2007/Feb/07

หลายครั้งที่ได้ไปดูหนังกลางแปลงในตอนกลางคืน ผมกับไอเอ๋ก็มักจะเดินเตร่ไปดูแถวๆ เครื่องฉายหนัง เนื่องจากมันเป็นเครื่องที่น่าสนใจสำหรับพวกเรามาก เครื่องฉายหนังจะถูกตั้งออกมาห่างจากจอหนังหลายเมตร และมักจะตั้งอยู่ในเต๊นท์ผ้าใบสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า เครื่องฉายเป็นเหมือนเครื่องกลขนาดใหญ่ มีแสงสว่างจ้าอยู่ภายในตัวเครื่อง ด้านหน้าของเครื่องมีแสงส่องออกมาทางปล่องรูฉายโดยมีฟิล์มอยู่ด้านหน้าไม่ห่างกันคอยเลื่อนจากม้วนด้านบนลงไปยังม้วนด้านล่าง ด้านบนของเครื่องจะเป็นลักษณะคล้ายปล่องควัน มีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาเป็นระยะ ในเต้นท์นั้นก็จะมีพวกชั้นเครื่องเสียงและอุปกรณ์ต่างๆวางอยู่เป็นแถวหลายชั้น กล่องใส่หนังสีำดำวางเรียงรายอยู่่บนพื้น บนกล่องมีกระดาษเขียนชื่อหนังใบเล็กๆ ติดอยู่ ตัวอักษรเขียนด้วยลายมือที่หวัดอ่านยาก จึงไม่แปลกเลยที่เราจะไม่ค่อยได้รู้ก่อนว่าในคืนนี้หนังจะฉายเรื่องอะไร

การที่ได้เห็นภาพบนฟิมล์ที่อยู่นิ่งๆ สามารถขยับได้บนจอผืนผ้าใบ สำหรับเรานั้นมันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ใจมาก หนังที่ฉายอยู่บนจอบางครั้งก็หยุดเอาซะดื้อๆ เนื่องจากฟิล์มที่ผ่านหน้าจอเครื่องฉายเกิดไหม้ขึ้นมา อาจจะเนื่องมาจากความร้อนที่ออกมากับแสงไฟหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ผมกับไอเอ๋ก็มักจะภาวนาให้หนังไหม้เยอะๆ เพราะจะได้เก็บเศษฟิล์มที่ตกเกลื่อนพื้นเอากลับบ้าน เพราะเมื่อฟิล์มหนังเกิดไหม้ขึ้นมา คนที่ดูแลเครื่องก็จะชักฟิล์มออกมาบางส่วนแล้วก็ตัดทิ้งไป ผมกับไอเอ๋ก็จะรอเก็บเอามาส่องดูกับแสงไฟก็เห็นเป็นภาพซ้ำๆ กันเรียงเป็นแถวไม่มีอะไรน่าสนใจนัก ได้แต่ม้วนเก็บเอากลับบ้าน กะว่าจะเอาไปทำเครื่องฉายหนังเองบ้างแล้วจะไปลองดูว่าภาพเหล่านั้นมันขยับได้อย่างไร

ฟิล์มม้วนนั้น ถูกผมกับไอเอ๋เก็บกลับบ้าน กลิ่นของมันเหม็นแต่ชวนดมพิลึก เราเล่นเอาไฟฉายส่องให้มันไปกระทบกับผ้าสีขาวๆ มันก็ออกมาเป็นภาพแต่ก็ไม่ได้ขยับแต่อย่างใด ลองเลื่อนภาพผ่านไฟฉายไปมาเหมือนเครื่องฉายหนัง มันก็กลายเป็นดูไม่รู้เรื่องไปซะอย่างนั้น ลองเลื่อนไฟฉายเข้าใกล้และออกห่างจากฟิล์มก็ทำให้ภาพที่กระทบผ้าสีขาวออกมาเบลอ ๆ สุดท้ายจึงสรุปว่าลองเอามาทำเป็นจอหนังเลียนแบบที่เขาฉายกันดีกว่า น่าจะสนุกดี

ไม่นานนักที่ลานกองทรายเล็กๆ ใต้ต้นมะพร้าวหน้าบ้านผม ก็ถูกปรับจนเรียบเพื่อที่จะกลายเป็นลานฉายภาพยนต์ขนาดเล็กของเรา ช่วงกลางวัน วันนี้ผมนั่งเหลาไม้แล้วเอามาประกอบเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเพื่อจะเอามาเป็นโครงจอหนัง ซึ่งขนาดใหญ่พอๆ กับจอทีวีในบ้าน ก่อนจะเดินไปหาผ้าที่จะเอามาทำเป็นจอหนัง เดินวนเวียนหาผ้าสีขาวก็ไม่เจอ จนแอบตัดสินใจกันว่าจะไปตัดมุ้งของแม่เอามาทำ แต่ก็ด้วยกลัวที่จะโดนตี ก็เลยเดินหาไปเรื่อยๆ จนไปเจอเข้ากับถุงปุ๋ย ซึ่งด้านหนึ่งจะมีพื้นสีขาว เราไม่รอช้าที่จะตัดเอามาทำเป็นผืนหนังบนโครงไม้ที่สร้างไว้ ใช้เชือกผูกยึดมุมถุงปุ๋ยที่ตัดเอาไว้ทั้งสี่ด้าน ด้านบนของจอเหลือไม้โผล่ออกมาเล็กน้อย ตัดเอากระดาษมาทำเป็นธง ทำให้เหมือนกับจอหนังกลางแปลงทั่้วไปที่จะมีธงชาติไทยโบกไสวอยู่ด้านบนของจอ จากนั้นเอาเชือกมาผูกยึดที่มุมเพื่อจะทำเป็นที่ยึดจอหนัง เราเอาจอหนังของเราไปวางรออยู่ที่โคนต้นมะพร้าว รอให้ถึงตอนเย็นจึงจะทำการยกจอหนังขึ้นให้เหมือนที่เขาทำกัน ก่อนจะเดินไปหากระป๋อง ต่างๆมาวางเป็นชั้นลำโพงข้างจอหนังของเราเพื่อความสมจริง

สำหรับเครื่องฉายถือเป็นหัวใจสำคัญในคืนนี้ของเราเลยทีเดียว เราเดินหาอุปกรณ์ที่จะเอามาทำเป็นเครื่องฉายของเราอยู่พักใหญ่ จนไปพบกับกระป๋องแป้งเย็นตรางู ซึ่งลักษณะใกล้เคียงเครื่องฉายที่เราต้องการ ด้านหน้าที่เป็นกระป๋องแป้งเราเอาฝาเกลียวของมันมาปิดไว้ ส่วนก้นกระป๋องก็เจาะให้เป็นช่องแสงออกสำหรับฉายไปบนจอหนัง ในการเจาะช่องต่างเราก็แอบไปเอามีดในครัวของแม่มาค่อยๆเซาะไปเรื่อยๆ ตามแนวบนกระป๋องแป้ง อาจจะเบี้ยวเอียงไปบ้างก็ด้วยอุปกรณ์จำกัดนั่นเองด้านบนเราเจาะรูทำเป็นปล่องสำหรับระบายควันหาเหล็กแผ่นกลมๆมาม้วนใส่ไว้ให้ยาวออกมา สำหรับด้านข้างเราทำเป็นประตูพับเปิดปิดได้ เอาไว้สำหรับใส่ไฟเข้าไปด้านในเพื่อเป็นแหล่งกำเนิดแสง ซึ่งแหล่งกำเนิดแสงของเราก็จะเป็นเทียนที่ถูกหักเป็นแท่งสั้นๆ เพื่อที่จะใส่เข้าไปในกระป๋องแป้งได้ เมื่อเครื่องฉายของเราพร้อมแล้ว เราก็ตำแหน่างที่จะวางให้ห่างจากจอหนังที่เราทำไว้จากนั้นก็เดินหาเศษไม้มารองเป็นชั้นสำหรับวางเครื่องฉายของเราให้สูงพอที่จะฉายแสงไปบนจอผ้าใบได้ หาเศษไม้มาวางเป็นชั้นเครื่องเสียงเพื่อความสมจริง หาเชือกโยงสายจากลำโพงข้างจอหนังมายังเครื่องเสียงสมมติว่าเป็นสายไฟ หลังจากนั้นก็เพียงรอเวลาให้พลบค่ำ

ช่วงเวลารอคอยของเรามาถึงแล้ว ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดมิด ดวงจันทร์ส่องแสงสว่างขาวนวลลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าเมฆในคืนนี้มีน้อยจนทำให้เรามองเห็นหมู่ดาวต่างๆ ลอยเรียงรายอยู่บนท้องฟ้าได้โดยง่าย บางดวงกระพริบระยิบระยับเหมือนแสงหิ่งห้อย ต่างกันเพียงที่มันอยู่ห่างไกลและไม่เคลื่อนไหวไปมาเท่านั้นเอง ลานกองทรายหน้าบ้านผมตอนนี้มีแสงสว่างริบหรี่อยู่ที่โคนต้นมะพร้าว ไอเอกและไออามถูกผมกับไอเอ๋ชวนให้มาดูหนังที่เราทำขึ้นในวันนี้ ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเสื่อขาดๆ บนกองทราย โดยมีผมกับไอเอ๋กำลังปรับแสงไฟให้ฉายไปบนจอหนังของเรา แสงสว่างจากเครื่องฉายเราส่องแสงสีเหลืองจากแสงเทียนภายในออกไปสู่ผืนผ้า ด้านบนเครื่องฉายมีควันสีน้ำตาลโพยพุ่งออกมาจากเทียนที่อยู่ภายใน

"สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกท่าน" เสียงผมประกาศผ่านทางท่อนไม้ที่ถืออยู่ สมมติเอาว่าเป็นไมโครโฟน
"ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้ามาชมภาพยนต์ของเรานะครับ" ผมประกาศต่อขณะที่ไอเอกและไออามนั่งฟังอย่างตั้งใจ
"สำหรับในวันนี้ เราก็จะฉายเรื่อง..."
"เรื่องอะไรวะ" ผมหันกลับไปถามไอเอ๋เนื่องจากยังไม่ได้ตั้งชื่อเรื่อง
"ใหญ่,,ฟัด,,ใหญ่" เสียงไอเอ๋ประกาศแทน ทำเสียงให้ฟังดูคึกคัก
"ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตร" ผมแย่งไมค์มาประกาศต่อ
เสียงหัวเราะพร้อมปรบมือเปาะแปะ ดังมาจากไอเอกและไออาม

ม้วนฟิล์มที่ถูกเก็บเอาไว้ ถูกเอาออกมาลองวางไปบนหน้ารูฉายของเรา ภาพของมันไปปรากฏอยู่บนผืนผ้าจอหนังเล็กของเรา แต่ขนาดของมันกลับไม่เป็นอย่างที่เราคิดกันเอาไว้
"ทำไมมันเล็กจังวะ" เสียงไอเอกบ่นออกมา
"เออว่ะ" ผมกับไอเอ๋พร้อมใจกันเอ่ยขึ้น

เครื่องฉายหนังของเราถูกปรับไปมา โดยไอเอกกับไออามซึ่งเป็นผู้ชมกลับกลายมาเป็นคนฉายหนังร่วมปรับแสงกับเราอย่างสนุกสนานเมื่อแสงเทียนเริ่มริบหรี่ก็ใส่เทียนแท่งใหม่เข้าไปแทนที่ เมื่อเราปรับภาพที่ฉายบนผืนผ้ามีขนาดใหญ่ขึ้น เราจึงลองเลื่อนฟิล์มไปมา ภาพที่ออกมา เบลอจนดูไม่ได้
"เฮ้ย เอางี้ดีกว่า รอข้าแป้บนึงนะ" ไอเอ๋พูด ก่อนจะวิ่งลอดรั้วไปยังบ้านของมัน ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับกระป๋องปี๊บใส่ขนมเก่าๆ ที่มีตัวการ์ตูนต่างๆ อัดแน่นอยู่ข้างใน

ไอเอ๋หยิบตัวการ์ตูนทหารสีแดงขึ้นมา ก่อนจะทาบไปบนด้านหลังของจอหนัง
"มองไม่เห็นว่ะ" ไอเอกที่นั่งอยู่ด้านหน้าเอ่ยขึ้น
"อ๋อ เอ็งต้องไปนั่งฝั่งนู้นแล้วไอเอ๋มาฉายฝั่งนี้สิ ทำแบบหนังตะลุงไง" ผมเอ่ยขึ้น เนื่องจากจำได้ว่าหนังตะลุงเขาทำกันแบบนี้

เราขยับจอหนังของเราเข้ามาใกล้เครื่องฉาย ตัวการ์ตูนในกระป๋องปี๊บไอเอ๋ถูกหยิบออกมาเตรียมดำเนินเรื่อง ไอเอ๋ลองหยิบการ์ตูนไปทาบบนจอหนัง คราวนี้ไอเอกและไออามตบมือเสียงดังพร้อมตะโกนอย่างดีใจว่าเห็นแล้ว

แสงจากเครื่องฉายส่องสว่างไปบนจอหนัง สว่างเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดโดยรอบ ตัวการ์ตูนยางถูกจับโลดแล่นไปบนจอหนัง เดินเหินเหาะไปมา บางครั้งมีฉากสู้รบกันอย่างสนุกสนาน ไอเอกกับไออามนึกสนุกก็มาเป็นคนฉายให้ผมกับไอเอ๋ดูกันบ้าง เสียงหัวเราะสนุกสนานดังไปทั่วบริเวณ จนตาใจพ่อของไอเอ๋สงสัยเดินออกมาดู

หนังจอเล็กของเรากลับมาครึกครื้นอีกครั้ง โดยการพากย์ของพ่อไอเอ๋ในท้องเรื่อง "ไอ้คิงคอง" คิงคองพลาสติกตัวดำมะเมี่ยมถูกจับมาโลดแล่นไปบนจอหนัง พ่อของไอเอ๋พากษ์เสียงคิงคองฟังดูตลกแทนที่จะน่ากลัว เสียงพระเอกฟังแล้วเหมือนคนเก๊กหล่อ ส่วนนางเอกก็ถูกบีบเสียงให้ฟังดูเล็กแหลมจนตลก พวกเรานั่งดูนั่งฟังกันเพลินหัวเราะกันจนท้องแข็ง

"สะหวัดดีจ๊ะพ่อรูปหล่อวันนี้ไปเที่ยวกันมั้ยจ๊ะ" เสียงเล็กแหลมของนางเอกเอ่ยขึ้นบนจอหนัง
"อ่ะฮ้า วันนี้พี่ว่างมากเลยล่ะจ๊ะ อ่ะฮ้า ไปกันได้เลยจ๊ะ อ่ะฮ้า" เสียงพระเอกตอบอย่างเก๊กหล่อ ก่อนจะจูงมือนางเอกหายไปจากจอหนัง
ไม่นานนักคิงคองตัวใหญ่ ก็ปรากฏกายขึ้นบนจอ พร้อมเสียงคำราม
"เฮ่ยนี่ ไอเด็กๆ ทั้งหลาย เห็นผู้ชายกับผู้หญิงแถวนี้มั้ย เมื่อกี๊ได้ยินเสียงมันแว่วๆ" เสียงคิงคองจากจอหนังพูดกับพวกเราที่กำลังนั่งดูอยู่อย่างตั้งใจ เราสี่คนพร้อมใจกันชี้ไปมุมหนึ่งของจอหนังที่เห็นว่าพระเอกพานางเอกหายไปเมื่อสักครู่พร้อมตะโกนบอก "ทางนู้นๆๆ" ไม่นานนักเจ้าคิงคองตัวนั้นก็เดินหายไปตามทางที่เราชี้ ด้วยความลุ้นระทึกของพวกเราที่ได้บอกมันไปโดยลืมไปว่าเมื่อกี๊เจ้าคิงคองมันพูดกับใคร

ไม่นานนักเจ้าคิงคองก็พบกับพระเอกและสู้รบกันเป็นพัลวัน บางครั้งพระเอกได้เปรียบวิ่งไล่คิงคองหายไปทางหนึ่งของจอหนัง ไม่นานนักก็ถูกคิงคองไล่มาออกมาจากมุมเดิม ทำให้เสียงหัวเราะของพวกเราดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา

แสงริบหรี่ของเครื่องฉายถูกแทนที่ด้วยเทียนแท่งใหม่ที่ใส่เข้าไป เสียงหัวเราะสนุกสนานยังคงดังไปทั่วลานหน้าบ้าน ท่ามกลางความสว่างบนท้องฟ้าจากแสงจันทร์และความสว่างบนลานดินจากแสงเทียน สายลมเย็นๆ ในตอนกลางคืนพัดมาเป็นระยะๆ ทำให้รู้สึกเย็นสบายไปกับสายลมและเพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่องหนังที่กำลังเข้มข้น หนังจอเล็กของเรายังคงฉายอยู่ หนังที่สนุก หนังที่ไม่ต้องใช้ฟิล์ม หนังที่ขยับได้ และที่สำคัญเป็นหนังที่พูดได้..กับผู้ชม??!....

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
^ ^
ละไม
#1  by  I'm not sick,I'm just single At 2007-02-07 22:54, 
เรื่องนี้ยาวกว่าทุกเรื่องที่พิมพ์เลยนะเนี่ยะ คลายเครียดหลังส่งไอดี(แต่ก็ต้องรอแก้ไขอีกล่ะ)
++++++++++
ยังจำหนังจอเล็กในคืนนั้นได้ดี สนุกจริงๆ คืนต่อมาเราก็ยังเล่นกันอีก กว่าจะเลิกก็จนกว่าแม่จะมาเรียกเข้าบ้านนั่นแหละ 55
#2  by  นายฉิม At 2007-02-07 23:07, 
ได้ดูบ่อย ๆ ตอนเรียนมหาลัย
ยังได้ดูเรื่องเพื่อนสนิทกับหนังจอใหญ่พร้อมสายฝนที่ค่อย ๆ โปรยปราย และก็ต้องรีบกลับหอกับเพื่อน(สาว)สนิท เพราะสายฝนโปรยปรายกับเพื่อนสาวมันไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่
+-+-+-+-+-+-+-+
เค้าใจร้ายมากค่ะพี่ ฟ้องๆ
#3  by  I'm not sick,I'm just single At 2007-02-07 23:13, 
ทำไมวิธีการเล่นของพี่มันคล้าย ๆของนัทเลยวะพี่ฉิม -*-



ปล. อ่านว่า คลิป นะในบล็อก แต่ว่า...ตูทำให้ฮาน่ะ
#4  by  I'm Brianwasher At 2007-02-08 00:34, 

นึกบรรยากาศในเวลานั้นแล้ว อยากไปดูหนังด้วยจังคงได้สนุกและหัวเราะคนพากย์หนังล่ะนะ

ภาพบรรยากาศเก่าๆ กลับมาอีกครั้ง
เคยหอบเสื่อไปนั่งดูหนังกลางแปลงทุกครั้ง
เพราะชอบมากๆ ขนาดยอมถูกตีหน้าเสาธงตอนเช้าเป็นประจำเลยเลย555++
#5  by  P.Pu At 2007-02-08 06:42, 
อ่านเเล้วเคลิ้มเลย...อยากเล่นมั่งจัง

สร้างสรรค์สุดยอดค่า
#6  by  KusaYoshi At 2007-02-08 09:44, 
ฮ่าๆๆๆ สนุกจังค่ะ นึกถึงแล้วอยากย้อนเวลา กลับไปเล่นด้วย
ไอเดียดีมาก ๆ
ดีนะคะ ไม่ตัดสินใจเอามุ้งมาทำฉาก อิอิ
#7  by  ตา-กลม At 2007-02-08 10:10, 
นี่เลย...เวลาดูหนังกลางแปลงชอบคิดถึงหนังผีทุกทีเลยค่ะ เมื่อตอนเป็นเด็กอยู่ต่างจังหวัดกับยายาชอบไปดูมากๆส่วนใหญ่จะเป็นหนังผีนะ เช่นบ้านผีปอปงี้ ดูแล้วก็กลัว แล้วก็ขำไปด้วย หนักสุดก็ตอนเดินกลับบ้านนี่แหละค่ะ ไม่ยอมเดินห่างจากยายเลย
#8  by  [ N o r t H S t a R ] At 2007-02-08 10:38, 
พออ่านแล้วก็หยุดอ่านไม่ได้นะคะ
เพราะว่าเรื่องน่าสนใจ สนุกด้วยค่ะ
อยากรู้ว่าทำอย่างนี้แล้ว จะเป็นยังไงต่อ

ว่างๆ จะแวะมาอ่านเรื่องอื่นอีกนะค
#9  by  *.. ~♥~..* At 2007-02-08 10:43, 
มาอ่านบลอกนี้ทีไร... อยากกลับบ้านทุกที
คิดถึงเพื่อนสมัยเด็กๆ..
เคยเล่นอะไรคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน

ตอนนี้พวกมันคงเป็นพ่อคนไปกันหมดแล้วมั๊ง
จะเหลือก็แต่ผมนี่แหละที่กลายเป็นเด็กกรุงเทพ
ยังไม่พร้อมจะฉายหนังหรือเล่าเรื่องคิงคองให้ใครฟัง

- -" ทำไมเพื่อนมันถึงได้มีลูกกันหมดแล้วว่ะ
-_- แถวบ้านมันเรียนจบ ม.6 ก็แต่งงานกันแล้ว ใครจะมาเรียนต่อโทให้โง่เหมือนมันเล่า จริงไหม?
#10  by  เด็กเกเร At 2007-02-08 13:07, 
พี่เขียนไดละเมียดละไมมากมาย
.
.
.
อ่านแล้วเหมือนเป็นจอภาพยนต์มากกว่าเป็นตัวหนังสือธรรมดา
#11  by  zmon3z* At 2007-02-08 14:36, 
ตอนเด็กๆอยากไปดูหนังกลางแปลงมาก แต่ไม่เคยได้ไป
พอเริ่มโตก็ไม่มีเสียแล้ว
#12  by  แมงปอ At 2007-02-08 15:13, 
ชอบดูหนังกลางแปลงจัง เด๋วนี้ไม่ค่อยมีให้ดูแล้วอ่ะ แบบว่าไม่อยากเสียตังค์ อันเนี้ยแหละ ดูฟรี!!!
#13  by  yakcute At 2007-02-08 17:07, 
เหมือนในหนังเรื่อง the wedding planner เลย
#14  by  SiLLiCAT At 2007-02-08 17:15, 
ในกรุงเทพหนังกลางแปลงเดี๋ยวนี้หายากค่า เคยไปบ้านเพื่อนที่พัทลุงมีหนังกลางแปลงให้ดูด้วย สนุกดี นึกถึงบรรยากาศเก่าจะหวนกลับมาอีกครั้ง
#15  by  ~ Meow ~ 猫 At 2007-02-08 18:57, 
แจ๋ว คิดถึงสมัยที่อนาคอนด้ามาฉายที่แถวบ้านเลย
#16  by  Oxitoxin At 2007-02-08 19:05, 
เคยเล่นเหมือนกัน หนุกดี ทำเองดูเอง
#17  by  丽丽 ~ ชิงช้าโบราณ At 2007-02-08 20:06, 
ไม่เคยดูหนังกลางแปลงซักทีเลยค่ะ
เกิดทันนะคะ แต่ตอนนั้นอายุยังไม่ถึงจะเที่ยวงานวัดค่ำๆได้ง่า..
#18  by  ต้า At 2007-02-08 20:14, 
อ๊า ฟังดูแล้วน่ารักมากเลยค่ะ มีคุณพ่อมาร่วมฉายหนังกับเราตอนดึกๆแถมยังเล่นให้ดูด้วย

ฟังบรรยายสภาพตอนกลางคืนแล้วคิดถึงสมัยก่อนเลยล่ะค่ะ

ก็สมัยนี้ท้องฟ้ามืด มองไม่เห็นดาวเลยนี่นา
#19  by  BassYoncE At 2007-02-09 00:23, 
สวัสดีจ้า ฝันดีน๊า
#20  by  @ I'm a Box @ At 2007-02-09 00:25, 
เด็กๆ ก็เคยดูเหมือนกัน
แต่เดี๋ยวนี้ หาดูได้ยากแล้ว
#21  by  LiFe Room At 2007-02-09 00:40, 
เราก็ชอบดูหนังกลางแปลงอะ
ตอนเรียน แถวบ้านเช้าจะมีหนังกลางแปลงมาฉายบ่อยๆบัตร 20 บาท เดินถือกระดาษหนังสือพิมพ์ไปปูนั่งดูกับเพื่อน
ส่วนไอ้หนังจอเล็กเนี่ย ไม่เคยเล่นอะ
แต่ท่าทางคงสนุกดีเนอะ
#22  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-02-09 08:49, 
เห็นภาพๆ
#23  by  i'm not a damn princess At 2007-02-09 10:24, 
เราใช้ดินเหนียวปั้นเป็นรูปสีเหลี่ยม
แล้วเจาะรูเอาเทียนไปใส่
หากระจกใสมาแปะ

ส่วนจอเราใช้ผ้าขาวเย็บติดกับ
ไม้เสียบลุกชิ้น
โอ... ไม่เคยได้สัมผัสถึงอารมณ์เวลาดูหนังกลางแปลงเลยอ่า - -
#25  by  KED At 2007-02-09 17:48, 
555 น่าสนุกเชียวค่ะ สุดท้ายแล้วพระเอกก็ต้องชนะคิงคองใช่มั้ยคะ ^^

เริ่มรู้สึกอยากดูหนังจอเล็กแบบนี้บ้างจังค่ะ
ไปเอาของเขามาเล่นซะงั้น

นึกแล้วก็อยากดูหนังกลางแปลง
#27  by  :::SomeOne::: ก็แค่คนบางคน At 2007-02-09 19:05, 
นั่งอ่านเพลิน..

ได้บรรยากาศกว่าไปดูในโรงซะอีกนะ
#28  by  ย้งยี้ At 2007-02-09 19:32, 
ดูหนังกลางแปลงต่างจังหวัด มีเสน่ห์ตรงพิล์มไหม้ หนังขาดนี่ล่ะ เป็นช่วงที่โฆษณาขายของ คิดถึงบรรยากาศปูเสื่อนั่งตากน้ำค้าง หลับคาโรงหนังกลางแปลง
#29  by  จั่นเจา At 2007-02-09 21:46, 
เพิ่งกลับจากปาย..และได้ดูหนังจอเล็กร่วมกับเด็กเด็กที่แสดงดนตรีพื้นบ้าน.......
...ลมพัดหนาวพัดไหว..เขยิบกายเข้าหากัน...รอยยิ้มในดวงตา..เสียงหัวเราะ....
......
....คิดถึงอดีตในวัยเยาว์
....
#30  by  กอม่วง At 2007-02-09 21:53, 
น่าสนุกจังนะคะ อยากลองเล่นดูบ้างจังคะ ^^
เคยแต่ดูหนังกลางแปลง กับ ในโรง 55

ปล. ทะเลาะกับเด็กคะ ก็เลยหงุดหงิด แล้วก้ไม่ค่อยถูกกับเด็กอยู่แล้วละ (อันนี้จริงๆ)
เอาเป็นว่านิยมอยู่ไกลเด็กไว้ก่อนนะคะ บังเอิญว่าไม่ใช่นางงาม จะได้รักเด็ก ;P

Gd night ka ^^
#31  by  ,, สายรุ้ง ,, (203.113.39.9) At 2007-02-09 22:08, 
โอ ท่านฉิมมีแฟนๆมาเยี่ยมเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ น่าอิจฉาจัง ผมเองก็เป็นคนชนบทเหมือนกัน อยากเขียนอย่างท่านเหมือนกันแต่ว่าด้วยความเร่งรีบของสังคมเมืองทำให้ต้องทำอะไรให้เร็วที่สุด แต่ว่าขอติดไว้ก่อนครับ ตอนแก่ๆ จะเขียนนิยายสักเรื่องสองเรื่องขอติดไว้ก่อน แฮ่แฮ่
#32  by  Itnow At 2007-02-09 23:10, 
ยังไม่เคยดูหนังจอเล็กสักครั้งอ่ะ ยิ่งเดี่ยวนี้คงหาดูได้ยากเนอะ

แวะมาแว๊บ ๆ
#33  by  ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ At 2007-02-10 09:45, 
สนุก
ไม่ได้ดูหนังกลางแปลงมานานมากแล้ว

เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยได้เห็นแล้วด้วย

จำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยไปเที่ยวงานวัดแถวบ้าน

ทางซ้ายหนังกลางแปลง ทางขวาโรงลิเก

บรรยายการอบอุ่มด้วยแสงไฟหลากสี

สนุกดี แต่เดี๋ยวนี้คงหาอารมณ์อย่างนั้นไม่ได้แล้ว

ท่าทางตอนเด็กๆ คุณฉิมจะทะโมนไม่ใช่เล่นนะเนี่ย ดูเล่นสิ 555+
#35  by  ~ยัยนุ่มนิ่ม~ At 2007-02-11 11:31, 
ราตรีสวัสดิ์นะคะ
เข้ามาอ่านทุกครั้งก็อินไปกับบรรยากาศทุกครั้งค่า.... ถ้ามีลูกมีหลานจะจำเอาไปเล่นมั่งนะคะ

เฟมีเรื่องรบกวนอยากจะถามคุณฉิมนีดส์นึงค่ะ คือเฟ ทำเฮดในโฟโตช็อปน่ะค่ะ ขนาด640x150 ตามสเปคที่เค้ากำหนด แต่พอเอามาอัพโหลดมันกลับไม่ขึ้น มันเป็นเพราะอะไรค้า ช่วยชี้ทางสว่างให้ข้าพเจ้าด้วย

ขอบคุณมากๆล่วงหน้าค่า
#37  by  เฟ~ (24.122.1.151) At 2007-02-12 04:58, 
น่าหนุกจังคะ แต่ไม่เคยดูเลยอะ .. ใครจะพาไปบ้างอะ ...
#38  by  NunUCH ღ¸ღ MaiKu At 2007-02-12 15:15, 
แบบว่ามัวแต่เดินชมงาน เลยไม่ค่อยได้เก็บข้อมูลอ่ะครับ อธิบายด้วยภาพไปพลางๆ ก่อนนะครับ

กำลังหาทริปไปเที่ยวต่อต้นเดือนหน้าอีกแล้วล่ะ
#39  by  จั่นเจา At 2007-02-12 19:50, 

<< Home


นพพร จันทร์ฉิม
View full profile