ผมถูกปลุกขึ้นมาจากเตียงนอนอันอบอุ่น ด้วยเสียงเรียกเบาๆของแม่ที่ข้างหู ก่อนสะบัดผ้าห่มที่คลุมกายออกด้วยความง่วงและลุกนั่งสักพักให้หายมึนงง แล้วจึงลุกเดินออกมาจากมุ้ง แต่ก็พบว่ารอบตัวยังคงมืดสนิทมีเพียงแสงสว่างจากไฟนีออนสลัวๆ ที่เปิดทิ้งอยู่ในครัว เวลาตอนนี้ประมาณห้าทุ่มเศษ ซึ่งในยามปกติเป็นช่วงเวลาที่น่าหลับไหลเป็นยิ่งนัก
"มีอะไรครับแม่" ผมถามแม่ด้วยน้ำเสียงงัวเงียปนความสงสัยที่ถูกแม่ปลุกขึ้นมากลางดึก
แม่หันมายิ้มไม่ได้ตอบอะไร ถือไฟฉายอลูมิเนียมท่อนยาวส่องทางพาผมเดินตรงไปยังประตูบ้าน
อากาศยามดึกข้างนอกบ้านค่อนข้างเย็นจนผมต้องดึงเสื้อให้กระชับตัว แม่เอื้อมมือไปหยิบหมวกสีน้ำเงินคาดเหลืองด้านหน้ามีรูปหน้าเสือติดอยู่มาสวมที่หัวผม
"ใส่ไว้ซะเดี๋ยวน้ำค้างตกใส่หัวจะเป็นหวัด" แม่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
มันเป็นหมวกลูกเสือสำรองของพี่เจี๊ยบที่ถูกโละออกจากหน้าที่เนื่องจากถูกปลดระวางด้วยความเก่า ผมจึงได้รับมันมาเป็นสมบัติของผมให้มันทำหน้าที่ที่มันเคยเป็นอย่างสมเกียรติ ผมขยับหมวกใบนั้นให้เข้าที่ก่อนจะเดินตามหลังแม่ออกไปที่หน้าบ้าน
"กบกินจันทร์" เสียงแม่กระซิบเบาๆ เมื่อเดินออกมาที่ลานหน้าบ้าน
"กบกินจันทร์??" ผมทวนคำแม่ด้วยความสงสัย ก่อนที่มองตามนิ้วแม่ที่ชี้ไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
ท้องฟ้าในยามค่ำคืน มองแล้วเย็นตาไปด้วยกลุ่มดาวน้อยใหญ่มากมายที่สว่างกระจายไปทั่วท้องฟ้า บางดวงเปล่งแสงด้วยตัวเอง บางดวงอาศัยแสงจากดาวดวงอื่น แต่โดยรวมแล้วทำให้ภาพของกลุ่มดาวบนท้องฟ้านั้นแลดูสวยและน่ามอง คงเหมือนมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ การมีน้ำใจแบ่งปันกันในความสุขถ้ายิ่งให้กันก็จะยิ่งทำให้โลกสดใสและสวยงาม แต่้ถ้าไม่มีการแบ่งปันกันแล้วโลกเราคงยุ่งเหยิง เปรียบเหมือนดาวที่ไม่แบ่งแสงให้ดาวดวงอื่น กลุ่มดาวบนท้องฟ้าอาจจะไม่น่ามองอย่างเช่นที่เคยเป็น
สิ่งที่แ่ม่ผมชี้นิ้วขึ้นไปให้ผมดู ก็คือดวงจันทร์กลมโตสีเหลืองที่สว่างอยู่บนท้องฟ้า ปรากฏการณ์ที่แม่เรียกว่า กบกินจันทร์ กำลังจะเกิดขึ้น ผมเฝ้ามองด้วยความสงสัยว่ากับสิ่งที่แม่พูดว่าหมายถึงอะไร ก็ต้องพบกับความอัศจรรย์ใจเมื่อเห็นดวงจันทร์เริ่มแหว่งไปทีละนิด
"แม่ ดูๆๆ" ผมเป็นฝ่ายตื่นเต้น แทนแม่ที่กำลังยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ
"กบกินจันทร์" แม่พูดออกมาอีกครั้ง
ผมเฝ้ามองไปที่ดวงจันทร์ มันแหว่งไปเกือบครึ่งด้วยสิ่งที่แม่เรียกว่า กบกินจันทร์ ผมเฝ้ามองหากบบนท้องฟ้าที่แม่ว่าแต่ก็ไม่เห็นมี จึงหันไปถามแม่ แม่บอกแต่เพียงว่าพูดตามคนเฒ่าคนแก่ที่เรียกกันมานานแล้ว ซึ่งแม่เองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน ผมเฝ้าจินตนาการกบที่กำลังกัดกินดวงจันทร์บนท้องฟ้า ตัวของมันคงจะใหญ่โตน่าดู
"ไปกันเถอะ" แม่พูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบโดยรอบ บรรยากาศเริ่มมืดขึ้นเนื่องจากดวงจันทร์ที่แหว่งไปทีละน้อยทำให้แสงเริ่มริบหรี่ลง
ผมเดินตามแม่ไปอย่างว่าง่าย โดยมีไอพัดหมาของผมที่นอนอยู่ใต้แคร่เริ่มออกเดินตามเมื่อเห็นผมกับแม่กำลังเดินออกไป ตอนแรกคิดว่าแม่จะพากลับเข้าไปนอนแต่แม่กลับเดินไปหยิบเอาไม้ขัดหม้อที่เหน็บไว้บนหลังคาออกมา พาผมเดินออกไปยังสวนหน้าบ้าน ที่มีต้นไม้ผลน้อยใหญ่ปลูกผสมปนเปกันอยู่
เมื่อถึงสวนหน้าบ้าน แม่ก็ใช้ไม้ที่ถือมานั้นเคาะไปตามต้นไม้ต่างๆในสวนพร้อมพูดเบาๆ กับต้นไม้
"ดก ๆ ๆ ๆ "
ผมนึกสนุกจึงเดินก้มหาเศษไม้แถวพื้นท่ามกลางความมืด ก่อนจะนำมาเคาะไปตามลำต้นของต้นไม้ พร้อมพูดเลียนแบบแม่
"ดก ๆ ๆ ๆ "
แม่หันมายิ้มให้ ส่วนไอพัดได้แต่นั่งมองเอาขาหลังเกาหูด้วยความสงสัย ก่อนจะวิ่งไปหาดมกลิ่นแมลงตามพื้นดินใต้ต้นไม้ พร้อมกับตะกุยดินเมื่อพบสิ่งน่าสงสัย
แม่บอกว่าต้นไม้จะออกลูกดก ถ้าเรามาไล่เคาะต้นของมันในวันที่เกิดกบกินจันทร์ ผมได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากไล่เคาะไปเรื่อยอย่างสนุกมือ ไม่ว่าจะเป็นต้นฝรั่งที่เดิมทีก็มีลูกดกอยู่เต็มต้น ต้นลิ้นจี่ที่พ่อปลูกไว้นานแต่ก็ไม่มีลูกให้เห็น เคาะต้นมะม่วงที่ลำต้นใหญ่โต ก่อนจะวิ่งไปเคาะต้นขนุนที่มีผ้านุ่งถูกพันไว้รอบต้น เคยสงสัยถามแม่ว่าทำไมต้องเอามาพันไว้ แม่บอกว่าต้นขนุนจะได้รู้ตัวว่าเป็นผู้หญิงจะได้ออกลูกจึงต้องเอาผ้านุ่งมาพันไว้ ผมได้แต่แปลกใจแต่ก็คิดไปเองว่าต้นไม้ก็คงมีเพศเหมือนกับคนเราเหมือนกัน
ดวงจันทร์บนท้องฟ้ามืดสนิททำให้แสงดาวต่างๆ ลับหายไปด้วย หลังเคาะต้นไม้จนเกือบหมด ผมก็เดินกลับจากสวนหน้าบ้านกับแม่ ท่ามกลางความมืดมีเพียงไฟฉายกระบอกเดียวที่ส่องสว่างกลางทางเดิน ไอพัดวิ่งส่ายหางไปมาในความมืดอย่างชำนาญ ไม่นานนักเมื่อกลับมาถึงหน้าบ้าน ดวงจันทร์ดวงเดิมก็เริ่มมีแสงประกายตรงขอบอีกครั้ง
"กบมันคายแล้ว" แม่พูดกับผม
"..มันกินไม่ได้เหรอครับ?" ผมถามด้วยความสงสัย
มีเสียง อืม ในลำคอแม่เบาๆ แทนคำตอบ
ดวงจันทร์เริ่มสว่างไม่นาน เสียงเคาะกระป๋อง กะละมัง ดังออกมารอบบ้านจนผมต้องถามแม่ว่าใครเคาะ?
"เขากำลังไล่กบที่มันกินจันทร์ ไงลูก" แม่บอกพร้อมกับไปหยิบกระป๋องพลาสติกเก่าๆ ข้างถังน้ำมาให้ผม
ผมเอาไม้ขัดหม้อของแม่มาเคาะบ้างอย่างสนุก เสียงเคาะกระป๋องดังลอยประสานกันไปทั่วรอบทิศทาง ดวงจันทร์สว่างขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงเคาะไล่จากรอบบ้าน แต่ละบ้านต่างมีเสียงเคาะจึงทำให้รู้ว่ายังมีคนที่เฝ้ามองกบกินจันทร์ในคืนนี้ อย่างผมกับแม่อีกหลายคน
แสงสว่างสีเหลืองนวลของดวงจันทร์กลับคืนมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ความมืดที่เกาะกินขยับหายไปท่ามกลางท้องฟ้า หมู่ดาวต่างๆ ที่หนีหายไป กลับคืนส่องแสงระยิบระยับอีกครั้ง เสียงเคาะกระป๋องยังคงดังออกมาแว่วๆ ตามลมมาจากรอบบ้านแต่เสียงเบากว่าครั้งแรก แม่บอกให้ผมกลับไปล้างเท้าที่โอ่งน้ำหน้าบ้าน ก่อนจะหยิบหมวกสีน้ำเงินบนหัวแขวนไว้บนเขาวัวที่ถูกทำเป็นที่แขวนของอยู่ที่ข้างฝา บนหมวกมีหยดละอองน้ำเล็กๆของน้ำค้างเกาะอยู่เต็มไปหมด ผมเดินกลับเข้าบ้านพร้อมกับแม่ ขึ้นเตียงนอนหยิบเอาผ้าห่มมาห่อตัวนึกถึงภาพของกบที่กำลังกินจันทร์ถูกไล่ด้วยเสียงเคาะกระป๋องและกะละมังจากพื้นโลก นึกถึงภาพของต้นลิ้นจี่และขนุนที่ออกลูกเต็มต้น ก่อนจะม่อยหลับไปด้วยความง่วง มีเพียงเสียงเคาะกระป๋องลอยตามลมให้ได้ยินเพียงเบาๆ....
2007/Mar/10
..ตอนเด็กเด็กนี่เวลามี..ก็จะสนุกกะการเคาะกะป๋อง เคาะหม้อ..อย่างสนุกสนาน..สายตาจะคอยมองดูความสำเร็จที่ทำให้ กบตกใจอมพระจันทร์ไม่สำเร็จ...
กบกินจันทร์..
แล้วจันทร์เจ้าจะยอมให้กบกินเหรอคะ
อ่านแล้วชอบค่ะ..
จินตนาการถึงสมัยตอนเด็กๆเหมือนกันนะ
คืนนี้ดึกแล้ว..หลับฝันดีค่ะ
แล้วจันทร์เจ้าจะยอมให้กบกินเหรอคะ
อ่านแล้วชอบค่ะ..
จินตนาการถึงสมัยตอนเด็กๆเหมือนกันนะ
คืนนี้ดึกแล้ว..หลับฝันดีค่ะ
เด็ก ๆ อยู่ต่างจังหวัดก็ออกมาดูเหมือนกันค่ะ
แล้วก็เคาะไปทั่ว ต้นไม้ กะละมัง กระป๋อง
บางบ้านแถวนั้นยิงปืนกันด้วยล่ะ
เป็นปรากฎการณ์ที่น่าตื่นเต้นเสมอเลย
แล้วก็เคาะไปทั่ว ต้นไม้ กะละมัง กระป๋อง
บางบ้านแถวนั้นยิงปืนกันด้วยล่ะ
เป็นปรากฎการณ์ที่น่าตื่นเต้นเสมอเลย
แถวบ้านเรียกกบกินเดือน (ในแถวอังกฤษเฉียงเหนือ-ชัยภูมิ)
ตอนนั้นไปอยู่บ้านย่า ตกใจใหญ่ เค้าตื่นมาเคาะอะไรกัน
เ๊ป๊้งป๊าง ๆ
ตอนนั้นไปอยู่บ้านย่า ตกใจใหญ่ เค้าตื่นมาเคาะอะไรกัน
เ๊ป๊้งป๊าง ๆ
เพิ่งเคยจะได้ยินเป็นครั้งแรกเลยล่ะค่ะ คำว่ากบกินจันทร์นี่
มันคือจัทรคราสหรือเปล่าอ่าค่ะพี่ฉิม นึกภาพไม่ออกเลย
แต่การที่ได้เดินออกมาชมจันทร์ยามค่ำคืนกับคุณแม่ต้องเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆแน่เลยค่ะ
มันคือจัทรคราสหรือเปล่าอ่าค่ะพี่ฉิม นึกภาพไม่ออกเลย
แต่การที่ได้เดินออกมาชมจันทร์ยามค่ำคืนกับคุณแม่ต้องเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆแน่เลยค่ะ
อรุณสวัสดิ์จ้ะ
ปีนี้ตื่นมาได้ดูตั้งแต่กบเริ่มกินจันทร์จนจันทร์มืดมิดเลยจ้ะ ประมาณตี 4ถึง ตี 5ครึ่งได้ละนะ
เมื่อก่อน คุณยายของผมก็เคยเรียกให้ออกไปดูนะคร้าบ
แต่เดี๋ยวนี้ผมย้ายออกมาอยู่คนเดียวแล้ว กะว่าจะไปเยี่ยมท่านเร็วๆนี้ล่ะคร้าบ
แต่เดี๋ยวนี้ผมย้ายออกมาอยู่คนเดียวแล้ว กะว่าจะไปเยี่ยมท่านเร็วๆนี้ล่ะคร้าบ
แล้วถ้าคนเคาะกันคืนนั้นพอดี
จะมีลูกดกเปล่าหว่า..
แหะๆ.. ล้อเล่นนะครับ ไม่ต้องหาคำตอบมาให้ก็ได้
มาบลอกนี้ทีไรก็คิดถึงบ้านทุกที... อยากกลับบ้านนอกไปดู "กบกินเดือน" บ้างจัง
กบกินจันทร์ หรือกบกินเดือน ที่เพื่อนๆรู้จักก็คงจะเป็น จันทรคลาส หรือจันทรุปราคา หรือราหูอมจันทร์นั่นเองล่ะครับ ชื่อเรียกก็แตกต่างกันไปครับ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ปีนี้ก็มีนะครับผ่านมาแล้ว คุณแม่ P.Pu ก็ได้ดูแล้วสินะครับ คืนนั้นผมก็ตื่นขึ้นมาดูแล้วก็เลยนึกถึงตอนเด็กๆเอามาเล่าให้ฟังกันครับ
จันทรุปราคา กบกินจันทร์ ไม่เคยลุกขึ้นมาดูได้เลยค่ะ เพราะง่วงมากๆ ครั้งสุดท้ายเนี่ยก้นานามาแล้ว เคยดูแต่สุริยุปราคาค่ะ เพราะมันกลางวันยังไม่หลับ ถ้าคนเราไม่รู้จักแบ่งปันกันสังคมต้องไม่น่าอยู่แน่ๆเลยเน๊อะพี่ แต่ก็นะ คนดีๆยังมีอีกเยอะ
แหม..ไปไล่มันอย่างนั้นมันก็หิวแย่สิคะ ไม่ได้กินจันทร์เลย
แต่ว่าไม่เคยได้เคาะกระป๋องกระแป๋งอะไรเลยนะคะ อาจจะไม่ใช่วัฒนธรรมแถวบ้าน หรือเปล่า?
หรือว่าจำไม่ได้ก็ไม่รู้ เพราะตอนนั้นยังเด็กม้ากมาก
แต่ว่าไม่เคยได้เคาะกระป๋องกระแป๋งอะไรเลยนะคะ อาจจะไม่ใช่วัฒนธรรมแถวบ้าน หรือเปล่า?
หรือว่าจำไม่ได้ก็ไม่รู้ เพราะตอนนั้นยังเด็กม้ากมาก
ไม่เคยได้ยินชื่อเลยคะ
วันนี้เป็นวันแรกที่มาอ่านได้รู้ว่ามันมีอะไรแบบนี้ด้วย
แต่เท่าที่อ่านมาดูคุณสนิทกับคุณแม่ดีนะคะน่ารักดี แล้วก็ที่ชวนกันมาเคาะๆ บอกต้นไม้ ดกๆๆ ด้วย แบบนี้มีผลออกมาแล้วเอามาบอกกันด้วยนะ
วันนี้เป็นวันแรกที่มาอ่านได้รู้ว่ามันมีอะไรแบบนี้ด้วย
แต่เท่าที่อ่านมาดูคุณสนิทกับคุณแม่ดีนะคะน่ารักดี แล้วก็ที่ชวนกันมาเคาะๆ บอกต้นไม้ ดกๆๆ ด้วย แบบนี้มีผลออกมาแล้วเอามาบอกกันด้วยนะ
อ๊า....ไม่เคยได้ยิน แต่จำได้ว่าเรียกราหูอมจันทร์แล้วจะได้ยินเสียงเคาะนู่นนี่ โป๊งเป๊งประมาณว่าไล่สิ่งไม่ดีออกไป
พึ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งเรก เเปลกดี กบกินจันทร์
มันคือจันทคราสรึปล่าวคะ คนโบราณเนี่ย จินตนาการล้ำเลิศเลยนะเราว่า ปรากฎการณ์ธรรมชาติหลายๆอย่างที่ได้มีชื่อเเปลกๆน่ารักๆ เเถมยังมีเรื่องเล่าพ่วงท้ายอีกต่างหาก บางทีการฟังเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ก็สนุกดีนะคะ
มันคือจันทคราสรึปล่าวคะ คนโบราณเนี่ย จินตนาการล้ำเลิศเลยนะเราว่า ปรากฎการณ์ธรรมชาติหลายๆอย่างที่ได้มีชื่อเเปลกๆน่ารักๆ เเถมยังมีเรื่องเล่าพ่วงท้ายอีกต่างหาก บางทีการฟังเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ก็สนุกดีนะคะ
เพิ่งเคยได้ยินจริงๆ นี่ละครับ อืม เท่าที่อ่านดู แสดงว่าเค้าเรียกกันมานานแล้วนะ ตอนเด็ก ๆ พ่อหมีก็อยู่บ้านนอกประมาณอยุธยา แต่ไม่เคยได้ยินคำนี้เลยกลายเป็นคำแปลกเลย คำนี้
คิดถึงสมัยเด็ก ๆ จังเลยค่ะ
ที่บ้านก็ปลูกต้นไม้เยอะ มีทั้งเงาะ ลองกอง มะม่วง น้อยหน่า มะยม มะพร้าว (นี่มันบ้านหรือสวนเนี่ย) แม่พาไปวิ่งเคาะต้นไม้เหมือนกันเลย
ที่บ้านก็ปลูกต้นไม้เยอะ มีทั้งเงาะ ลองกอง มะม่วง น้อยหน่า มะยม มะพร้าว (นี่มันบ้านหรือสวนเนี่ย) แม่พาไปวิ่งเคาะต้นไม้เหมือนกันเลย
เอ...เรื่องเอาไม้ไปเคาะต้นไม้น่ะครับ ก็พอนึกออกว่าทำไปทำไม แต่ถ้าลองเปลี่ยนไปเคาะคนดูบ้างจะเกิดอะไรขึ้นน้า??
อยู่ต่างจังหวัด แต่เป็นอำเภอเมือง เรื่องเคาะไล่กบเลยยังไม่เคยเจอกับตัว...
เออใช่...แถวบ้านไม่ได้เรียกกบล่ะ แต่เรียกอะไรจำไม่ได้
ปล. ทีกบยังกินจันทร์ได้ นับประสาอะไรที่ผมจะทดลองกินขนมปังปลา
เออใช่...แถวบ้านไม่ได้เรียกกบล่ะ แต่เรียกอะไรจำไม่ได้
ปล. ทีกบยังกินจันทร์ได้ นับประสาอะไรที่ผมจะทดลองกินขนมปังปลา
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินคำนี้อะครับ สงสัยอยู่เหมือนกัน ทำไมคุณฉิมรู้คำศัพท์สมัยก่อนเยอะจัง ผมไม่ค่อยเคยได้ยินเลย ทั้งๆ ที่ก็รู้จักผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนอยู่เหมือนกันอะครับ แต่ก็ดีนะครับเป็นการอนุรักษ์คำเก่าๆ
กบกินจันทร์ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ
เหมือนกับจันทรุปราคา หรือเปล่าเอ่ย เพราะว่าต้องตีกะละมัง แล้วก็ไปเคาะต้นไม้เหมือนกัน
จะหาดูได้ช่วงไหนอ่ะ อยากเห็นๆๆ
เหมือนกับจันทรุปราคา หรือเปล่าเอ่ย เพราะว่าต้องตีกะละมัง แล้วก็ไปเคาะต้นไม้เหมือนกัน
จะหาดูได้ช่วงไหนอ่ะ อยากเห็นๆๆ
เคยได้ยินคำนี้จากไหน จำไม่ได้แล้ว
ที่บ้านเรียก ราหูอมจันทร์
ตอนเด็ก ตื่นเต้นมาก รอคอย เฝ้าดู
แล้วแม่ก็ชวนไปเคาะต้นมะนาว
แอบเคาะด้วยนะ แม่อายเค้า
สมัยนั้น ยังมีเสียงเคาะไล่ราหูอยู่เลย แถวบ้าน (ชานเมืองกรุงเทพ)
เดี๋ยวนี้ คงไม่มีแล้วมั๊ง
แต่ที่ไม่น่าเชื่อคือ มะนาวต้นที่ไปเคาะ ลูกดกจริง ๆ ด้วย
อ่านแล้วคิดถึงสมัยก่อน ที่ฟ้ามืดสนิทกว่านี้
คิดถึงบรรยากาศต่างจังหวัดเมืองไทยด้วยค่ะ
ที่บ้านเรียก ราหูอมจันทร์
ตอนเด็ก ตื่นเต้นมาก รอคอย เฝ้าดู
แล้วแม่ก็ชวนไปเคาะต้นมะนาว
แอบเคาะด้วยนะ แม่อายเค้า
สมัยนั้น ยังมีเสียงเคาะไล่ราหูอยู่เลย แถวบ้าน (ชานเมืองกรุงเทพ)
เดี๋ยวนี้ คงไม่มีแล้วมั๊ง
แต่ที่ไม่น่าเชื่อคือ มะนาวต้นที่ไปเคาะ ลูกดกจริง ๆ ด้วย
อ่านแล้วคิดถึงสมัยก่อน ที่ฟ้ามืดสนิทกว่านี้
คิดถึงบรรยากาศต่างจังหวัดเมืองไทยด้วยค่ะ
อ่านแล้วทำให้นึกถึงวันเก่าๆจังค่ะ
อายก็จำได้ว่าเคยเจอกบกินจันทร์เหมือนกัน แต่มัน น๊านนน นานแล้ว ^^
อ่านแล้วเหมือนเข้าไปสัมผัสจริงๆเลยยย
อายก็จำได้ว่าเคยเจอกบกินจันทร์เหมือนกัน แต่มัน น๊านนน นานแล้ว ^^
อ่านแล้วเหมือนเข้าไปสัมผัสจริงๆเลยยย
ไม่เคยดูทันเลยค่ะ........
แต่เคยตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนตี 2 เดินผ่านหน้าต่าง ถึงกับยืนอึ้งไปเลยค่ะ เพราะดาวบนฟ้าตอนนั้น กระจายอยู่เต็มท้องฟ้า สุกสว่างมาก และดูเหมือนจะเอื้อมมือไปคว้าได้จริง ๆ ด้วย........
...
ตอนนั้นยืนมองอยู่นานมาก จนแม่ถามว่าออกมาทำอะไรที่นี่...ละเมอเหรอ
...
ตอนนั้นอยู่ชั้นประถมเองค่ะ.(ถ้าจำไม่ผิด)
แต่เคยตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนตี 2 เดินผ่านหน้าต่าง ถึงกับยืนอึ้งไปเลยค่ะ เพราะดาวบนฟ้าตอนนั้น กระจายอยู่เต็มท้องฟ้า สุกสว่างมาก และดูเหมือนจะเอื้อมมือไปคว้าได้จริง ๆ ด้วย........
...
ตอนนั้นยืนมองอยู่นานมาก จนแม่ถามว่าออกมาทำอะไรที่นี่...ละเมอเหรอ
...
ตอนนั้นอยู่ชั้นประถมเองค่ะ.(ถ้าจำไม่ผิด)
เคยอ่านเหมือนกันจากแก้วจอมแก่น
เรื่องของจันทรคราส แต่ก็ไม่เคยเห็นเองจริงๆซักที
แต่เรื่องของแก้วเค้าบอกให้เอามีดไปเฉาะที่โคนต้นไม้แทนครับ
เป็นความเชื่อโบราณที่คงความขลัง ได้ยินได้อ่านที่ไรก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาทุกที
เรื่องของจันทรคราส แต่ก็ไม่เคยเห็นเองจริงๆซักที
แต่เรื่องของแก้วเค้าบอกให้เอามีดไปเฉาะที่โคนต้นไม้แทนครับ
เป็นความเชื่อโบราณที่คงความขลัง ได้ยินได้อ่านที่ไรก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาทุกที
ilumin - ขอบคุณครับ ผมเองก็ย้อนมาดูบทความที่เขียนไปแล้วหลายๆเรื่อง บางเรื่องย้อนจินตนาการของผมกลับไปอีกครั้ง มีความสุขครับ
ตอนเคาะ...ไล่กบ ต้องตะโกนว่า \\\\\\\" ช่วยโลกโว้ย...\\\\\\\" ไม่ใช่เหรอ
เล่าได้ดีมากๆๆๆ น้าขอชม ว่างๆขะขอเอาไปรวมเล่มไปแจกในงานแห่ดอกไม้ ปีหน้านะ
เล่าได้ดีมากๆๆๆ น้าขอชม ว่างๆขะขอเอาไปรวมเล่มไปแจกในงานแห่ดอกไม้ ปีหน้านะ