2007/Apr/24

แสงแดดที่แผดแสงในช่วงเดือนเมษา ทำเอาตัวเราร้อนระอุอยู่ตลอดเวลา อาศัยเพียงลมที่พัดพามาจากไร่อ้อยทางทิศใต้ก็ช่วยได้ไม่มากนัก รังแต่จะนำเอาความร้อนของเปลวแดดเข้ามาทำให้ผิวระคายอีกไม่น้อย จะอาศัยก้อนเมฆด้านบนให้ช่วยบดบังแสงแดดที่ส่องลงมายังพื้นล่าง ก็เห็นแต่ต่างปลิวหลีกหนีพ้นทางจากดวงอาทิตย์เหมือนไม่อยากจะต่อกรด้วย แม่กับแม่คุณของผมนอนพักกลางวันอยู่บนแคร่ไม้นอกบ้าน น้ำแข็งที่อยู่ในกระติกน้ำละลายกลายเป็นน้ำไปจนหมดพี่เจี๊ยบพี่ชายของผมจัดแจงถอดเสื้อเอาน้ำประพรมตัวและใช้พัดไม้ไผ่อันเล็กช่วยโบกพัดลมเบาๆ เข้าหาตัวเพื่อประทังให้คลายร้อน

เด็กๆ อย่างเราถึงแม้จะไม่ค่อยสนใจไปกับความร้อนระอุมากนัก แต่ในตอนนี้ก็ได้แต่พากันหากิจกรรมเล่นกันในร่มเป็นส่วนใหญ่แทนที่จะออกไปวิ่งเล่นอย่างที่เคยๆทำกัน
"ทำไมมันร้อนอย่างนี้วะ" ไอเอกเอ่ยขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อทั้งๆที่นั่งเล่นกันอยู่ในร่ม
"ข้าว่าไปโดดน้ำคลองกันดีกว่าว่ะ" ผมพูดขึ้นมา ใช้แขนเสื้อซับเหงื่อที่ใบหน้าด้วยสภาพที่ไม่ต่างกัน
"งั้นเดี๋ยวข้าไปดูสวิงที่โรงก่อนว่ะ เผื่อจะได้หาปลาด้วย" ไอเอ๋พูดขึ้นมาบ้าง พร้อมกับวิ่งอ้าวไปที่โรงเรือนไม้หลังคาสังกะสีที่หน้าบ้านของมัน ซึ่งถูกใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์ต่างๆของบ้านไอเอ๋แยกออกมาอีกหลังหนึ่ง

ทุกครั้งที่จะไปเล่นน้ำ เรามักจะหาข้ออ้างให้กับผู้ใหญ่ได้อยู่เสมอ ด้วยการบอกว่าจะไปหาปลาหรือไม่ก็บอกว่าจะไปเก็บผักบุ้ง ไม่งั้นก็คงจะไม่ได้ออกไปเล่นกันง่ายๆ ดังนั้นสวิงและเบ็ดตกปลาจึงเป็นอุปกรณ์ที่เรามักจะเอาติดตัวไปด้วยเสมอเวลาจะไปเล่นน้ำ ซึ่งบางครั้งพวกมันก็ได้แต่มองดูพวกเราเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน โดยที่มันไม่ได้สัมผัสกับผิวน้ำเลยแม้สักนิดเดียว

ผมเองก็ไปค้นหาสวิงงมปลาที่ไม่ใช้งานมานานแล้วที่ใต้ถุนบ้าน จากนั้นเมื่อของครบเราก็ออกเดินทางไปยังคลองในไร่ โดยจุดประสงค์หลักของเราก็คือ การดับร้อน นั่นเอง

สายน้ำสีเขียวใสที่อยู่เบื้องหน้าเรา ไหวกระเพื่อมไปด้วยแรงลมที่พัดไปบนผิวน้ำ สะท้อนให้เห็นเป็นประกายสีมรกตตัดกับแสงแดดระยิบระยับ แมลงปอตัวเล็กเกาะปลายกิ่งไผ่ที่ตายซากอยู่ในน้ำนิ่งไม่ไหวติง มองเห็นเขียดตัวเล็กๆ ซุกซ่อนตัวอยู่ตรงหญ้าคาที่ปริ่มน้ำ หวอดของปลาที่พ่นไว้จนเป็นฟองแถวๆชายหญ้าคาริมน้ำบอกถึงความสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตที่ได้อาศัยอยู่ภายใต้ผิวน้ำนี้ บรรยากาศรอบตัวร่มไปด้วยต้นมะพร้าวและต้นมะม่วงต้นใหญ่

ผมกับเพื่อนๆไม่รอช้า เมื่อมาถึงที่ได้ยังไม่ทันได้พัก เสื้อ กางเกงและกางเกงในก็ถูกสลัดออกอย่างรวดเร็วทิ้งไว้ที่ใต้ต้นกล้วยริมคลอง ก่อนจะพากันกระโดดลงมาจากคันคลองไปยังผืนน้ำ เสียงน้ำดังกระจายพร้อมกับเสียงหัวเราะดังไปทั่วลำคลอง ตามมาด้วยเสียงกระโดดอีกหลายที

สายน้ำสีน้ำตาลขุ่นไหวกระเพื่อมอยู่ตรงหน้าเรา ลมจากชายคลองพัดมาปะทะผิวกายคลายความร้อนให้หายไปได้อย่างชะงัก แสงแดดที่ลอยผ่านต้นมะม่วงต้นใหญ่สะท้อนผิวน้ำสีโอวัลตินตัดกับแสงเป็นประกายระยิบระยับ แมลงปอที่เกาะบนปลายกิ่งไม้ไผ่บินหนีหายไปนานแล้วพร้อมๆกับเจ้าเขียดตัวน้อยที่คงตกใจหาที่ซุกซ่อนตัวแห่งใหม่ ที่ริมคลองตรงต้นหญ้าคาหวอดของปลาที่ก่อไว้วางไข่กระจายหายไปอย่างไร้ร่องรอย

หลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานแล้ว เราจึงเริ่มเอาสวิงที่ติดตัวมา กวาดลงไปในน้ำเพื่อหาปลาหรืออะไรก็ตามแต่ที่จะติดมากับมัน สักพักใหญ่เมื่อรู้สึกว่าหาไม่ได้ จึงพากันเดินไปเก็บยอดผักบุ้งที่กำลังชูช่อทั้งในน้ำและบนบก ก่อนจะพากันเดินกลับเข้าบ้าน ระหว่างทางพลันสายตาผมก็ไปพบกับเจ้าสัตว์ชนิดหนึ่งอยู่ตรงริมคลอง
"ปูนี่หว่า" ผมตะโกนบอกกับไอเอ๋และไอเอกเสียงดัง ทั้งๆที่ยืนกันอยู่ใกล้ๆ
"ไหนวะๆๆ" ไอเอกกับไอเอ๋พูดขึ้นมาเกือบจะพร้อมกันพร้อมกับมองไปยังมือผมที่ชี้ไปที่ริมคลอง

พวกเราเอาก้อนดินปาไปใกล้ๆกับตัวปู เห็นมันไม่กระดุกกระดิกจึงรู้ว่ามันได้ตายไปแล้ว แต่ด้วยขนาดก้ามของมันที่ใหญ่โต ผมจึงพยายามเขี่ยมันเข้ามาใกล้ๆฝั่ง ก่อนจะหักเอาก้ามปูนั้นกลับบ้าน ไอเอกกับไอเอ๋พากันสงสัยว่าจะเอาไปทำอะไร ผมได้แต่อมยิ้มบอกแต่เพียงว่าจะเอาไปดูเล่น ทั้งๆที่ในใจคิดไว้อยู่แล้วว่าจะเอาไปทำกระดิ่ง ซึ่งเคยเห็นมาจากบ้านของปู่ กระดิ่งที่มีเสียงดังแปลกๆ กระดิ่งอันเล็กสีแดงอมม่วง กระดิ่งจากก้ามปู

หลังกลับมาถึงบ้าน ผมจึงเอาผักบุ้งที่หามา ไปใส่ไว้ในกระป๋องแช่น้ำไว้สำหรับทำผัดผักบุ้งกินในตอนเย็น ส่วนก้ามปู ผมเอามาล้างเอาเศษขี้ดินออก ก่อนจะหักเอาก้ามที่ขยับได้เหมือนกับเป็นนิ้วของปูที่ใช้สำหรับหนีบ หักเอาออกมากลายเป็นก้ามปูสองส่วน ส่วนแรกก็จะเป็นอันกลวงๆ ใหญ่ๆเราจะทำเป็นตัวกระดิ่ง ส่วนอันที่สองที่หักออกมาเราจะเอามาทำเป็นลูกกระดิ่งที่อยู่ในตัวกระดิ่งนั่นเอง

อุปกรณ์ที่ต้องหาเพิ่มเติมก็เป็นใบตาลที่ตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแผ่นไม่ใหญ่มากนัก เพื่อเอามาทำเป็นใบที่โต้กับลมเพื่อให้กระดิ่งสั่นไหว อันดับต่อมาก็เป็นเชือกด้ายไว้สำหรับร้อยตัวลูกกระดิ่งเข้ากับตัวกระดิ่งเพื่อผูกยึดเข้าด้วยกัน หลังจากได้ของมาเสร็จก็เริ่มทำกันได้เลย

เริ่มจากเอาก้ามปูส่วนที่สองคืออันเล็กๆ มาตัดปลายออกให้ทะลุถึงกัน จากนั้นร้อยด้ายโดยใช้ไม้คั่นไว้ด้านในของก้ามปู เมื่อเสร็จแล้วเอาด้ายเส้นเดิมร้อยผ่านเข้าไปในตัวกระดิ่ง โดยผูกด้ายให้ยึดกับก้ามปูส่วนที่หนึ่ง ซึ่งก้ามปูจะมีรูให้คล้องอยู่พอดี กะให้ปลายของก้ามปูส่วนที่สองกระทบกับโครงของส่วนที่หนึ่งเล็กน้อย ส่วนนี้จะทำให้เกิดเสียงดังออกมา ซึ่งเสียงจะดังเพราะหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของก้ามปูและส่วนที่กระทบกันนี่เอง เมื่อทำกระดิ่งเสร็จแล้ว ด้ายด้านบนที่เหลือก็เอาไปผูกเข้ากับใบตาลที่เราได้ตัดเอาไว้ (ถ้าไม่มีก็ใช้กระดาษแทนก็ได้) ปลายด้านบนของใบตาลเราก็เอาด้ายอีกเส้นหนึ่งมาผูกสำหรับนำไปแขวน ทดสอบโดยลองเป่าลมให้ใบตาลสั่น กระดิ่งก็จะสั่นตามพร้อมกับเสียงดังจากก้ามปูที่กระทบกัน เท่านี้ก็จะเป็นอันเสร็จสิ้นการทำกระดิ่งก้ามปู

ผมทิ้งตัวลงนอนไปบนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะขามเทศ หันไปเห็นแม่กับแม่คุณกำลังนั่งพักอยู่ไม่ห่างหลังจากถางหญ้าสุมไว้เป็นกองใหญ่ พี่เจี๊ยบนอนถอดเสื้ออยู่บนแคร่ไม้ใต้ชายคา บนกิ่งเล็กๆของต้นมะขามเทศมีกระดิ่งก้ามปูสีแดงแกมม่วงถูกผูกแขวนไว้สีของมันโดดเด่นตัดกับใบไม้สีเขียวและท้องฟ้าสีครามด้านบน เสียงที่แกว่งไกวกระทบกันของก้ามปู ทำให้รู้สึกเหมือนมีลมเบาๆ พัดมาอย่างเอื่อยๆ มันอาจเป็นเพียงความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นเองในใจ แต่เสียงของมันก็ทำให้ผมสัมผัสได้ว่า อากาศรอบตัวในตอนนี้มันกำลังรู้สึกเย็นขึ้นจริงๆ ....

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อยากบอกว่าแอบอิจฉาเลยค่ะ อยากมีบ้านบรรยากาศดีๆแบบนี้บ้างจัง
#1  by  lamoon At 2007-04-27 14:52, 
ผมว่านายฉิมเขียนถึงบรรยากาศที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด สมัยยี่สิบสามสิบปีก่อน (หรือเปล่าครับ) จริงๆแล้วเรื่องแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่บ้างหรือไม่ เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากจริงๆ อาจมีในชนบทห่างไกล ยังมีอารมณ์ประมาณนี้อยู่บ้าง แต่กระดิ่งก้ามปูสีแดงนี่ผมไม่เคยเห็นจริงๆ พยายามนึกภาพตามว่ามีคนเคยทำอะไรแบบนี้บ้างไหม มันเป็นสิ่งที่คิดขึ้นใหม่ หรือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านกันนะ อยากเห็นเหมือนกันนะครับ

แล้วประเทศเพื่อนบ้านของเราที่เขาว่าบรรยากาศเหมือนเมืองไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อน จะมีบรรยากาศอะไรแบบนี้อยู่บ้างหรือไม่ น่าสนใจ สักวันจะลองไปดูโลกกว้างๆ ดูบ้าง
#2  by  HyPeR MonKeY At 2007-04-27 15:16, 
สวัสดีครับคุณ HyPeR MonKey เป็นบรรยากาศแถวบ้านตอนเด็กๆครับ ตอนนี้ผมก็ยี่สิบกว่าๆเองนะเรียกง่ายๆว่าเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมาน่ะครับ
----------
กระดิ่งก้ามปูเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำกระดิ่งมาแขวนไว้เพื่อประดับหรือความสวยงาม ผมเอารูปลงบล็อกไม่ได้อ่ะครับ ผมอัพโหลดไม่ได้กำลังพยายามอยู่
#3  by  นายฉิม At 2007-04-27 15:18, 
เหอๆ อย่างนี้มันเรียกว่า พรรณาโวหาร แน่ๆเลย
บรรยายบรรยากาศได้ดีมากจิงๆค่ะ
อ่านแล้วยังกะเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
#4  by  Bowajung At 2007-04-27 15:23, 
กว่าจะมานะหน่ะ นานมากๆ
#5  by  เอกน้อย At 2007-04-27 15:25, 
เมษานี้ร้อนมหาประลัยตับแทบแตก
แถวๆ เมืองตากเค้าว่าตั้ง 44 องศา
ดีนะที่ฝนเทลงมา ค่อยคลายร้อนไปได้บ้าง
ได้มาอ่านเรื่องเกี่ยวกับน้ำลำคลอง ชื่นใจ
หิวปูม้านึ่งอ่ะ

ยินดีต้อนรับกลับมานะ หายไปนาน
#6  by  จั่นเจา At 2007-04-27 15:35, 
อยากโดดน้ำคลองบ้าง บ้านย่านัทมีคลองนะพี่ แต่ว่า....มันเริ่มสกปรกแล้วล่ะ...
#7  by  I'm Brianwasher At 2007-04-27 17:23, 
เออ ใช่ หายไปไหนมาตั้งนาน
คิดถึงนะเนี่ย // ตอแหลจริงตรู

ไว้จะมาอ่าน

แป๊ะไว้ก่อน อันเนื่องมาจาก อากาศมันร้อน
#8  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-04-27 17:27, 
บรรยากาศดีจัง ... ความจำก็ดีด้วยนะคะเนี่ย
#9  by  yakcute At 2007-04-27 17:40, 
อยากทำกระดิ่งกล้ามปู

ก้ามปุเนี้ย ถ้าหักไปแล้วจะงอกขึ้นมาใหม่ได้นะ(ข้อมูลจากคุณครู)

ชอบตรงพารากราฟสุดท้าย

อ่านแล้วรู้สึกเย็นดีจริงๆ

---------------------------------
จงมีความสุขและแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่น
#10  by  Gimsong♪ 김성 At 2007-04-27 17:56, 
กลับมาแล้วหรือคะ หายไปนานเชียว
#11  by  *บลาสต์ At 2007-04-27 20:09, 
คือจะบอกพี่ฉิมว่า

กระดิ่งก้ามปู ฟังดูท่าทางน่ารักดีค่ะ

แต่อ่านเท่าไหรๆๆ ก็นึกภาพตามไม่ออกเสียที ว่าสภาพมันจะเป็นยังไง?

ลองคิดสภาพก้ามปูที่บ้านตัวเองขายมาเนกระดิ่ง นึกภาพไม่ออกจริงๆค่ะ

คงต้องให้พี่เอารูปมาลงซะแล้วล่ะ อิอิ
#12  by  BassYoncE At 2007-04-27 20:11, 
กว่าจะมาเน้อ

ไปใหนมาก่าเจ้า

//อยากไปที่ๆอากาศดีจะอี้
#13  by  SiLLiCAT At 2007-04-27 20:22, 
หน้าบ้านเราก้อมีคลอง ตอนเด็กๆก้อเล่นบ่อยๆง่ะคับ
เเต่ตอนนี้มะกล้าเล่นเเย้ว - -

กระดิ่งงี้น่าทำมั่งเนาะ เเต่คงจาไม่ได้
เพราะถ้าเราเห็นปู ก้อกระโดหนีทันที TT
กลัวมันหนีบ~~
มาแปะโป้งสัญญาไว้ก่อนว่าจะมาอ่าน

ตอนนี้ต้องรีบไปค่ะ...

แล้วจะมาอ่านนะคะ
#15  by  ~ยัยนุ่มนิ่ม~ At 2007-04-27 21:21, 
อยากไปเที่ยวมั่งง่ะ


สวัสดีเจ้า

#16  by   At 2007-04-27 21:47, 
ห่างจากเรื่องที่แล้วนานพอดูเลยนะคะ


ได้อ่านเรื่องที่ไม่เคยรู้อีกแล้ว

ชอบค่ะ ^_______^
#17  by  ☆•:*´¨`*:•.NaMtaN☆•:*´¨`*:•.☆ At 2007-04-27 22:15, 
หายไปหลายวันเหมือนกันนะคะเนี่ย :)
ตอนสมัยเด็ก ๆ เคยเห็นกระดิ่งที่ทำจากก้ามปูเหมือนกันค่ะ
แต่เสียงจะแปลก ๆ ดังป๊อก ๆ ไม่ใส แต่น่ารักดี
ว่าแล้วก็คิดถึงสมัยเด็ก ๆ จัง ที่ชอบหนีไปเที่ยวตามสระน้ำ เก็บผักบุ้ง.. อิอิ
#18  by  แม่หมู At 2007-04-27 22:59, 
นิ่มมาอ่านตามสัญญาแล้วนะ...อิอิ

ช่วนนี้ร้อนเหลือเกินค่ะ

เห็นวิธีคลายร้อนของพี่เจี๊ยบแล้วอยากทำตาม

ก็ไม่ได้อีก...เป็นผู้หญิงนี่หว่า

จะไปเล่นน้ำบ้าง ก็ไม่ได้ว่ายน้ำไม่เป็น

อยู่บ้านนอกแท้ๆ แต่ว่ายน้ำไม่เป็นเสียชาติเกิดจริงๆ เลย 555+

สงสัยต้องหาปูมาทำกระดิ่งปูบ้างแล้ว...เผื่อจะรู้สึกเย็นขึ้นมาบ้าง
#19  by  ~ยัยนุ่มนิ่ม~ At 2007-04-28 09:29, 
งวดนี้เขียนดี
#21  by  ตุ้มเป๊ะ At 2007-04-28 12:34, 
มาแปะไว้ก่อนนะ
ช่วงนี้งานชุม เดี๋ยวจะหาเวลาว่างอ่าน
#22  by  i'm not a damn princess At 2007-04-28 13:31, 
อยากรู้จังว่าเสียงกระดิ่งก้ามปูจะเป็นยังไงนะคะ?

ก้ามปูนั่นต้องใหญ่แน่ๆเลย(หรือเปล่า?)
#23  by  ต้า At 2007-04-28 22:48, 
ท่าจะเย็นนะคะ...
เป็นวิธีคลายร้อนที่ดีจริงๆ
#24  by  ~ "XtraluV" by ==> JiGSaW ~ At 2007-04-29 00:30, 
กระด่งก้ามปู

ไม่เคยเห็นแห๊ะ

เคยแต่จับปูเป้นๆ แล้วก็โยนเข้ากองไฟ

เอาก้ามปูมาแทะกน

บาปกรรมจรงๆ หนอเรา
#25  by  วันอาทตย์ปดทำการ (58.8.136.216) At 2007-04-29 11:59, 
อ่านทีไรอยากกลับไปเปนเด็กทุกที แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แก่ งืม คิดถึงต่างจังหวัดค่ะ เขียนได้ดีมากเลย
#27  by  [ N o r t H S t a R ] At 2007-04-29 22:16, 
ช่วยกลับไปเม้นต์ใหม่ด้วยค่ะ
#28  by  #~BEing : Lips_Of_An_Angle~# At 2007-04-30 08:51, 
...
อืม..
นึกภาพออกหละ
... พาให้นึกถึงต้นมะขามเทศต้นใหญ่
หน้าบ้านริมน้ำในเยาว์วัย
พอหน้าฝน ก็จะมีแมลงทับปีกสีเขียวๆ
งดงาม ให้คอยมอง คอยจ้อง สวยเชียว
...
#29  by  กะจิ๋วหลิว At 2007-04-30 09:25, 
ได้อ่านแล้วอยากไปกระโดดน้ำอีกจัง
..............
ตอนนี้ก็ชุ่มฉ่ำท่ามกลางสายฝน

อ่านแล้วคิดถึงตอนเด็กๆจัง
#30  by  MONKEY PEE At 2007-04-30 09:32, 
อ่านแล้วรู้สึกว่าลมเมษาพัดมาผ่าวๆ เพราะเพิ่งกลับจากบ้านนอกค่ะ
#31  by  RogerWilco At 2007-04-30 10:40, 
ขอบคุณที่เม้นท์ให้นะครับ
ฝากเมล์ไว้เดี่ยวส่งรูปให้ครับ
#32  by  SARANA At 2007-04-30 11:50, 
อ่ า . . .

ส ด ชื่ น

#33  by  m O n J i At 2007-04-30 12:27, 
ถ้าผมมีบ้านอยู่ริมคลองสะอาด ๆ คงไม่พลาดที่จะโดดน้ำคลองเล่นเป็นแน่ เพราะอากาศมันร้อนเสียเหลือเกิน
#34  by  เจ้าชายน้อย At 2007-04-30 13:43, 
อ่านแล้วรู้สึกดีจริงๆค่ะ...
รู้สึกว่าอากาศรอบตัวเราตอนนี้เย็นขึ้นจริงๆ
คิดถึงบรรยากาศตอนเด็กๆ ที่ได้ไปเที่ยว ได้ทำอะไรดีๆ ตามใจตัวเอง สนุกสนาน ปล่อยอารมณ์ออกมาได้ตามที่ใจคิด...จนอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
....เพิ่งแวะเข้ามาดูค่ะ แอบรู้สึกผิดนิดนึงที่เห็นคุณเข้ามาเม้นท์ในบลอกนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้เม้นท์ให้คุณซักที พอเข้ามาอ่านแล้ว จากที่เครียดๆ ก็สบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ แล้วจะแวะมาอ่านบ่อยๆนะคะ
#35  by  --รุ้งร่าเริง--@^0^@ At 2007-04-30 14:16, 
อยากได้สักอันจังเลยคะ ถ้ามีลมมันคงกรุ๊งกริ๊ง น่าดูเลย ^^
#36  by  ,, สายรุ้ง ,, At 2007-04-30 14:36, 
สวัสดีค่ะ.....
พึ่งทราบเหมือนกันค่ะว่า ก้ามปู สามารถเอามาประดิษฐ์เป็นกระดิ่งได้ด้วย..
..
สมัยก่อนคุณปู่จะพาเล่นมาก้านกล้วย
เพราะต้นกล้วยที่บ้านเยอะค่ะ
#37  by  GoddessIsis At 2007-04-30 14:44, 
มาเยี่ยมช้าหน่อยแต่ก้ยังทัน

อยากกินปู..
อยากทำกระดิ่งปูม้า

ถ้าให้เลือกได้อยากย้อนเวลาเกิดมารุ่นเดียวกับพี่ฉิมจะได้สัมผัสสกลิ่นอายชนบทแบบนั้นบ้าง
#38  by  ย้งยี้ At 2007-04-30 15:00, 
ลองไปดูจิค่ะ
#39  by   ♀♠ กระต่ายเต่า♠♀ At 2007-04-30 16:55, 
อยากเห็นค่ะ
#40  by  @ I'm a Box @ At 2007-04-30 18:57, 
อ่า บรรยายได้เห็นภาพเลยคะ
เสียดายที่ตอนนี้ฝนมันตกซะจน
.....

><~
#41  by  ลิงน้อย njoyz.com* At 2007-05-01 12:14, 
บังเอิญแวะมาเจ้าค่ะ...หุหุ นายฉิมเป็นนักเขียนรึเปล่าคะ...บรรยายได้เห็นภาพมากเลย...... อ้อ แล้วก็ภาพบรรยากาศที่นายฉิมเล่าน่ะ......เมื่อก่อนเราก็เคยเห็นะ ว้ายตายล่ะ...เค้าก็รู้หมดว่าเราเป็นเด็กบ้านนอก อิอิ แล้วจะแวะมาดูบ่อยๆนะ เขียนได้ดีทีเดียวเลย
#42  by  .o* Anitalove *o. At 2007-05-01 18:57, 
555+หื่นเหรอเนี่ย

ดีคร่า

ขอบคุณที่ไปเม้นให้เรา

ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะว่าก้ามปูเอามาทำกระดิ่งได้ด้วย ... ตอนเป็นเด็กเคยใช้แต่ปลอกของหอยทากมาทำค่ะ
พอได้มาอ่านเรื่องราวแบบนี้แล้วทำให้นึกถึงตอนเป็นเด็ก อ่านไป นึกไป อมยิ้มไป คนรอบข้างก็มองว่ามันบ้าไปแล้ว
#44  by  ป้าหมู At 2007-05-02 16:22, 
ไม่น่าเชื่อ ว่ากระดิ่งก้ามปูจะมีจริง
เป็นความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย
#45  by  ^Lovely_Shine^ At 2007-05-02 19:01, 
เข้ามาอ่านที่ไรก้อเหมือนมีลมมาพัดเรื่องยุ่งๆออกไปจากหัวได้ทู๊กกกที....
#46  by  (^_^)/nana At 2007-05-03 10:46, 
เขียนดีจัง เก่งจัง อิอิ
#47  by  Original of anything, Gadgets At 2007-05-03 13:24, 
เสียดายนะ...ที่เข้ามาช้าไป
แต่ช่วยตอบได้ เพราะอยู่บ้านเดียวกัน
ขอบอกว่ากระดิ่งกล้ามปู...มีจริงๆ บรรยากาศ...และธรรมชาติ...เมื่อก่อนมีแบบนี้จริงๆ ยิ่งตอนที่น้าป็นเด็ก...มีมากกว่านี้ เสียดายที่เดี๋ยวนี้ท้องไรท้องนา ลดน้อยสงไป (ต่อไปคงไม่เหลือ...)

อ้อ การันตีอีกอย่าง เรื่องที่ นายฉิม...เขียนขึ้นมา (เฉพาะที่ราชบุรี) เป็นเรื่องจริง 99 % ตัวละครจริง
#48  by  น้าเหนาะ (58.9.188.210) At 2008-05-11 15:53, 

<< Home


นพพร จันทร์ฉิม
View full profile