สายลมที่ม้วนตัวพัดมาจากชายทุ่งทางด้านทิศใต้ พัดผ่านลำคลองจนเห็นเป็นระลอกคลื่นเล็กๆ ไหวไปบนผิวน้ำก่อนจะพัดผ่านไร่อ้อยลามเลียไปตามใบและลำต้นให้เอนลู่ตามลมไปเป็นทาง มันพัดเอื่อยๆ มายังหน้าบ้านของเรา ยามลมเย็นปะทะกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการวิ่้งเล่นของผมกับไอเอ๋ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น ผมกับไอเอ๋มักจะไปเล่นปีนต้นฝรั่งที่ริมรั้วที่ท้ายไร่ ห้อยโหนไปบนต้นฝรั่งโดยไม่กลัวตกเนื่องจากเป็นไม้ที่มีลำต้นกิ่งก้านเหนียว เรามักจะมองหามุมนั่งบนกิ่งที่ใหญ่ๆ เพื่อรอรับลมเย็นๆ ที่จะพัดพามาเป็นระยะ ต้นฝรั่งที่ริมรั้วมีอยู่ด้วยกันหลายต้น มันถูกปลูกเรียงกันไว้ เมื่่อถึงฤดูที่มันมีลูกติดเล็กๆที่ยอด แม่มักจะเอาถุงพลาสติกที่เก็บเอาไว้หลังจากซื้อของไปห่อลูกฝรั่ง แม่บอกว่าแมลงจะได้ไม่มาชอนไชหรือเจาะทำให้ลูกฝรั่งเสียได้ ผมชอบไปช่วยแม่ห่อฝรั่งเป็นประจำ รู้สึกภูมิใจเมื่อได้ห่อฝรั่งลูกที่อยู่สูงๆ เนื่องจากแม่จะห่อไม่ถึงเพราะปีนต้นฝรั่งไม่ได้ ผมก็จะอวดด้วยการปีนขึ้นไปโน้มกิ่งบ้างโน้มตัวบ้างเพื่อเอื้อมไปห่อลูกฝรั่งที่อยู่ไำกลๆ โดยมีแม่ยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลจากโคนต้น
ทางทิศตะวันออกของสวนจะติดกับเขตบ้านตายิ้มซึ่งปลูกต้นข่อยเป็นรั้วธรรมชาติยาวไปตลอดแนว และจะมีต้นตาลอยู่สามต้นปลูกอยู่ห่างๆ กัน ลักษณะต้นตาลเป็นต้นไม้ยืนต้น ปลูกขึ้นได้ง่ายตามดินทั่วไปแม้ในที่แล้ง ลำต้นของมันคล้ายต้นมะพร้าวแต่จะสูงกว่ามาก ใบจะเป็นแพใหญ่เหมือนพัด ใบหนาสีเขียวปลายเรียวแหลม ใบแก่ๆจะเป็นสีน้ำตาลแห้งกรอบๆ ลูกของมันเมื่ออ่อนๆจะเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีดำอยู่รวมกันเป็นทะลายคล้ายมะพร้าวแต่ลูกจะเล็กกว่ามะพร้าว เนื้อข้างในเมื่อสุกจะขาวใสเป็นวุ้นมีลักษณะจาวสามจาวติดกัน นำ้มีรสชาติหอมหวาน ผลแห้งสามารถเอาเปลือกด้านในซึ่งมีสีเหลืองเข้มมาทำเป็นขนมได้หลายชนิดซึ่งจะให้สีที่น่ารับประทานและมีกลิ่นหอมชวนกิน อย่างเช่น ขนมตาล สำหรับลูกที่แก่จัดจนแห้งจาวด้านในก็ยังรับประทานได้โดยผ่าออกมาจะเป็นก้อนสีขาวออกเหลืองขุ่นๆ กินดิบๆจะให้รสชาติหวานมันติดปาก
เรามักจะเห็นตายิ้มขึ้นไปตัดลูกตาลอยู่บ่อยๆ ตายิ้มปีนต้นตาลโดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์อะไรช่วยเลยนอกจากสองมือและสองเท้า สร้างความประหลาดใจให้กับเด็กๆอย่างเรามาก บางครั้งเราก็ทดลองเลียนแบบ แต่ขึ้นไปยังไม่ทันเลยมือผู้ใหญ่เอื้อมถึงก็มีอันต้องรูดตัวลงมาด้านล่าง หน้าอกสีไปกับลำต้นได้แผลเลือดซิบๆมาหลายหน เลยนึกทึกทัักเอาเองว่าแกคงจะมีวิชาดี การแต่งตัวของแกจะมีผ้าขาวม้าคาดเอวหนึ่งผืน มีมีดพร้าเหน็บอยู่ที่ด้านหลังของกางเกงขายาวเก่าๆ สีเขียวขี้ม้า แกไม่ชอบใส่เสื้อแม้กระทั่งตอนปีนต้นตาลก็ตาม ก่อนปีนเหมือนแกจะบริกรรมคาถาอะไรบางอย่างเพราะมักจะเห็นแกยืนพนมมือทำปากขมุบขมิบอยู่ที่โคนต้นตาลก่อนที่จะเริ่มปีนทุกครั้ง พอแกขึ้นไปถึงยอดแล้วเราก็จะแอบร้องเพลงกันเบาๆที่โคนต้นไม่ให้แกได้ยิน เป็นเพลงที่อุดมไปด้วยตัวตอเต่า ซึ่งได้ยินกันจนชินหู
"ตาีตี๋ ตก ต้นตาล.. ตอตาล ตำตูด.. ตายใต้ ต้นตาล.ๆ." ร้องกระซิบวนไปวนมาพร้อมหัวเราะกันเบาๆ ที่โคนต้นตาล ก็เพราะกลัวว่าถ้าร้องดังไปแกอาจจะได้ยิน
เมื่อถึงยอด ก่อนที่แกจะตัดลูกตาลก็จะทำไม้ทำมือโบกไปมาอยู่บนยอดตาล เืพื่อไล่พวกเราให้ออกไปให้พ้นโคนต้น จากนั้นก็จะตัดลูกตาลและโยนลงมาด้านล่าง เรามองเห็นลูกตาลสีดำเป็นพวงใหญ่ที่ค่อยๆ ลอยละลิ่วจากยอดลงมาด้านล่าง เสียงกระทบพื้นดังสนั่นอยู่หลายคราว
สายลมที่พัดด้านบนคงแรงกว่าพื้นด้านล่างตรงที่ที่เรายืนอยู่มากนัก เพราะสังเกตมองเห็นใบตาลบนยอดพัดไหวไปมาอย่างแรง ผ้าขาวม้าที่พันบนเอวตายิ้มสั่นพริ้วระรัวไปตามแรงลม ผมกับไอเอ๋นึกถึงกังหันขึ้นมาทันที ก่อนจะตะโกนบอกให้ตายิ้มช่วยตัดใบตาลลงมาให้เพื่อที่พวกเราจะเอามาทำกังหันใบตาลเล่นกัน พวกเราส่งเสียงตะโกนบอก แต่ก็ดูเหมือนตายิ้มจะไม่ได้ยิน แกค่อยๆ ปีนลงมา ผมกับไอเอ๋จึงวิ่งไปที่โคนต้นช่วยกันไปลากกิ่งใบตาลแห้งที่ใบผุกรอบออกมา เอามาช่วยกันยกชูแกว่งพร้อมตะโกนเรียกให้ตายิ้มดู แกหันมายิ้มให้หน่อยนึง ก่อนจะปีนกลับขึ้นไปบนยอดอีกครั้ง เสียงมีดสับกับกิ่งใบตาลด้านบนดังขึ้นไม่กี่ทีก็มีเสียงใบตาลด้านบนร่วงลงมาที่พื้นด้านล่างหลายใบ ผมกับไอเอ๋ดีใจรีบวิ่งไปดึงออกมาทันที ขณะที่ตายิ้มค่อยๆ ไถลตัวแนบลงมากับลำต้นตาล
ผมกับไอเอ๋ลากใบตาลออกมาวางให้ห่างจากโคนต้น จากนั้นจึงวิ่งไปช่วยตายิ้มหยิบเอาลูกตาลมากองรวมกันไว้ ลูกตาลสีดำอยู่รวมกันเป็นทะลายเหมือนมะพร้าว ตายิ้มใช้มีดสับตาลให้เรากินกันหลายลูก รสชาติและกลิ่นที่หอมหวานชวนให้เรากินกันจนเพลิน ผมวิ่งเข้าไปในบ้านหยิบช้อนเพื่อจะเอามาตักเอาจาวที่เป็นลักษณะวุ้นใสๆ กินอย่างเอร็ดอร่อย ตายิ้มแบ่งลูกตาลที่สุกจนงอมให้ผมกับไอเอ๋ เพื่อที่จะเอาไปให้แม่ทำขนมเหมือนเคย แค่ได้กลิ่นหอมของลูกตาลก็รู้เลยว่าขนมจะหอมอร่อยขนาดไหน แม่ผมชอบทำขนมตาลแล้วก็จะแบ่งกลับไปให้ตายิ้มเสมอ ภาพที่ผมเดินถือจานขนมไปบ้านตายิ้มแล้วก็ถือจานเปล่ากลับ คนแถวนี้จึงเห็นกันเป็นประจำจนชินตา
เมื่อกินกันจนอิ่มหนำ เราก็เริ่มทำกังหันกันโดยวิธีทำก็ไม่ยาก ใช้เพียงใบตาลและทางมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ เราเอามีดไปตัดก้านมะพร้าวเลือกเอาที่แห้งๆ ริดเอาใบสองข้างออกจะได้ใบมะพร้าวจากนั้นริดใบเล็กๆ ออกอีก ก็จะได้ทางมะพร้าวเอาไว้ทำเป็นแกนของใบพัด แม่คุณ(ยาย)เวลาอยู่ว่างๆ ก็มักจะให้ผมไปตัดมาให้เป็นประจำโดยแกจะริดใบออกแล้วเอามาทำเป็นไม้กวาดทางมะพร้าวไว้ใช้กวาดเศษใบไม้ตามพื้นดินโดยไม่ต้องไปซื้อหามาใช้เลย เมื่อได้ทางมะพร้าวมาแล้วก็ตัดให้ยาวประมาณสามคืบ จากนั้นก็มาทำส่วนใบพัด โดยใช้มีดมาตัดใบตาลที่แห้งออกเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ 2 อัน ขนาดประมาณเท่าดวงแสตมป์ จากนั้นหาใบตาลที่แห้งแต่ลักษณะเหนียวคือไม่กรอบมากนักสามารถพับงอได้ เอามาทำใบพัดโดยตัดให้กว้างประมาณความก้าวของไม้บรรทัดและยาวประมาณคืบกว่าๆ ลักษณะจะคล้ายกับใบพัดเครื่องบิน จากนั้นเอาใบตาลที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ มาเสียบเข้ากับทางมะพร้าว หลังจากนั้นก็เอาใบพัดมาเจาะเสียบเป็นอันที่สอง โดยจะต้องกะให้ได้กึ่งกลางและรูจะต้องใหญ่กว่าก้านมะพร้าวเล็กน้อยจะได้หมุนคล่องๆ แล้วจึงเอาใบตาลที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสอีกอันมาเสียบปิดที่ด้านหน้า เมื่อเสร็จแล้วก็ทดสอบโดยการถือวิ่งไปข้างหน้าใบพัดจะหมุนไปตามแรงลมที่ปะทะ ยิ่งวิ่งเร็วก็จะหมุนเร็ว ถ้ารู้สึกว่าหมุนลำบากก็จะต้องมาปรับขนาดรูของใบพัดกันใหม่ หรืออาจจะต้องดัดใบพัดให้บิดโค้งเล็กๆ เพื่อรับลมได้ดีขึ้น ถ้าไม่ดีขึ้นก็ตัดทำเอาใหม่เพราะวัสดุที่เราใช้นั้นก็ได้มาฟรีๆ จากธรรมชาติสามารถเอามาทำได้อีกหลายสิบอันเลยทีเีดียว
แรงลมที่พัดมาในตอนนี้เราแค่ยกกังหันชูขึ้นก็สามารถทดสอบกังหันของเราได้โดยไม่ต้องวิ่งทดสอบ ว่าหมุนดีหรือไม่ ผมกับไอเอ๋นั่งทำใบพัดกันอีกหลายอัน ก่อนจะหยิบเอาใบพัดที่ทำไว้วิ่งไปยังต้นฝรั่งที่ท้ายไร่ หามุมเหมาะๆ ที่จะเอาใบพัดไปเสียบไว้กับลำต้น ก่อนจะเหน็บเอาไว้ตามกิ่งก้านต่างๆ เพื่อให้ใบพัดหมุนรับลมเย็นที่พัดมาจากท้ายไร่ ผมกับไอเอ๋นั่งอยู่ที่ใต้ต้นฝรั่ง เฝ้ามองกังหันใบตาลที่ทำขึ้น มันหมุนสู้แรงลมอยู่บนต้นฝรั่ง เสียงดังหึ่งๆๆ เสียงของใบตาลที่เสียดสีกัน ดังแว่วเบาๆ ลอยไปตามสายลม ลมเย็นๆ ที่พัดมาพร้อมเสียงกล่อมของใบพัดทำให้เปลี่ยนจากท่านั่งเป็นนอนเคลิ้มอยู่ที่ใต้ต้นฝรั่งแทน
"ถ้ามีกังหันหลายๆ อัน เอ็งว่าต้นฝรั่งมันจะลอยได้มั้ย" ไอเอ๋ถามขึ้น ขณะที่ผมกำลังนอนมองดูกังหันอย่างเพลินตา
"ไม่รู้ว่ะ ถ้ามีเยอะๆก็น่าจะลอยได้นะ" ผมตอบอย่างไม่แน่ใจ
"งั้นไปทำเพิ่มกันดีกว่าว่ะ" ไอเอ๋บอกพร้อมกับชวนให้ผมลุกขึ้นจากใต้ต้นฝรั่ง
เราสองคนพร้อมใจกันวิ่งไปยังต้นตาล หาทางมะพร้าวและตัดใบตาลเพื่อจะเอามาทำกังหันกันอีกครั้ง นึกถึงภาพที่มันน่าจะแปลกพิลึก จินตนาการเห็นต้นฝรั่งที่มีกังหันใบตาลพัดอยู่เต็มต้น ค่อยๆ ทำให้ต้นฝรั่งลอยขึ้นจนรากและดินหลุดติดออกมาและลอยไปยังท้องฟ้าไกลออกไป สายลมยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่ตลอดเวลาพัดพาเอาใบตาลที่ยอดสั่นไหวกระทบกันเสียงดังลงมาด้านล่างเหมือนคนปรบมืออย่างเป็นจังหวะ หรือไม่แน่ว่า อาจจะเป็นเพราะชอบใจ กับจินตนาการของเด็กน้อยสองคนนี้ก็เป็นได้.....