2007/Apr/02

สองมือของผมเคล้าคลึงไปบนเนินเนื้อที่เนียนนุ่มของสาวน้อยที่นั่งอยู่บนตัก เส้นผมที่ระคอถูกปัดออกเผยให้เห็นถึงความขาวของผิวสาวที่ซ่อนไว้ จมูกของผมดอมดมไปตามข้างใบหูและต้นคอของสาวเจ้าที่หนีหลบอย่างเอียงอาย กลิ่นหอมจางๆของแป้งที่ปะไว้ทำให้เลือดในกายสูบฉีดอย่างปั่นป่วน ความเป็นชายถูกเสียดสีไปกับท่อนขาอุ่้นๆที่นั่งเบียดกันอยู่บนตัก ช่วยกระตุ้นอารมณ์ที่ร้อนรุ่มให้กระเจิงยิ่งขึ้น ที่ข้างกายผมมีเพื่อนที่อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกันมากนัก ต่างคนต่างสนใจในกิจกรรมที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่สนใจใครที่เดินผ่านไปมา ด้านหน้าของผมเป็นโต๊ะตั้งพื้นขนาดเล็ก ที่บนโต๊ะเต็มไปด้วยสุรา โซดา น้ำแข็ง และกับแกล้ม วางอยู่เต็มไปหมด สุราในแก้วสีเหลืองทองถูกเติมไม่ให้พร่องอยู่เสมอด้วยมืออันเรียวงามของสาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อยที่เดินแวะเวียนมาดูแลอยู่ไม่ขาด

สถานที่ที่นั่งอยู่นี้ ถ้าเรียกว่าเป็นสถานที่อโคจรก็คงไม่ผิดไปนัก แต่คนทั่วไปที่ผ่านไปมาจะรู้จักกันในคำว่าผับบ้าง เทคบ้าง รอบกายที่เต็มไปด้วยสาวนุ่งน้อยห่มน้อย และชายหนุ่มหน้าตากลัดมัน ต่างโยกย้ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงอย่างเมามัน ลีลาการเต้นของกลุ่มสาวที่เร่าร้อนสะกดสายตาของหนุ่มหลายคู่ให้มองอย่างไม่วางตา ด้วยท่าทีที่พร้อมจะเป็นอาชญากรอย่างเต็มที่ ควันไฟจากบุหรี่หลายโต๊ะลอยม้วนเป็นเกลียวกระทบกับแสงไฟหลากสีที่เปิดไว้อย่างสลัวๆ เพื่อให้แต่ละคนได้ทำกิจอันเป็นส่่วนตัวที่ไม่อยากให้คนอื่นมองเห็นได้อย่างสะดวกนัก

โบว์ สาวน้อยหน้าตาดีดวงตากลมโตริมฝีปากบาง ผิวขาว เนื้อตัวอวบอิ่ม อายุของเธอไม่น่าจะผ่านเลยวัยมัธยมไปมากนัก เป็นเด็กสาวที่เลือกที่จะมาำทำงานในอาชีิพนี้ อาชีพที่ต้องปรนเปรอความเป็นสาวให้กับชายหลายหน้าหลายตาที่แวะเวียนมาหาความสุขกับเธอ ผมเองเป็นคนหนึ่งในอีกหลายๆคนที่ไ้ด้เข้าไปใกล้ชิดกับเธออยู่ช่วงหนึ่ง เพียงแต่ผมอาจจะต่างกับคนอื่นๆ ตรงที่ว่าความสุขของผมไม่ได้ตักตวงเอาจากเรือนร่างของเธอแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตจากเธอที่เธอพร้อมที่จะถ่ายทอดออกมาให้ผมได้รับรู้และรับฟัง (แม้มือผมจะอยู่ไม่สุขไปบ้างก็ตาม) ผมไม่แน่ใจว่าโบว์มีความสุขบ้างหรือไม่กับการทำงานตรงนี้ และมีคนเคยให้ความสุขอย่างอื่นกับโบว์บ้างหรือไม่นอกจากความสุขจากเรือนร่างที่บางครั้งเธอก็ไม่ต้องการ

ตอนเจอโบว์ครั้งแรก โบว์เป็นคนที่เดินตรงเข้ามาทักทายผมด้วยอาจเป็นอาชีพและหน้าที่ที่โบว์ต้องทำ ขณะที่ผมเองก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ได้เข้ามาที่สถานที่อโคจรแห่งนี้ หลังจากที่ได้รู้จักกับผมแล้ว โอกาสหลังที่ผมได้ไปที่ร้านนั้นอีกครั้ง แม้โบว์จะอยู่กับแขกคนอื่น แต่ก็จะแอบหนีเดินมาหาผมและนั่งคุยอยู่กับผมจนหมดเวลาของร้านที่เปิดให้บริการ โบว์บอกกับผมว่าผมเป็นแขกคนแรกและคนเดียวที่โบว์ชอบที่จะคุยด้วยเพราะผมไม่ค่อยกล้าที่จะสัมผัสกับผู้หญิงสักเท่าไหร่ (ก็แน่นอนสิ ไม่เคยนี่นา) เรานั่งคุยกันจนเพื่อนๆผมแซวและิอิจฉายุให้เป็นแฟนกันจริงๆไปเลย เนื่องจากโบว์ติดอันดับเป็นดาวเด่นในร้าน และในการโชว์ต่างๆบนเวที การแสดงของโ่บว์ค่อนข้างที่จะเรียกเสียงปรบมือได้จากผู้ชมหลายคนที่นั่งชมอยู่ด้านล่าง โชว์ทั่วไปบนเวที ก็เช่น ให้ผู้หญิงแต่ละคนเดินออกมาหน้าเวที เหมือนนางแบบที่โชว์เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ แตกต่างกันก็ตรงที่แต่ละคนที่เดินออกมาจะไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆปกปิดกาย มีเพียงสองฝ่ามือที่คอยปกปิดของสงวนเืบื้องล่างจากสายตาของคนหลายคู่ี่ที่จับจ้องอยู่เบื้องล่างเวที โชว์อื่นๆของโบว์ก็เช่น การเล่นกับเทียน ร่างของโบว์ที่มีเพียงเสื้อชั้นในและกางเกงในตัวจิ๋ว เดินขึ้นเวทีไปด้วยความมาดมั่น ก่อนจะใช้ไฟแช็กที่เตรียมไว้ ไปจุดเทียนแท่งเล็กที่มัดรวมกันจนเป็นมัดใหญ่เต็มกำมือ ความร้อนจากเปลวเทียนทำให้โบว์ต้องเอนหน้าหลบเล็กน้อย เสียงเพลงที่ตื่นเต้นกระหน่ำรัวไปพร้อมๆกับท่วงท่าของโบว์ีที่เร่าร้อนและแท่งเทียนที่สะบัดไปมา น้ำตาเทียนแต่ละหยด ถูกสะบัดกระเด็นไปกระทบกับเรือนร่างอันบอบบางของเธอ ถึงเจ็บร้อนร่างกายผิวภายนอกแต่ก็ไร้ซึ่งเสียงเจ็บปวดที่จะเล็ดลอดออกมา กลับเป็นที่ถูกใจกับบรรดาผู้คนที่รับชมอยู่ด้านล่างเต็มไปหมด

หลังการโชว์ โบว์จะสวมเสื้อคลุมตัวบางเดินมาที่ผมและตรงเข้ามานั่งตักผมอย่างเดิม ผมนั่งแกะน้ำตาเทียนที่เกาะติดไปตามท่อนแขนและหน้าขาของเธอ เฝ้าคิดว่าทำไมเธอถึงต้องทนเจ็บถึงขนาดนี้ด้วย

"โบว์ไม่เจ็บเหรอ" ผมถามด้วยเสียงกระซิบเบาๆ
"เจ็บสิ แต่ทำไงได้ล่ะ" โบว์ตอบพร้อมหันมายิ้มเล็กๆให้ผม ดวงตาของโบว์ใสและกลมโต จนผมคิดไปว่าสามารถนั่งมองได้ทั้งวันจนไม่มีเบื่อ
"มันคุ้มเหรอโบว์" ผมถามต่อ
"คุ้มสิทำไมจะไม่คุ้มล่ะ" เสียงตอบจากอีกฝั่งของโต๊ะ ไม่ใช่เสียงโบว์แต่เป็นเพื่อนของโบว์นั่นเอง
"ัมันจะไปร้อนอะไร้ ทาแป้งโปะตัวไว้เยอะๆก่อนสิแล้วค่อยขึ้นไปโชว์" เสียงเื่พื่อนสาวอีกคนตะโกนขึ้น หน้าตาแดงเรื่อไปด้วยฤทธิ์สุราที่ไม่ยอมปล่อยวางไปจากมือ เรียกเสียงหัวเราะให้ดังขึ้นจากรอบโต๊ะ

ผมหันไปมองหน้าโบว์อีกครั้งก่อนจะใช้จมูกหอมไปที่ข้างแก้มของโบว์จนแก้มบุ๋มไปตามแรงกด
"หลอกเหรอ.." ผมพูดพร้อมหันไปจูบแก้มโบว์อีกครั้ง ขณะที่โบว์หันมายิ้มทำหน้าเอียงอายที่ผมล่วงรู้ความลับ
เรากอดกันและหัวเราะไปกับเรื่องราวต่างๆ ที่เพื่อนแต่ละคนสรรหามาพูดคุยกัน บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยสุราและนารีข้างกาย

พี่ของเพื่อนที่ชวนโบว์มาทำงานเป็นเหมือนกับเจ้านายหรือเจ้านายของโบว์ที่คอยบอกว่าวันนี้จะต้องไปที่้ร้านอาหารไหน หรือว่าเทคหรือผับไหน เพราะโชว์จะถูกแสดงวนเวียนไปตามที่ต่างๆ เรื่อยๆ ในแต่ละคืนโบว์และเพื่อนๆ จะต้องหาเงินจากแขกให้ได้มากพอกับที่หัวหน้ากำหนดไว้ ซึ่งจะเรียกกันว่าพวงมาลัย พวงมาลัยที่ว่าหมายถึงแบงก์ยี่สิบ ที่โบว์และเพื่อนๆจะต้องคะยั้นคะยอขอแขกเพื่อนำไปจ่ายให้กับหัวหน้าของพวกเธอ หลังจากที่ครบแล้ว พวงมาลัยจากแขกที่เหลือ พวกเธอจะสามารถเก็บไว้เองสำหรับซื้อของใช้ต่างๆส่วนตัวได้ นอกจากนี้โบว์จะได้รับเงินเป็นรายสิบห้าวันเหมือนตามโรงงานต่างๆทั่วไป ซึ่งแต่ละคนก็จะได้มากน้อยแตกต่างกันไปตามอายุงานและการแสดงของตน ส่วนใหญ่แล้วโบว์จะไม่ค่อยมาขอพวงมาลัยกับผมนัก เพราะเธอไม่อยากให้ผมรู้สึกว่าเธอกำลังหลอกผมแต่สำหรับผมแล้ว ผมสามารถให้ได้ตามที่โบว์ต้องการ แบ้งก์ร้อยสองใบของผมแทนค่าพวงมาัลัยสิบพวงซึ่งเป็นเหมือนค่านายหน้าที่โบว์ต้องจ่ายหัวหน้าและผมมักจะให้กับเธอเป็นประจำ

เพื่อนๆของผมที่ไปด้วยกันมักจะโฆษณาสรรพคุณเกี่ยวกับตัวผมให้โบว์ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนที่ติดอันดับหนึ่งในห้องหรือว่ากิจกรรมอื่นๆที่ผมเรียกว่าธรรมดาแต่เพื่อนมักพากันเรียกว่า สะเหร่อ ทำให้เป็นที่ขบขันกับโบว์และเพื่อนๆที่ได้ฟังกันอยู่เสมอ โบว์เคยถามถึงจุดมุ่งหมายของชีวิตผม ผมได้บอกไปหลายอย่างเนื่องจากในตอนนั้นก็ยังไม่รู้จักตัวเองดีพอเหมือนกันว่าจุดมุ่งหมายของชีวิตจะเป็นอะไรหรือจะทำอะไร เท่าที่จำได้ก็จะเป็นเรื่องของหนังสือ เพราะเป็นเรื่องที่ผมสนใจมากที่สุดในตอนนั้น

"พี่ฉิมชอบอ่านหนังสือเหรอ" โบว์ถามอย่างสนใจ
"ชอบสิ มันเพลินดี" ผมตอบพร้อมมองหน้าโบว์
"พี่ชอบอ่านแนวไหนเหรอ" โบว์ถามผม
"พี่ก็อ่านหมดแหละ การ์ตูนมั่ง หนังสือเรียนมั่ง" ผมตอบ
"หนังสือโป๊ด้วยเปล่า" โบว์แซวผมพร้อมกับทำตาหยอกเย้า
ผมยิ้มให้พร้อมกับทำท่าเตรียมกัดใบหูของโบว์จนเธอต้องหันหน้าหลบไปอีกทาง สองมือของผมล้วงไปข้างในชั้นผ้าอันบางเบาที่ห่อหุ้มร่างของโบว์ ผ่านหน้าท้องอันแบนราบเลยไปถึงความเป็นสาวที่ตึงมืออยู่ด้านบน ผิวขาวของท่อนขาที่ไร้สิ่งปกปิดทำให้อดใจไม่ได้ที่จะขยับมือไปสัมผัสอย่างแผ่วเบา โดยที่ไม่ีได้รับการขัดขืนใดๆ

"จริงๆโบว์ก็ชอบนะ ตอนเรียนหนังสือ โบว์สอบได้ที่สองที่สามประจำเลย" โบว์เล่าให้ผมฟังพร้อมสีหน้าที่นึกถึงวัยวันวานอย่างมีความสุข
"แต่น่าเสียดาย ที่ตอนนั้นเงินไม่พอเรียน โบว์เลยต้องลาออก" คราวนี้โบว์พูดพร้อมกับทำหน้าเศร้า
"จริงๆแล้วพี่ก็ชอบเขียนหนังสือเหมือนกันนะ" ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อให้โบว์สบายใจขึ้น
"เหรอ พี่เขียนเรื่องของโบว์มั่งได้หรือเปล่า" โบว์ถามสีหน้าจริงจัง
"ไม่รู้สิ แต่ก็น่าจะได้นะ" ผมตอบ
"เขียนเสร็จแล้ว เอามาให้โบว์อ่านมั่งนะ" โบว์พูดขึ้นพร้อมทำหน้าดีใจ หันมาหอมแก้มผม ก่อนจะก้มลงไปเติมน้ำและโซดาในแก้วเหล้าที่พร่องไป

โบว์เล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับชีวิตของโบว์ก่อนที่จะได้มาทำงานตรงจุดนี้ โบว์เป็นเด็กผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาทั่วไปที่ได้เรียนหนังสือในระดับที่ไม่สูงมากนัก พ่อแม่ของโบว์ทะเลาะกันและแยกกันตั้งแต่โบว์ยังเด็ก และโบว์เองก็จำไม่ได้แล้วเช่นกันว่าหน้าตาพ่อกับแม่เป็นอย่างไร โบว์พักอาศัยอยู่กับญาติี่ที่ไม่พร้อมจะต้อนรับเธอสักเท่าไหร่ทำให้ต้องระเห็จระเหินออกเดินทางไปอย่างเรื่อยเปื่อยและไร้จุดหมาย ทุกครั้งที่พูดเกี่ยวกับเรื่่องครอบครัวของโบว์ โบว์จะได้แต่นั่งเงียบก้มหน้าเงียบนิ่งจนผมรู้สึกได้เองว่าคงมีบางเรื่องที่โบว์ไม่อยากเล่าและอยากลบมันออกไปจากความทรงจำของเธอ โบว์ได้มาเจอกับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งมีปัญหาเหมือนๆกัน ปัจจุบันก็ทำงานอยู่ด้วยกัน เพื่อนของโบว์รู้จักกับพี่คนหนึ่งที่ทำอาชีพนี้จึงได้ชักชวนโบว์เข้ามาทำงานด้วย ตอนแรกๆ โบว์รู้สึกรังเกียจตัวเองที่ได้มาทำอาชีพนี้ แต่ด้วยค่าตอบแทนที่มากตามมาจึงทำให้โบว์ยอมที่จะทำมันต่อไป งานของโบว์เป็นงานกลางคืนส่วนกลางวันจะนอนหลับไหล โบว์เล่าว่าแรกๆจะไม่ค่อยชิน นอนไม่หลับหลายวันจนเพลียหลับไปเอง จนในปัจจุบันก็ชินไปเสียแล้ว โบว์บอกว่าโบว์ไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการแต่โบว์ขายความสุข ขึ้นอยู่กับว่าคนจะมาซื้อความสุขกับโบว์ในลักษณะใด

"หรือพี่ฉิมจะไปนอนกับโบว์ก็ได้นะ" โบว์พูดกับผมครั้งหนึ่งตอนที่เรานั่งอยู่ด้วยกันสองคน ขณะที่เพื่อนๆผมพากันไปดิ้นอยู่กับสาวๆที่หน้าเวที
"ไม่ดีมั้ง" ผมปฏิเสธไปเนื่องจากยังไม่อยากแสดงความอ่อนเชิงทางกามให้เธอได้เห็น แต่ก็วาดฝันถึงการได้นอนเคียงข้างอยู่กับเธอในห้องแคบอย่างเงียบๆ นึกในใจเพียงว่าอย่าชวนเป็นครั้งที่สองเพราะคำตอบที่ได้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ความสนิทสนมของเราก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนบางครั้งผมก็อยากจะให้เธอเลิกอาชีพนี้ และพร้อมที่จะตั้งใจคบหากับเธออย่างจริงจัง
"อย่าเลยพี่ฉิม โบว์ไม่เหมาะกับพี่หรอก" เป็นคำตอบสั้นๆคำเดียวของโบว์ ที่ทำให้หัวใจและความตั้งใจของผมหายไปในพริบตา
"พี่ฉิมต้องเจอคนที่ดีกว่าโบว์แน่ๆ สักวันหนึ่ง" โบว์ตอบพร้อมกับหันมามองหน้าผม
".." ไม่มีคำพูดจากผมนอกจากการประืทับริมฝีปากของสองเราที่เชื่อมสัมพันธ์ไว้ด้วยกัน
อย่างน้อยที่สุดผมเองก็ได้คิดว่าสิ่งนี้คงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักเรา เขาจะสามารถทำให้เราได้ดีที่สุด
"อนาคตของโบว์มันไม่แน่นอน" เสียงรำพึงจากปากโบว์พูดออกมาเบาๆ

"ทำไมโบว์ไม่ทำงานที่โรงงานทั่วไปล่ะ" ผมถามโบว์เพราะเห็นว่าโบว์น่าจะมีทางเลือกในการใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้
"ไม่หรอกพี่ฉิม เงินมันน้อย" โบว์ตอบขึ้นมาทันทีเหมือนกับเคยตอบคำถามนี้ให้กับใครมาแล้วหลายคน
ผมไม่ได้ถามต่อ แต่อย่างน้อยก็ได้พูดคำพูดหนึ่งที่อยากให้โบว์ได้ยิน
"พี่ว่า.. โบว์ไม่เหมาะที่จะำทำงานตรงนี้.." ผมพูดขึ้นมาด้วยความจริงใจ
หลังพูดจบเราทั้งคู่ได้แต่นั่งเงียบและกอดกันอยู่ท่ามกลางความสลัวของแสงไฟในห้องแคบ

ทุกครั้งที่นั่งรถเมล์ผ่านร้านอาหารคราวใด ก็จะชวนให้คิดถึงโบว์ สาวน้อยที่เคยนั่งดื่มคลอเคลียเป็นเพื่อนกับผม บางทีตอนนี้เธออาจจะคลอเคลียอยู่กับหนุ่มอื่น ที่เข้ามาที่ร้านเพื่อที่จะบรรเทาความเหงาหรือจุดมุ่งหมายอื่นๆ และบางครั้งเธอก็อาจจะลืมผม คนที่เคยผ่านเข้าไปในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตของเธอ แล้วก็เป็นได้

เรื่องราวชีวิตของโบว์เป็นสิ่งสะท้อนสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โลกอีกด้านที่อยู่ใกล้กันในระหว่างช่วงเวลาของกลางวันและกลางคืน ประสบการณ์ของโบว์ทำให้ผมได้รับรู้ถึงความจริงในโลกอีกด้านที่ผมไม่เคยได้มาสัมผัสว่ายังมีชีวิตอีกหลายชีวิต ที่โลดแล่นไปตามจังหวะการใช้ชีิวิตและมีความสุขกับมันอยู่ในอีกมุมหนึ่ง

"พี่ฉิมเขียนเรื่องของโบว์ออกหนังสือบ้างนะ" เสียงหวานใสของโบว์พูดอยู่ใกล้ๆหูของผม
"อืม ถ้ามีโอกาสนะ" ผมตอบอย่างมุ่งมั่ง
อย่างน้อยในตอนนี้ผมก็ได้ทำให้กับเธอแล้ว แม้ว่าเธอจะยังไม่มีโอกาสได้อ่านมันก็ตาม..

ขออภัยเนื้อหาไม่เหมาะกับบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
และขออภัยที่ให้อ่านจนจบแล้วจึงบอก ขอบคุณครับ..

ปล. คิดถึงโบว์ว่ะ ไม่น่าเีขียนเลย.....๑(T_T)๑

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะอะไรตัวเราเองต้องนึกเสมอว่าโชคชะตาไม่ใช่ฟ้าลิขิตทั้งหมด มากกว่าครึ่งเราสามารถลิขิตตัวเราได้ค่ะ แต่ก็ทำให้เห็นสังคมในอีกแง่มุมหนึ่งแล้วต้องกลับมาย้อนดูตัวเองกันว่าเราจะปล่อยให้โชคชะตากำหนดเองทั้งหมดหรือเปล่า
#1  by  Rainny At 2007-04-02 08:09, 
เอ่อ อ่านทั้งหมดแล้วสงสารโบว์

แต่ยอมรับว่าอ่านท่อนแรกแล้วอู้วอ้า..
#2  by  Piyanan At 2007-04-02 08:38, 
- -a เหะ เหะ
คิดถึงก็ไปหา เนอะ
#3  by  :+:วาโยโย่:+: At 2007-04-02 08:43, 
กรี๊ดดด.... เริ่มย่อหน้าแรกก็อีโรติกเลยนะคะ
สงกะสัย น้องโบว์จะน่ารักมาก ๆ ทำเอาคุณฉิมโหยหา อิอิ
#4  by  ตา-กลม At 2007-04-02 09:54, 
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
(คุณตากลมกรี๊ดดดไปแล้วเลยขออนุญาตเป็น กร๊ากกกกแทนค่ะ )

กะจะถามอยู่แล้วเชียวว่าเรื่องจริงรึเปล่า แต่หมดข้อสงสัยแล้วค่ะ แหะๆ

อืม...ชีวิตคนกลางคืน เป็นชีวิตที่น่าสงสารน่าเห็นใจมากมายโดยเฉพาะผู้หญิง
แม่ชอบไปนั่งฟังเพลงบ่อยๆ ที่ห้องอาหาร และได้รู้จักสัมผัสชีวิตของพวกเขามากมายหลายคนที่เดียว
ถ้าได้รู้จักสนิทสนมจะรู้ว่าพวกเขามีความน่ารักและมีจิตใจงดงามมากทีเดียวจ้ะ
แต่ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกรรมมั้งเน๊อะ
#6  by  P.Pu At 2007-04-02 10:50, 
อ่านจบแล้วเพิงมาบอก55+
ดีนะทีเลย18แล้ว

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสืออีโรติกเลยแฮะ 55+

ชีวิตผู้หญิงกลางคืนน่ะ เลือกได้ที่จะไม่เป็น แต่เค้ามักไม่เลือกกัน
เพราะคิดว่างานอื่นมันได้เงินน้อย
งานแบบนี้ได้เงินเยอะกว่า
ซึ่งนั่นก็คือความจริงส่วนใหญ่
ที่ผู้หญิงหน้าตาดี ความรู้น้อย และจน
อยากได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว

แต่ที่กล่าวมาทั้งหมด
ไม่ได้หมายความรวมถึงผู้หญฺงอีกประเภทที่ทำงานนี้เพราะเอาเงินไปเที่ยว
และซื้อของฟุ่มเฟือย

ถ้าจะให้แยกออกจากกลุ่ม

คงจะแบ่งได้หลายแบบเลยทีเดียว

ตอนนี้หวังว่าน้องโบว์คงจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้
#7  by  *บลาสต์ At 2007-04-02 11:26, 
ฮอดซุมื่อนี่

ข่อยว่า
คะเจ้า คือ สิ ไป ไกล แล้ว ล่ะ





#8  by  ปีศาจ At 2007-04-02 11:30, 
บางทีคุณโบว์ก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนั้น
แต่ว่าก็เลือกไม่ได้อย่างที่เธอว่านั่นแหล่ะค่ะ
ดีใจที่คนอย่างพี่ฉิมที่เข้าใจและพร้อมจะดูแลเธอ
แต่ก็เสียใจด้วยที่พี่เสียคุณโบว์ไปแล้ว
แต่อย่างน้อยเรื่องราวของคุณโบว์ก็เป็นอุทรหรณ์ให้คนอีกไม่น้อยนะคะ
#9  by  @-*- YaDa -*-@ At 2007-04-02 11:44, 
ไม่ใช่เสียไปสินะ หุหุ
#10  by  @-*- YaDa -*-@ At 2007-04-02 11:44, 
อ่านตอนแรกนึกว่าจะเปลี่ยนแนว

อย่างนี้แหละ คนเรา
อย่างที่ฉิมถามว่าทำไมไม่ทำโรงงาน
น้องเค้าตอบว่าเงินน้อย

อ่ะนะ
สัจธรรม ไม่งั้นอาชีพแบบนี้คงไม่ได้รับความนิยม

แต่เราไม่ได้ดูถูกน้องเค้านะ อย่าเข้าใจผิด
เดี๋ยวจะพาลโกรธเรา
#11  by  i'm not a damn princess At 2007-04-02 11:58, 
โบว์เค้าเลือกทางเดินของเค้าแล้วล่ะค่ะ
มีนคิดว่า้เขาไม่ลืมพี่หรอก..เขาไม่ลืม
...
จะว่าไปมีนเคยทำงานตอนกลางคืนเคยเป็นดีเจอยู่ที่ร้านคาราโอเกะกึ่งร้านอาหารแห่งนึงที่บ้าน
มีนสัมผัสกับชีวิตของคนกลางคืน ผู้้หญิงที่ต้องคอยบริการผู้ชาย...เกือบทุกอย่าง
ผู้หญิงบางคนมีแฟนแล้ว ง่ายๆสามีเลยละกัน แต่ก็อย่างว่า ก็ำพวกทำงานกลางคืนเหมือนกัน
แต่เหมือนเค้ารู้หน้าที่ของกันและกัน
พวกเขารักกันน่ะ แต่เค้าจะใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาเป็นได้...ด้วยกัน
จริงๆ คนที่ทำงานกลางคืนประเภทเดียวกับโบว์และยังอยู่ในวัยรุ่น ล้วนเป็นเด็กมีปัญหาทั้งนั้น..
และที่มีนเข้าำไปทำงานตรงนั้นเำำพราะมีนชอบฟังเพลง ได้เปิดเพลงให้แขกร้อง ให้แขกฟัง และอีกอย่างมีนอยากเรียนรู้ชีวิตของคนกลางคืน
แต่ก็เกือบไม่รอดจากเงื้อมมือผู้ชายกลางคืน...แต่รอดค่ะ
#12  by  ★※M.Me In★※ At 2007-04-02 12:11, 
อ่านแล้วมันอึ้ง ๆ ค่ะ
เค้าคงน่ารักมากเลยเนอะ
หรือว่าพี่ฉิมเขียนให้รู้สึกว่าเค้าน่ารักก็ไม่รู้
อยากเจอเค้ามั่งจังเลยอ่ะ

ป.ล. อยากเป็นผู้ชายด้วย จะได้ไปเที่ยวยังงี้มั่ง
#13  by  สาวสาธารณะ(สุข) At 2007-04-02 12:53, 
เปิดตัวได้เห็นภาพมากๆ

แล้วแบบนี้ผมจะอ่านได้ไหมเนี่ย

ผมยังเป็นเด็กเป็นเล็กอยู่เลย

พอว่าหมดเวลาเข้า Exteen ช่วงเที่ยงแล้ว

ขออนุญาตเซฟกลับไปอ่านที่บ้านก่อน

แล้วเดี๋ยวมีคอมเม้นท์หลังอ่านจบอีกที

#14  by  เด็กเกเร At 2007-04-02 13:00, 
ชีวิตผีเสื้อราตรี ล้วนถอดแบบกันออกมา
เราคงไม่มีเวลามาจับผิดว่าใครจริง ใครลวง
ที่เข้าใจ นั่นคืองาน
#15  by  7 days ago At 2007-04-02 13:30, 
มีหลายคนที่ได้อ่าน(ผมเขียนให้พี่และเพื่อนๆในบริษัทอ่านกันเล่นแก้เหงา) และหลายคนได้ถามว่าเรื่องนี้จริงหรือ แต่ผมบอกได้เพียงว่า ผมแต่งเรื่องไม่เป็นหรอกแต่ผมน่ะเล่าเรื่องเป็น เลยไม่แปลกเลยที่แต่ละเรื่องเพื่อนๆอาจจะเคยผ่าน เคยพบ หรือเคยเห็นมันมาบ้าง ...
-------
ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์นะครับ ตอนนี้โบว์เองก็ไม่แน่ใจว่าทำอะไรอยู่ เพราะมันเป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว แต่ผมจำได้ดี เรื่องบางเรื่องไม่อยากจำมันก็จำ บางเรื่องอยากลืมมันก็จำ แต่หนังสือเรียนนี่สิอยากจำ ..ไม่จำสักที เฮ้อ วนมาเรื่องเรียนจะสอบในอีกไม่กี่วันแล้วครับ...
#16  by  นายฉิม At 2007-04-02 13:40, 
แม่มดว่าเขาไม่น่าจะลืมพี่หรอก คนเราได้รู้จักกัน มีความรู้สึกดีๆให้กัน

แม้ไม่เจอกันนานแสนนาน แต่ตัวตนของเขาก็ยังคงอยู่ในใจเรา ไม่ว่าจะลึกขนาดไหนก็ตามถ้ากลับมาเจอกันอีกครั้ง ก็คงไม่มีทางลืมได้หมดหรอกงับ (ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเปงงั้น แหะๆ )

อ่านแล้วเห็นใจผู้หญิงด้วยกันจัง ถ้าเลือกเกิดได้ก็ไม่มีใครอยากเดินทางนี้

ว่าแต่...ย่อหน้าแรกแล้วแม่มดยังพยายามคิดให้โบว์เปงเดะอายุสักไม่เกิน 10 ปี นึกว่าหลานพี่ซะอีก

แต่ไหงกลายเปงมีข้อห้ามไว้ข้างท้ายได้ล่ะงับ เง้อ (แต่ป๋มอายุเกิน 18 แระ คิกๆ)

* ว่าแต่ อ่านแล้วทำให้คิดตามเห็นภาพโบว์น่ารักมากเลยงับ
#17  by  แม่มด At 2007-04-02 14:14, 
อึ๋ยยยยยยยยยยยย
ไม่ได้ตามมาหลายตอน
ไหง๋ตอนนี้มาแนวติดเรทละเนี่ย

อึ๋ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#18  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-04-02 14:31, 
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่มีสิทธิ์ที่จะลิขิตชีวิตตัวเองได้
*ขออภัยเนื้อหาไม่เหมาะสม ตกใจหมดเลย..อ่านจบไปแล้วนี้ทำไงดีละ อ่านใหม่อีกรอบแล้วกัน เพราะเกิน 18มาหลายปีดีดักแล้วคะ
#19  by  MayaKniGht At 2007-04-02 14:45, 
เป็นความรักที่ "สวยงาม" นะพี่
มัน .. แบบ .. ไม่ต้องการความเป็นเจ้าของไง เราอยากเห็นเขามีความสุข เขาก็อยากเห็นเรามีความสุข แต่ไม่ต้องมีการผูกมัดกัน

แต่ ออกแนวอีโรติก นิด ๆ นะ แต่ออนว่าดีนะ ภาษาของพี่เข้าใจง่ายดี ถ้าโบว์ได้มาอ่านคงมีความสุขน่าดู

ชีวิตมันหลากหลาย ออนว่า พวกเขาคงจะมีความน่ารักในตัวเองมาก ๆๆๆ เพราะคงไม่มีใครอยากจะมาทำงานแบบนี้ตั้งแต่ต้นหรอกคะ แต่ความจำเป็นทำให้เขาต้องมาทำ

คิดถึง ก็คิดถึงสิคะ ก็คนเรามีอดีตเอาไว้คิดถึงนี่หน่า
#20  by  รักคือ? At 2007-04-02 14:50, 
ติดเรตจริงๆ
ความจริงทางเลือกที่ดีกว่านี้ก็มี เพียงแต่เขาอาจจะยังหาไม่พบ
#21  by  Authorized by Contessa I At 2007-04-02 15:28, 
โลกแห่งความเป้นจริงไม่เคยปราณีใคร
#22  by  lamoon At 2007-04-02 15:46, 
เอ่อ..... ขอAddFavoriteนะคะ
#23  by  *Tsuki-chan* At 2007-04-02 16:12, 
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกหนทางที่จะมีชีวิตอยู่ได้ค่ะ

สำหรับบาส คุณโบว์ถือเป็นเรื่องราวที่ใช้เรียนรู้ถึงสังคมไทยเราได้เป็นอย่างดี

ก็งานสังคมสงเคราะห์นี่เนาะ ^^"
#24  by  BassYoncE At 2007-04-02 17:05, 
กอดกันท่ามกลางแสงไฟสลัว ...โรแมนติกจัง
#25  by  ย้งยี้ At 2007-04-02 19:42, 
โห..เฮ้ย วันนี้พี่ฉิมเรทอาร์นิด ๆ นะเนี่ยะ

แต่เค้าเลือกไม่ได้นิพี่ฉิม


ไม่น่าเชื่อนะเนี่ยะพี่ฉิมว่าพี่ฉิมเคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วยเนี่ยะ นับถือจริง ๆ
#26  by  I'm Brianwasher At 2007-04-02 22:50, 
อ่านแล้วก็ อึ้ง ทึ่ง เสียว 5555555
อ่า ล้อเล่งค่า
จริง ๆ แม่หมูเคยได้คุยกะผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนแบบนี้
ตอนแรก เค้าไม่อยากทำ แต่ เค้ามักจะผิดหวังมาก ๆ กะแฟนคนแรก...
แอบติดเรท ไว้ทีหลังแบบนี้ คุณหงส์ก็อ่านไม่ได้ซิคะเนี่ย
(คุณหงส์เพิ่งอายุ 18) อิอิ
ขอโทษนะคะ ที่แอบเปิดเผย
#27  by  แม่หมู At 2007-04-03 00:15, 
http://www.wherearepop.com/index.php?topic=5482.0

กุญแจใจ...

ขอบคุณที่ไปทักทาย
ได้กำลังเพียบเลยจ้า...ขอให้มีความสุข
กับเสียงเพลงนี้นะคะ
#28  by  เงารัก At 2007-04-03 08:44, 
อ่านแล้วรู้สึกสงสาร นะครับ
#29  by  หนุ่มชุดดำ At 2007-04-03 09:43, 
สิ่งที่ได้อ่านจากบล๊อคคุณฉิม แล้วเจอเสมอ ๆ คือ คำสวย ๆ ที่บรรจงเขียนขึ้นมา การดำเนินเรื่องที่น่าติดตามมากครับ ผมเชื่อว่าถ้าเป็นคนอื่นเล่า อาจไม่ดีเท่านี้นเครับ
ชีวิตของคนหนึ่งคน ที่พยายามมองตนเองให้ออก และเลือกในสิ่งที่เขาทำ เขาคงมีความสุขนะครับ กับสิ่งที่เขาได้ทำ ก็คงเหมือนกับเรา ที่เลือกแล้วว่าจะเป็นตัวเราแบบนี้

ชีวิตก็แบบนี้แหละครับ ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่เคยสำผัส

มีความสุขมาก ๆ นะครับ
#30  by  ปู่หมี At 2007-04-03 11:39, 
ลาแล้วค่ะคุณฉิม
รักษาสุขภาพด้วยนะค๊า
บายๆค่ะ
#31  by  ~ขอแค่ได้ฝัน~ At 2007-04-03 11:51, 
รักกันด้วยหัวใจ..
ภายนอกจะเป็นคนยังไง แต่ความคิดและจิตใจสำคัญที่สุดค่ะ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แตกแยก และสับสน
บ้านยากจน ปัญหาครอบครัว เรียนไม่จบ จะให้ไปเลือกงานก็ไม่ได้
ต้าก็พอจะเข้าใจถึงความรู้สึกของคุณโบว์ที่ว่าไม่เหมาะกับคุณฉิมค่ะ
แต่คุณโบว์ก็เป็นคนมีจิตใจดีถึงคิดอย่างนี้
ต้าว่าคุณโบว์ก็คิดถึงคุณฉิมเหมือนกันแน่นอนค่ะ
คนคุยถูกคออย่างนี้ก็หาไม่ได้ง่ายๆนะคะ อิอิ

ยังไงก็พยายามเขียนหนังสือออกมาให้ได้นะคะ เพื่อคุณโบว์ เพื่อนทุกคน(รวมทั้งต้า)ที่รออ่านอยู่

ยังดีนะคะที่ 18 ปีบริบูรณ์มาครบอาทิตย์นึงพอดี แหะๆ
#32  by  ต้า At 2007-04-03 13:04, 
แวะมาอ่านครับ อ่านแค่สองสามบรรทัดแรกก้อ... อึม ติดเรทไปนิ๊ดดดส์ แต่อ่านจนจบก้อ... อึม....
#33  by  เด็กจิตตก At 2007-04-03 14:01, 
อีโรติค *-*
อายุยังไม่ถึง18 - - เเต่อ่านไปเเล้วอ่ะ
พี่ฉิมเพิ่งมาบอกตอนอ่านจบ55+
เเอบสงสารโบว์นะคับ
อยากเห็นหน้าจังๆ คงจะน่ารักมากเลยน้า *-*
เงินคือปัจจัยที่5ไปแล้ว บางครั้งเรายังสงสัยว่าทำไมเค้าไม่ไปทำงานที่มันดีกว่านี้ ไม่ต้องเปลืองตัว และหลายครั้งที่รู้ว่า เธอพวกนั้นต้องการปริมาณเงินที่มันมากๆ แม้จะเอาตัวเอาแลกก็ยอม หลายคนก็ดูน่าสงสารและน่าเห็นใจ พวกเธอต้องการใช้เงินจำนวนมาก ไม่ว่าจะด้วยเรื่องทางบ้านหรือสิ่งอื่นๆ แต่บางคนก็ต้องการเงินเพื่อซื้อความหรูหราของชีวิตก็เท่านั้น
#35  by  เป้ยเห่ยเห๊ยเห่ย (58.10.155.116 /192.168.100.7) At 2007-04-03 15:46, 
น่าสงสารเค้านะ
ที่จิงน่าจะเปลี่ยนอาชีพได้นิ
ไม่เห็นเป็นไรเลย
อาจจะจนแต่มันก็ไม่ต้องทำอะไรอย่างนี้
#36  by  Bowajung At 2007-04-03 16:22, 
รบกวนต่อTag ด้วยงับ
เขาบังคับนู๋
#37  by  :+:วาโยโย่:+: At 2007-04-03 17:27, 
อ่านแล้วก็หดหู่ใจเล็ก ๆ นะคะ
#38  by  ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ At 2007-04-03 17:51, 
อ่านไปอ่านมา เฮียชักอยากเห็นหน้าน้องโบว์ด้วยคน หุ หุ
#39  by  จั่นเจา At 2007-04-03 19:44, 
น่าสงสารมาก
ฮื้อๆๆๆๆๆๆๆ
#40  by  SiLLiCAT At 2007-04-03 20:13, 
เปิดมานี่ตกใจ...แหวกแนว...
แต่อ่านแล้วก็เห็นใจโบว์ขึ้นมาเลยล่ะครับ
#41  by  Thon At 2007-04-03 20:48, 
อืม...อืม...
ผ่านมา ผ่านไป ช่วงหนึ่งของชีวิต

อ่านแล้วอยากเขียนถึงหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง ที่เคยไปสัมผัสมาเหมือนกัน ...
#42  by  นางสาวความสุข At 2007-04-03 22:13, 
หึหึหึ มาบรรทัดแรกยังเอ๊ะใจแล้วเชียว
แต่ก็อ่านจบไปแล้วค่ะ หึหึหึ
#43  by  Pleng At 2007-04-04 01:48, 
เขียนจบแล้ว ก็ปริ้นออกไปให้เธอ ก็ไม่เห็นจะเป็นไรนะ
อาจจะไม่ได้เจอกันนานแล้ว แต่ว่า แวะเข้าไปหาที่ร้าน เผื่อเธอจะทำงานที่ร้านเก่า
และก็เอากระดาษให้เธอ...
ก็ไม่แปลก
หุหุ...
เลิอกเกิดไม่ได้ แต่ก็เลิอกที่จะดำเนินชีวิตตัวเองได้เน้อ .. เหอๆ ๆ
#44  by  อาเซ่อ A'zER At 2007-04-04 05:09, 
ชีวิตนะคะ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ยังไงก้ต้องดิ้นรนต่อไป .. .
ถ้าหากว่าคุณ ออกหนังสือเมื่อไร ก้บอกด้วยนะคะ จะช่วยอุดหนุนคะ ^^
#45  by  ,, สายรุ้ง ,, At 2007-04-04 10:44, 
ไปทานข้าวกันเหอะค่ะ
คงไม่ได้คิดไปเองมังครับ
เรื่องยกช้างเคยเหมือนกัน
แต่ยิ่งยกยิ่งเบาครับ คงแข็งแรงขึ้น
#47  by  จั่นเจา At 2007-04-04 13:27, 
คนเราเลือกจะเกิดไม่ได้หรอกครับ แต่ก็น่าจะเลือกที่อยากเป็นได้ ผมว่าคุณโบว์คงเลือกแล้วละครับ
#49  by  ก้อนหิน At 2007-04-04 14:14, 
ชีวิตก็น่ะ
อ่านจบแล้วก็ เอิ่ม....
#50  by  :desktop error:x At 2007-04-04 15:44, 

<< Home


นพพร จันทร์ฉิม
View full profile