"ขอด" เป็นชื่อของแมวตัวผู้ที่อาศัยอยู่ที่บ้านผม ขนสีน้ำตาลแดงอมขาวตลอดตัว และด้วยลักษณะของปลายหางที่หงิกงอจึงทำให้ชื่อเรียกขอดไม่เป็นที่สงสัยของคนที่ได้พบมัน ขอดเป็นแมวกำพร้าตั้งแต่เด็ก แม่ของมันเป็นแมวที่ถูกเลี้ยงอยู่ที่บ้านผมมาก่อน และด้วยการท้องแบบที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ทำให้พี่น้องของขอดมีด้วยกันหลายตัว ขอดเป็นตัวเดียวที่ผมเลือกที่จะให้อยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไป(เหมือนบิ๊กบราเธ่อะเลยนะเนี่ยะ) เพราะว่าแม่ผมไม่ค่อยชอบที่จะเลี้ยงแมวไว้ในบ้านหลายๆตัว ขอดอยู่กับพี่น้องของมันได้ไม่นานนักก็ต้องพัดพรากจากกัน โดยพี่น้องของขอดถูกจับใส่ถุงปุ๋ยใบเขื่องด้วยการไล่จับของพี่ชาย เสียงร้องระงมของลูกแมวที่น่าสงสารทำให้ผมอดร้องไห้ตามไปด้วยเสียไม่ได้ ผมนั่งมองพี่ชายที่ถือถุงปุ๋ยใส่ลูกแมวขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซด์ ขับออกไปหน้าบ้าน ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับถุงปุ๋ยใบเดิมที่ภายในว่างเปล่า ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่น้องของมันจะไปอยู่ที่แห่งหนใด แม่ของขอดเองก็ป้อนนมขอดอยู่ตัวเดียว จนขอดโตขึ้นและหย่านม แม่ของมันก็หายไปโดยไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนด้วยเช่นกัน
ด้วยความที่ขอดขาดแม่และพี่น้องไป จึงทำให้ขอดเป็นแมวที่ชอบมาคลอเคลียกับผมอยู่ตลอดเวลา ผมมักจะชอบเกาคางของขอด โดยที่ขอดจะพยายามยื่นหน้าออกมาหลับตาพริ้มให้ผมลูบไล้อย่างสนุกมือ ขอดเป็นแมวที่ฟังภาษาคนรู้เรื่องในความคิดของผมตอนนั้น เวลาผมเศร้าแล้วมานั่งอยู่ใกล้ๆกับขอด ขอดจะพยายามมองหน้าเหมือนจะสื่ออะไรบางอย่างแล้วก็เอาหัวมาถูไถที่ขาผม แต่ไม่รู้ว่าเวลาที่ขอดเศร้าขอดจะทำอย่างไร ในความคิดของผมจึงมองขอดเป็นเหมือนน้องชาย เป็นน้องชายที่เข้มแข็งและขอดก็ได้แสดงความเข้มแข็งของมันออกมาให้ผมเห็นได้ในเช้ามืดของวันหนึ่ง
เช้ามืดวันนี้ ผมตื่นแต่เช้าด้วยเสียงประกาศข่าวจากวิทยุเครื่องเก่าของแม่ที่แขวนไว้ที่หน้าบ้าน มองออกไปเห็นแม่กำลังนั่งทอดปลาอยู่ตรงหน้าบ้าน ควันจากกะทะลอยคลุ้งอยู่ท่ามกลางแสงสลัวจากไฟนีออน ผมลุกเดินจากเตียงเดินตรงไปเงียบๆก่อนจะอ้อมไปกอดที่หลังของแม่หวังจะให้แม่ตกใจเล่นแต่แม่ก็ไม่ได้แต่ตกใจแต่อย่างใดกลับหันมายิ้มให้พร้อมกับบอกให้ออกไปล้างหน้าที่หน้าบ้าน ผมเดินออกไปอย่างว่าง่าย ผมชอบบรรยากาศตอนเช้ามืดมากเพราะมันรู้สึกเงียบและเย็นสบายดี
หลังล้างหน้าเสร็จ ผมเดินกลับเข้ามาในบ้านร้องเรียกหาเจ้าขอด ซึ่งเป็นกิจวัตรเกือบทุกเช้า ทุกๆเช้าเมื่อเจ้าขอดได้ยินเสียงเรียกก็จะเดินงัวเงียออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งของบ้านพร้อมกับมาคลอเคลียใกล้ๆ แต่ในเช้าวันนี้ไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน ทำให้รู้สึกสงสัยจนต้องไปถามแม่ แต่แม่ก็บอกว่าขอดมันคงจะออกไปเดินเล่นอยู่แถวๆนี้แล้วยังไม่กลับเข้ามาบ้านเท่านั้นเอง
ไม่นานนักผมก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ตรงลานดินหน้าบ้าน เป็นเจ้าขอดนั่นเอง ด้วยแสงจากไฟนีออนจึงทำให้พอมองเห็นว่าตัวของมันนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้าง ทำให้ขนของมันที่เคยฟูฟ่อง กลับตกเรียบติดหนังของมัน มันยืนหอบหัวยกขึ้นลง มองมาทางผมและแม่ที่นั่งอยู่หน้าบ้าน ข้างกายของมันมีเงาตะคุ่มๆ ขนาดใหญ่พอๆกับตัวมัน นอนอยู่นิ่งไม่ไหวติง ผมเพ่งมองออกไปเห็นเจ้าขอดพยายามที่จะงับแล้วก็ลากเจ้าสิ่งนั้นมาตรงหน้าบ้านที่ผมกับแม่นั่งอยู่ และไม่นานนักเจ้าขอดก็ลากเจ้าสิ่งนั้นมาอยู่ตรงหน้าเราพร้อมๆกับความฉงนปนสงสัยของผมและแม่ ที่เห็นเจ้าสิ่งนั้นอยู่เบื้องหน้านึกสงสัยว่าเจ้าขอดไปจับมาได้อย่างไร มันคือ กระต่าย นั่นเอง
กระต่ายตัวนั้น นอนนิ่งไม่กระดุกดิกอยู่ในปากของเจ้าขอด ผมรีบไปแย่งมันขึ้นมาจากปากของเจ้าขอด กระต่ายนั้นตัวใหญ่พอๆกับเจ้าขอด จับดูตัวมันยังอุ่นๆอยู่ เนื้อตัวของมันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้างเหมือนเจ้าขอดไม่มีผิด ต่างกันก็ตรงที่ขนของมันที่ขาวโพลนจะถูกแซมไปด้วยเลือดสีแดงที่ไหลออกมาตามขาและคอของมัน จากน้ำหนักที่ผมยกขึ้นมาก็รู้ได้เลยว่าเจ้าขอดคงจะพยายามอย่างมากที่ลากมันมาจนถึงบ้านจนได้ ผมหยิบกระต่ายให้แม่ดูพร้อมถามแม่อย่างสงสัยว่าเจ้าขอดจับมาได้อย่างไร แม่ส่ายหน้าแต่ยังคงมองกระต่ายเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ ด้วยสภาพเจ้าขอดและกระต่ายที่ผมเห็น ผมคิดว่ามันคงต้องไล่ฟัดกันอย่างเมามัน อย่างแน่นอนก่อนที่จะมาจบในสภาพที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน
เจ้าขอดนอนหอบเลียขนตามตัวที่เปียกชุ่มด้วยน้ำค้าง โดยยังคงจ้องมองกระต่ายที่ผมแย่งไปถืออยู่ในมืออย่างไม่วางตา แม่เริ่มสนใจกับกระต่ายที่ผมถืออยู่โดยบอกว่าวันนี้จะทำผัดเผ็ดกระต่ายให้กิน ผมกระโดดหัวเราะร่าดีใจใหญ่ เพราะไม่เคยได้กินเนื้อกระต่ายสักที คิดอยู่ว่าเนื้อของมันจะอร่อยขนาดไหน ขณะที่เจ้าขอดได้เพียงมองตามกระต่ายในมือผมที่กวัดแกว่งไปมา
เช้าวันนี้ผมได้กินผัดเผ็ดกระต่ายฝีมือของแม่ จากฝีเท้าการไล่จับของเจ้าขอด ขณะที่เจ้าขอดได้กินเนื้อกระต่ายทอดที่แม่แยกเอาออกมาทอดคลุกข้าวให้มันกิน แต่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยพอใจกับรสชาติสักเท่าไหร่ จึงกินไปได้ไม่กี่คำทิ้งเนื้อเหลือไว้ในจานอยู่หลายชิ้น พี่เจี๊ยบกับแม่คุณสงสัยกับเมนูผัดเผ็ดในเช้าวันนี้ว่าเป็นเนื้ออะไร ก่อนที่ผมจะเฉลยบอกไป ก็ยิ่งทำให้พี่เจี๊ยบกับแม่คุณสงสัยไปกันใหญ่ว่าเจ้าขอดไปไล่จับมาได้อย่างไร แต่ต่างคนก็ต่างก้มหน้าอร่อยไปกับผัดเผ็ดเนื้อกระต่ายที่เจ้าขอดไปจับมาให้อย่างสำราญ
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างไม่น่าเชื่อในเช้ามืดของวันต่อมา เจ้าขอดกลับมาพร้อมกับกระต่ายสีออกเทาๆ ขนาดตัวพอๆกับตัวมัน เจ้ากระต่ายนอนนิ่งร่างโชกไปด้วยเลือดและเศษหญ้าที่ติดตามตัว สภาพของมันแตกต่างจากกระต่ายตัวก่อนก็ตรงที่พุงของมันถูกกัดจนเหวอะหวะจนไส้ไหลออกมาข้างนอก ผมเรียกให้แม่ดูว่าเจ้าขอดมันจับกระต่ายมาได้อีกแล้ว แต่คราวนี้ผมไม่ได้เข้าไปแย่งมันเพราะมันรีบงับกระโดดผ่านหน้าผมขึ้นไปบนบ้าน แม่จึงบอกว่าปล่อยให้มันเอาไปกินบ้างเถอะ
เจ้าขอดคงจะไม่ค่อยชอบการปรุงรสกระต่ายจากฝีมือแม่นัก มันจึงได้ไปหาจับมาอีกเพื่อแอบเอามากินคน(ตัว)เดียว ผมได้แต่มองตามปากของเจ้าขอดที่คาบกระต่ายตัวนั้นหายลับไป ในวันต่อๆมา ทุกๆเช้ามืดที่ตื่นผมก็จะเฝ้ารอเรียกเจ้าขอดซึ่งมันเข้ามาคลอเคลียผมเป็นปกติทุกวัน แต่ในใจก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่หนอที่มันจะไปวิ่งจับกระต่ายมาให้ผมกินอีกสักที
ทุกวันนี้เมื่อได้ยินใครพูดถึงการ์ตูนอมตะเรื่องของกระต่ายกับเต่าทีไร ก็จะพาให้นึกถึงเรื่องของกระต่ายกับขอดซะทุกที ซึ่งมันน่าสนุกและอร่อยสำหรับผมทุกครั้งไป...