นั่งเฝ้าผมอยู่บ้านไอเอ๋ทั้งวัน ตกใจทะลึ่งลุกตัวขึ้นพรวดหลังเห็นผมวิ่งออกไป ก่อนจะวิ่งแซงขึ้นหน้าถึงหน้าบ้านก่อนผมเสียอีก
แสงไฟในบ้านของผมดับมืดมีแสงริบหรี่เป็นช่วงๆให้สงสัย ตรงชายคามีหลอดไฟเล็กๆอยู่ดวงหนึ่งติดสว่าง ผมเดินเข้าไปในบ้านเห็นต้นตอแสงไฟริบหรี่ที่ว่ามันเป็นแสงจากจอทีวีนั่นเอง เงาตะคุ่มๆที่อยู่หน้าทีวีก็เป็นแม่กับแม่คุณ(ยาย)ที่กำลังนั่งดูทีวีกันอยู่ ส่วนพี่เจี๊ยบอยู่ในห้องเปิดไฟนีออนดวงเล็กอ่านหนังสือเงียบอยู่บนโต๊ะ
"ทำไมไม่เปิดไฟในบ้านล่ะแม่" ผมเดินเข้าไปถามแม่ด้วยความสงสัย
"แมลงมันเยอะ โน่นแน่ะ แม่เปิดไฟให้มันบินไปเล่นกันข้างนอกนั่นก่อน" แม่บอกพร้อมกับชี้มือไปที่ดวงไฟข้างนอก แต่ผมว่าแม่คงไม่ได้ให้มันบินเล่นกันธรรมดาๆแน่ เพราะด้านล่างหลอดไฟมีกะละมังรองน้ำอยู่เกือบครึ่ง เหล่าแมลงที่บินเล่นไฟเหนื่อยๆก็จะบินลงไปเล่นน้ำในกะละมัง สงสัยมันจะว่ายน้ำกันสนุกเพราะไม่เห็นมันบินกลับขึ้นมาเล่นไฟอีกเลย นอกจากแม่ใจดีเปิดไฟให้พวกมันบินเล่นกันแล้วแม่ยังใจดีเอากะละมังรองน้ำไว้ให้พวกมันว่ายน้ำเล่นอีกด้วย ผมภูมิใจในตัวแม่จริงๆ
"อ่านเสร็จยังเจี๊ยบเอ๊ย มากินข้าวได้แล้วลูก" เสียงแม่เรียกพี่เจี๊ยบ ก่อนจะเดินไปเปิดไฟในบ้าน
"ครับ" เสียงพี่เจี๊ยบบอกแม่จากในห้อง พร้อมกับเดินออกมา
แม่คุณ เดินไปที่โต๊ะกับข้าว หยิบเก้าอี้มานั่ง ส่วนผมเดินไปตักข้าวใส่จานให้ทุกคนเป็นกิจวัตร ทุกๆเย็นแม่มักจะรอเรียกให้ทุกคนมาพร้อมหน้ากันก่อนจะกินข้าว ส่วนผมมักจะตักข้าวแล้วก็เอาไปนั่งกินที่หน้าทีวี
ข้าวคำแรกยังไม่ทันเข้าปาก เหตุการณ์ผิดปกติก็เกิดขึ้น
ไฟในบ้านผมดับลงพรึ่บ หน้าจอทีวีดับวูบเหลือเพียงเส้นสองสามเส้นวิ่งไปมาอยู่พักนึง แล้วดับไป ผมหันไปมองรอบตัวไม่เห็นใคร ช้อนตักข้าวยังถืออยู่ในมือไม่ทันได้เข้าปาก ผมตะโกนเรียกแม่ดังลั่น
"แม่!!~ แม่อยู่ไหน แม่"
แม่ไม่ตอบ แต่ได้ยินเสียงแม่พูดกับพี่เจี๊ยบ
"เจี๊ยบเดินไปหาเทียนในตู้มาหน่อยสิ เสร็จแล้วเดินไปถอดปลั๊กทีวีกับตู้เย็นด้วยนะ"
ผมวางช้อนและจานข้าว ค่อยๆลุกยืนขึ้นสองมือยกลอยไปข้างหน้าไขว่คว้าหาอะไรก็ได้ ที่พอจะเป็นหลักให้เดิน ปากยังไม่หยุดเรียกแม่ พยายามเพ่งตาไปรอบตัวแต่ก็มองไม่เห็นอะไร
"ก็อยู่บนโต๊ะนี่แหละ จะไปไหนได้ล่ะ" เสียงแม่ตอบมา ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจ
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของแม่คุณในความมืด เสียงหัวเราะที่มองไม่เห็นที่มาแทนที่จะทำให้ผมรู้สึกดีกลับกลายเป็นยิ่งแย่ขึ้นซะอีก
"แม่คุณอยู่ไหนครับ.~" ผมถามหาแม่คุณ
"อยู่ข้างหลังไง" แม่คุณตอบ
ผมหันหลังกลับไปทันที เอามือตวัดไปรอบๆไม่มีใคร
"แม่คุณอ่ะ ชอบแกล้งเกิน" ผมตอบเสียงเครือ ต่อมน้ำตาเริ่มทำงาน มาเอ่อรอที่เปลือกตาด้านล่าง
ไม่นานนักก็มีแสงไฟสว่างน้อยๆ ลอยออกมาจากในห้องพี่เจี๊ยบ พี่เจี๊ยบนั่นเองที่เดินถือเทียนออกมาเป็นกำมือ ผมรู้สึกดีใจที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มจะมองเห็นอะไรได้บ้าง พี่เจี๊ยบเริ่มจุดเทียนหลายๆอัน เอาไปปักวางไว้ตามจุดต่างๆในบ้าน บนโต๊ะกับข้าวตอนนี้มีเทียนปักอยู่สามเล่ม แม่เรียกให้ผมไปนั่งกินบนโต๊ะ ผมเดินไปหยิบจานมานั่งกินอย่างว่าง่าย
"แหม่ ทำไมวันนี้มันมากินร่วมโต๊ะกันได้หว่า" เสียงแม่คุณเอ่ยขึ้น
"ก็ไฟมันดับ ทีวีมันไม่ติดนี่นา" ผมตอบพร้อมมองด้วยสายตางอนๆ ยังงอนไม่หายที่ถูกแม่คุณแกล้งเมื่อสักครู่
"อ๋อเรอะ" แม่คุณพูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ
บนโต๊ะอาหารวันนี้ มีแสงเทียนส่องสว่างแทนแสงไฟนีออน เราสี่คนนั่งล้อมโต๊ะกับข้าว ตักกินอาหารในจานที่มองเห็นเพียงสลัวๆไม่รู้ว่าอะไรต้มอะไรแกง แต่ก็กินกันจนหมด เป็นอาหารใต้แสงเทียนวันฝนตกที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น หลังกินเสร็จผมก็ขอเทียนของพี่เจี๊ยบไปนั่งอยู่ที่หน้าทีวีมองดูตัวแมลงเล็กๆที่บินเข้ามาเล่นเปลวเทียน พี่เจี๊ยบเดินถือเทียนไปที่หน้าบ้านส่งเสียงตะโกนไปทางบ้านไอเอ๋
"ไฟดับหรือเปล่า!"
"ดับเหมือนกัน" เสียงตะโกนตอบกลับมา
พี่เจี๊ยบเดินยิ้มเข้ามาในบ้าน บอกกับแม่ว่าไฟดับเหมือนกันหมด ออกไปข้างนอกมองไม่เห็นอะไรเลย
แม่เดินมานั่งกับผมที่หน้าทีวี ส่วนแม่คุณเดินไปที่เตียงนอน
"เมื่อไหร่ไฟจะมาล่ะแม่" ผมถาม
"เดี๋ยวก็มา อาบน้ำยังเราน่ะ ยังสินะ เดี๋ยวไปอาบกับแม่นะ ป่ะ" แม่พูดเองเออเองเสร็จสรรพ ก่อนจะลุกไปหยิบผ้าถุงที่แขวนไว้ ผมถอดเสื้อถอดกางเกงวิ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัว
วันนี้ผมจะได้อาบน้ำใต้แสงเทียน น่าสนุกพิลึก ความกลัวในตอนแรกหายไปซะสนิทกลายเป็นความสนุกมาแทน ผมเดินถือเทียนนำหน้าแม่ไปที่ห้องน้ำด้านนอกตัวบ้าน บรรยากาศรอบตัวมืดไปหมด เสียงฝนยังคงตกอยู่พรำๆด้านนอกเดินไปจนเหยียบหางไอพัด ที่นอนขวางประตู ทำเอาสะดุ้งโหยงกันทั้งหมาทั้งคน
ยังไม่ทันได้เข้าไปห้องน้ำ เหตุการณ์ปกติที่ผิดปกติสำหรับผมก็เกิดขึ้น
แสงไฟในบ้านส่องสว่างไปทั่ว เสียงเฮออกมาจากทั้งบ้านไอเอ๋และรอบๆ เสียงตะโกนแว่วๆ ไฟมาแล้ว ก้องไปทั่วซอย แต่ตัวผมกลับยืนนิ่งถือเทียนอยู่หน้าห้องน้ำ นึกเสียดายคิดเพียงว่า ทำไมไฟมาเร็วจัง ทำไมไม่ดับต่อล่ะ ยังไม่ได้อาบน้ำเลยอ่ะ โธ่..
แม่เห็นไฟติดแล้วจึงตะโกนเรียกให้พี่เจี๊ยบเปิดสวิทช์ไฟห้องน้ำซึ่งอยู่ในบ้าน ไฟในห้องน้ำสว่างพรึ่บ แม่รีบให้ผมเข้าไปอาบน้ำเพราะถ้าอาบดึกๆจะทำให้ไม่สบายได้ ผมจำใจเดินเข้าไปทั้งๆที่อยากจะบอกแม่ว่าดับไฟอาบน้ำได้หรือเปล่า อยากอาบน้ำใต้แสงเทียนแต่ก็ได้แค่คิด
อาบน้ำเสร็จเดินเข้าไปในบ้านพร้อมผ้าขนหนูพันรอบตัว ยืนตัวสั่นอยู่หน้าทีวี เห็นแม่คุณนั่งดูละครอยู่
"อ่าว แม่คุณ เข้าไปนอนแล้วไม่ใช่เหรอครับ" ผมถาม
"อ่าว ก็ไฟมันมา ทีวีมันติด ก็เลยมาดูต่อน่ะสิ" แม่คุณตอบพร้อมหัวเราะชอบใจ
เสียงหัวเราะฟังดูแล้วเหมือนเป็นการหัวเราะชอบใจที่ยอกย้อนผมอยู่พิกลๆ.....
ประมาณว่าบรรยากาศดี
ทำได้ไง
มันได้ความรู้สึกมากว่าเปิดไฟนะคะ อิอิ
...