ช่วงปิดเทอมในแต่ละปี ผมจะได้มีโอกาสไปเที่ยวตามวัดต่างๆ ที่ต่างจังหวัดกับแม่เสมอ โดยเราจะไปด้วยกันกับคณะรถทัวร์ ที่เรียกกันสั้นๆว่าทัวร์บุญ ทัวร์บุญนี้จะนำทัวร์โดยคนสูงอายุ และคณะลูกทัวร์ก็มีตั้งแต่รุ่นราวคราวเดียวกับแม่เป็นส่วนใหญ่และก็จะเป็นคนสูงอายุ ส่วนเด็กๆอย่างผมก็มีบ้างแต่ไม่เยอะ คนที่เดินทางส่วนใหญ่มักจะคุ้นหน้าคุ้นตาผมเพราะจะเป็นคนที่มักจะมาทำบุญที่วัดอยู่เสมอ พวกเขาจะรวมกลุ่มกันแล้วจะเช่ารถทัวร์เพื่อไปเที่ยวตามวัดต่างๆ ตามต่างจังหวัดเพื่อไปทำบุญ บางวัดอยู่ในเขตเมืองสามารถเดินเลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ แต่บางวัดก็อยู่ห่างไกล เดินทางลำบาก บางวัดตั้งอยู่บนเขา รถที่วิ่งต้องเลาะเลี้ยวไปตามถนนทางดินที่คับแคบ บางช่วงมีน้ำเจ่อนอง แต่รถทัวร์ก็สามารถพาเราไปจนถึงได้ ผมชอบไปเที่ยววัดกับแม่มากเพราะชอบเดินทางไปยังที่แปลกๆ ชอบมองตามข้างทางที่รถทัวร์วิ่งผ่าน ชอบเดินเที่ยวตามเขา ซึ่งบางครั้งรถทัวร์ก็แวะตามสถานที่ท่องเที่ยวตามรายทางที่ผ่าน ถ้าไม่เป็นการเสียเวลามากนัก บางครั้งก็จอดให้เดินเลือกซื้อของตามตลาดต่างๆ ผมรู้สึกอบอุ่นและดีใจที่ได้ไปเที่ยวกับแม่ทุกครั้ง
คืนก่อนเดินทาง แม่จะเตรียมกระเป๋าใส่ของกระจุกกระจิก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกยาหม่องกับยาดม ที่สำึคัญก็คือ ยาแก้เมารถสำหรับผม ผมเป็นคนเมารถง่ายโดยเฉพาะถ้าเป็นรถที่มีเครื่องปรับอากาศหรือรถที่เปิดกระจกรถให้ลมด้านนอกผ่านเข้ามาไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าอากาศข้างในมันหายใจได้ไม่ค่อยเต็มปอดเลย เคยมีครั้งหนึ่งที่ได้ไปเที่ยวกับแม่ด้วยรถทัวร์แต่ผมดันลืมกินยาแก้เมารถไป รู้สึกปั่นป่วนในท้องขณะที่รถออกวิ่งไปได้ไม่ไกลนัก รู้สึกถึงอากาศที่หายใจรอบๆตัวมันไม่ค่อยสะอาด หายใจเข้าได้ไม่เต็มปอด อากาศไม่ค่อยถ่ายเท พะอืดพะอมจนทนไม่ไหว เลยต้องอ้วกใส่ถุงพลาสติกที่มีแม่คอยยกให้พร้อมกับเอามือลูบหลังเบาๆ มันเป็นการเที่ยวที่ไม่ค่อยสนุกเลยเพราะผมต้องนอนคว่ำหน้าบนตักแม่ไปเกือบตลอดทาง มารู้สึกดีก็ตอนถึงที่หมาย เมื่อเขาจอดรถ แม่เดินลงจากรถไปซื้อมะม่วงเปรี้ยวใส่ถุงมาให้กิน กินได้สามสี่อันก็เดินปร๋อลงมาจากรถเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ดังนั้นนอกจากยาที่แม่จะเตรียมไปแล้วก็คือถุงพลาสติกสำหรับใส่อ้วกผมนั่นเอง ภายในกระเป๋าแม่ก็จะมีกระเป๋าสตางค์ใบเล็กหนึ่งใบและเศษเงินอีกเล็กน้อย แม่มักจะให้ผมเอาเศษเงินไปให้ขอทานอยู่เสมอเมื่อเจออยู่ตามวัดต่างๆ เป็นการสอนให้ผมรู้สึกเือื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนอื่น ซึ่งผมก็รู้สึกดีที่ได้ทำตลอดมา
ในวันที่ไปเที่ยว ผมจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตอนเช้ามืดประมาณตีสี่ ถึงแม้จะงัวเงียแค่ไหนแต่ผมก็จะรีบวิ่งไปอาบน้ำเพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันแม่ที่ตื่นก่อนหน้านั้นแล้ว แม่จะลุกขึ้นมาหุงข้าวและทำกับข้าวไว้สำหรับแม่คุณ(ยาย)และพี่เจี๊ยบที่อยู่บ้าน และจะเอาหมูทอดและข้าวเหนียวร้อนๆที่ทำเองใส่ถุงเพื่อเป็นเสบียงขณะเิดินทาง เพราะการทัวร์แต่ละครั้งจะไม่มีอาหารให้เรากินบนรถนอกจากน้ำดื่มเท่านั้น หลังผมอาบน้ำำแต่งตัวด้วยชุดที่คิดว่าหล่อที่สุดสำหรับการไปเที่ยวแล้วก็จะถูกแม่จับหวีผมและทาแป้ง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กมาเหน็บไว้ที่กางเกงผมเพราะผมเป็นโรคภูมิแพ้(หลายโรคจังวะ) น้ำมูกมักจะไหลเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง (season change) ก่อนจะออกจากบ้าน แม่ผมก็จะให้ผมเข้าไปสวัสดีแม่คุณและบอกก่อนว่าจะไปไหน ซึ่งจริงๆแล้วแม่คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเราจะไปเที่ยววัดกัน แต่เป็นสิ่งที่บ้านเราทำกันอยู่เสมอ ใครจะไปไหนก็จะต้องเข้าไปไหว้และบอกคนที่อยู่บ้านก่อนเสมอ ผมวิ่งเข้าไปที่มุ้งของแม่คุณเปิดมุ้งขึ้นเห็นแม่คุณกำลังนั่งสวดมนต์ตอนเช้าอยู่ในมุ้งอย่างเงีัยบๆ
"สวัสดีครับแม่คุณ วันนี้เกินไปเที่ยววัดกับแม่นะ" ผมบอกแม่คุณพร้อมกับยกมือไหว้
"ไปดีมาดีนะลูก" แม่คุณหันมายิ้มพร้อมเอามือมาลูบหัวผม
"เดี๋ยวแม่คุณฝากเงินไปทำบุญด้วยนะ" แม่คุณพูดต่อพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบสตางค์ที่วางไว้ใต้หมอนหนุนหัว
ผมรับเงินมาใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมตอบ ครับ แล้วจึงวิ่งไปหาแม่ที่รออยู่หน้าประตู
เสียงตะโกนตามหลังดังจากมุ้งของแม่คุณ "ซื้อของมาฝากแม่คุณด้วยเน้อ" ก่อนที่ผมจะตะโกนกลับว่า "ครับบบ" แล้วจึงปิดประตูบ้านเดินออกไปพร้อมกับแม่
แม่จูงมือพาผมเดินผ่านรั้วไปยังบ้านของไอเอ๋ แสงไฟนีออนหน้าบ้านไอเอ๋เปิดสว่างไล่ความมืดที่พึ่งเดินผ่านพ้นมา น้าหล่อแม่ของไอเอ๋และไอเอ๋กำลังนั่งรอผมกับแม่อยู่ที่แคร่หน้าบ้าน ผมเดินเข้าไปหาไอเอ๋ทันทีขณะที่แม่ผมกับน้าหล่อทักทายกันและตรวจดูสิ่งที่ต้องเอาไปเ่ช่น บัตรตั๋วรถที่ได้ซื้อไว้ และพวกหยูกยาต่างๆ ไม่นานนักเราก็ออกเิดินเท้าไปยังหน้าปากซอยซึ่งมีระยะทางประมาณ 500 เมตร แม่ของผมกับแม่ของไอเอ๋เดินคุยไปเดินไปตามถนนเรื่อยๆ ส่วนผมกับไอเอ๋วิ่งเล่นไปตามถนนตอนเช้ามืดที่มีเพียงแสงไฟนีออนริมถนนเปิดไว้อย่างสนุกสนาน เสียงหมาของแต่ละบ้านข้างถนนเห่ากันขรมตลอดทางด้วยสงสัยที่เราจะไปไหนกันแต่เช้ามืด
เรายืนรอรถทัวร์อยู่ที่หน้าปากซอย โดยมีคนแ่ก่อื่นๆ มายืนรออยู่แล้วอย่างประปราย บางคนก็พึ่งเดินทางมาหลังเราไม่นานนัก แต่ละคนเดินยิ้มทักทายกันรอเวลาให้รถมาถึงเนื่องจากเป็นคนที่รู้จักกันทั้งนั้น เมื่อถึงเวลานัดหมายรถทัวร์ก็วิ่งมาจอดรับจุดที่เรายืนรอ ผมกับแม่เดินขึ้นไปนั่งตรงตำแหน่งตั๋วที่ได้ระบุไว้ โดยผมจะจองที่ริมหน้าต่างไว้เสมอ เพราะชอบมองออกไปดูอะไรข้างทางมันรู้สึกสนุกดี ไอเอ๋และแม่ของมันเดินไปนั่งตรงที่จองไว้ไม่ไกลกันนัก เมื่อรถออกผมก็จะเดินเล่นไปทั่วตัวรถไปนั่งด้านหลังบ้างเนื่องจากเบาะใหญ่และยาว และแวะไปนั่งกับไอเอ๋บ้าง โดยมีเสียงดุของแม่ไล่หลังว่าอย่าเดินซน รถทัวร์ยังคงวิ่งเอื่อยๆ จอดรถรับคนอีกหลายจุดระหว่างทางก่อนจะพาเราออกเดินทางไปยังวัดต่างๆ ตามที่ได้ระบุไว้
วัดที่เราไปมีด้วยกันหลายที่ เด็กอย่างเราจึงจำชื่อวัดไม่ค่อยจะได้ บางทัวร์ไปวัดต่างจังหวัดที่อยู่ห่างไกลตัวเมืองอยู่ตามป่าตามเขา บางทัวร์ก็ไปตามวัดในเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวเช่นวัดที่มีจุดเด่นๆ อย่างวัดไผ่โรงวัว เราเดินดูเปรต ดูสัตว์นรก ที่ถูกปั้นด้วยปูนและมีสีทาให้ดูน่ากลัว เป็นสัตว์นรกที่มีบาปกรรมต่างๆติดตัว เช่น ดุด่าว่าพ่อแ่ม่ก็จะกลายเป็นเปรตตัวโตสูงใหญ่ ปากใหญ่หนา พวกที่ผิดลูกผิดเมียคนอื่นก็จะปีนต้นงิ้วที่มีหนามแหลมคม ด้านบนมีนกสีดำัตัวใหญ่ไล่จิก เห็นลำไส้จากร่างนั้นหลุดร่วงอยู่เต็มไปหมด ด้านล่างก็จะมีหมาดำตัวใหญ่คอยไล่กัดคนที่หนีลงมาจากต้นงิ้ว บางวัดที่เราไปจะติดกับแม่น้ำก็จะมีวังมัจฉา ให้เราเอาขนมปังไปโยนให้ปลาสวายตัวใหญ่ๆ กิน ตัวของมันใหญ่โตมากจนน่ากลัวว่าถ้าตกลงไปในน้ำนั้น ปลามันจะมากินเราด้วยหรือเปล่า มีครั้งหนึ่งที่จำไ้ด้ว่าไปวัดของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เข้าไปดูศพของหลวงพ่อที่ตั้งอยู่ในวิหารแก้ว ที่ร่ำลือกันว่าศพไม่เน่า ข้างในนั้นน่าตื่นตาตื่นใจและสวยงามมากเนื่องจากมีกระจกติดอยู่ทุกมุมสะท้อนระยิบระยับไปทั้งตัวอาคารและวิหารด้านใน
มีอยู่วัดหนึ่งตั้งอยู่บนยอดเขามีบันไดปูนเป็นขั้นๆ ยาวสูงขึ้นไป แลจากข้างล่างขึ้นไปมองไม่เห็นตัววัดเลย ผมกับไอเอ๋เดินไล่นับขั้นบันไดไปเรื่อยๆ ขณะี่ที่แม่ของผมและอีกหลายคนที่มาด้วยกันต่างพากันเดินขึ้นมาอย่างเชื่องช้า วัดข้างบนนี้มีสภาพที่ไม่เก่ามากนัก ชวนให้เราสงสัยว่าทำไมวัดต้องมาตั้งอยู่บนเขาแบบนี้ด้วยทำให้เดินขึ้นเดินลงลำบาก เวลาก่อสร้างก็คงจะลำบากไม่ใช่น้อย แต่เราก็ไม่ได้ถามใครเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียว หลังจากที่ผมกับไอเอ๋เดินเข้าไปกราบพระพุทธรูปในวัดแล้วก็พากันเดินออกไปดูรอบๆ ตัววัด ขณะที่แม่และคนอื่นๆ เข้าไปนั่งพักกันอยู่ข้างใน ลมบนเขานี้พัดแรงมากจนรู้สึกเย็น มองเห็นวิวด้านล่างที่เราขึ้นมามันสูงและชันมากเห็นหัวคนเป็นเหมือนจุดดำๆเล็กๆด้านล่าง บริเวณรอบๆ วัดเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ เศษหินเล็กๆเกลื่อนอยู่เต็มพื้น ผมเดินเขี่ยหินที่พื้นเล่นอยู่สักพัก สายตาก็ไปสะดุดกับสิ่งๆหนึ่งบนพื้นนั้น
สิ่งที่เห็นคือ หินที่มีลักษณะเล็กรียาวเท่ากับเมล็ดข้าวสาร แต่มีความใสเหมือนกับกระจก ผมเรียกให้ไอเอ๋ดูพร้อมกับหยิบขึ้นมาส่องดู มันใสและแวววาวจริงๆ ผมเดินเขี่ยไปมาไม่นานก็เจออีกหลายอันที่บนพื้นนั้น บางอันแทรกอยู่บนร่องหิน ผมกับไอเอ๋เก็บแล้วเอาไปให้แม่ที่นั่งพักอยู่ในวัดนั้นดู หลังจากแม่และคนอื่นๆเห็น เขาก็พาเรียกกันว่า ข้าวสารใส พระที่อยู่ในวัดบอกให้ลองออกไปดูอีกเพราะมีอีกเยอะพร้อมบอกให้เก็บเอาไปบูชา ผมกับไอเอ๋ไม่ค่อยรู้มากนักว่าสิ่งที่เก็บได้คืออะไร ต่างพากันเดินออกไปหาอีก โดยมีอีกหลายคนที่ทยอยเดินออกมาหาด้วยเป็นกลุ่มใหญ่ ผมกับไอเอ๋หาเก็บมาได้อีกหลายสิบอัน เมื่อรวมกันเยอะๆ ดูแล้วมันก็สวยดี
เรานั่งพักและทำบุญอยู่บนวัดได้สักพักก็ได้เวลากลับโดยผมไม่ลืมที่จะเอาสตางค์ที่แม่คุณฝากไว้ทำบุญให้กับแม่ หลังจากจึงพากันเดินลงจากเขา การเดินลงง่ายกว่าการเดินขึ้นเป็นกองผมกับไอเอ๋วิ่งขึ้นวิ่งลงไปตามทางอย่างสนุก ขณะที่คนอื่นๆ ได้แต่มองดูและเดินลงมาด้านล่างอย่างเชื่องช้า เราแวะซื้อของฝากกลับบ้านกันมากมายโดยไม่ลืมของฝากของแม่คุณ และแ้ล้วการเดินทางของเราก็สิ้นสุดภายในวันเดียว ท่ามกลางความอิ่มเอิบใจของหลายๆคนที่ไปด้วยกัน
ผมกับไอเอ๋ และแม่ของเราสองคนพากันเดินกลับบ้านจากหน้าปากซอย หลังจากที่รถทัวร์มา่ส่งเรากลับในเวลาใกล้พลบค่ำ เมื่อถึงบ้านผมวิ่งเอาของฝากไปให้แม่คุณและอวดสิ่งที่ผมเก็บมาได้ให้แม่คุณดู แม่คุณเห็นได้แต่ยิ้มให้ไม่ได้ว่าอะไร พร้อมกับให้ผมนั่งเล่าให้ฟังว่าวันนี้ไปเที่ยวที่ไหนและเจออะไรมาบ้าง ผมนั่งเล่าให้แม่คุณฟังอย่างสนุก
หลังจากเอา ข้าวสารใส มานั่งดูแล้ว ผมจึงถามแม่ว่าจะเอาเก็บไว้ที่ไหนดี แม่จึงบอกให้เอาไปใส่ในกระถางธูปบนบ้านที่เป็นห้องพระ ตอนครึ่งหลับครึ่งตื่้นอยู่บนรถทัวร์ผมได้ยินพวกผู้ใหญ่พูดกันว่า ข้าวสารใส ที่เก็บมาได้ึนั้นแท้จริงแล้วก็คือ พระธาตุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระอรหันต์ที่นิพพานไปแล้ว ถ้านำเก็บเอาไว้รวมๆกัน แล้วสวดมนต์ทุกวันพระธาตุจะรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ ตามบารมีคนบูชา ผมหยิบเอาวัตถุนั้นใส่ลงไปในกระธางปักธูปบนบ้านนั้น เฝ้าคิดเอาไว้ว่าทิ้งไว้นานๆ แล้วค่อยเอาออกมาดูอีกทีดีกว่า ว่า ข้าวสารใสนี้จะรวมตัวกันหรือเปล่า เพราะห้องพระนี้แม่คุณจะขึ้นมาสวดมนต์อยู่ทุกวันเป็นประจำ
หลังจากนั้นนานอีกหลายเดือน ผมลืมเรื่อง ข้าวสารใสที่ได้เก็บเอาไว้ในกระถางธูป อย่างสนิท จึงรีบวิ่งขึ้นไปเอากระถางธูปนั้นมาเคาะเอาเศษธูปออก เศษทรายที่อยู่ในนั้นจับตัวกันแข็งรวมกันเป็นก้อน ผมเฝ้าเคาะทรายนั้้นพร้อมเพ่งหา เมล็ดข้าวสารใสที่ได้เคยเก็บเอาไว้ข้างใน แม่คุณเดินมาเห็นจึงถามว่าหาอะไร หลังจากรู้ว่าผมเอาข้าวสารใสมาเก็บไว้ จึงได้บอกว่า แม่คุณเปลี่ยนทรายในกระถางธูปนั้นไปนานแล้วล่ะ ข้าวสารใสนั้นก็ึคงจะหายไปตอนที่แม่คุณเปลี่ยนทรายที่ใช้ปักธูปในนั่นเอง ผมเดินไปหาตรงลานกองทรายที่คาดว่าแม่คุณจะเอาทรายไปทิ้ง แต่ก็ไม่พบอะไร เป็นความผิดผมเองที่ไม่ได้บอกแม่คุณไว้ก่อนว่าผมเอา ข้าวสารใส ไปเก็บไว้ในกระถางธูปนั้น ซึ่งนอกจากผมแล้วแม่ของผมเองก็คงจะลืมไปแล้วด้วยเช่นกัน.....
ปล.
สรรพนามของพระธาตุเรียกเป็นองค์ ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เราเ็ก็บได้และเรียกว่า ข้าวสารใส นั้นเป็นพระธาตุหรือไม่ จำได้แค่ว่าพระบอกว่าให้เก็บมาบูชา และที่สำคัญได้หายไปกับทรายในกระถางธูปซะแล้ว น่าเสียดายที่ผมจำวัดนั้นไม่ได้ว่าอยู่แถวไหนจังหวัดไหน ผมอยากไปเก็บมาบูชาอีกสักครั้งถ้ามีบุญพอ
ไม่รู้ไอเอ๋จำได้หรือเปล่าเหมือนกันนะเนี่ยะ
วัดที่อยู่บนเขาด้านล่างมีตลาดขายของ มีเมล็ดตาดำตาแดงขายด้วยน่ะ ^_^