2007/May/15

บรรยากาศรอบตัวในช่วงนี้ช่างเงียบสงบนัก ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเบาๆและหัวใจที่เต้นไปตามความตื่นตัวของผม ผมจับปลายหนังยางที่ยึดอยู่กับไม้พร้อมกับยืดมันออกจนรู้สึกตึงมือ สายตาของผมจ้องไปยังมุมหนึ่งของไม้ที่ฝาบ้าน ซอกหลืบแคบๆของไม้นั้นนั้นมีสัตว์ตัวเล็กชนิดหนึ่ง นอนหมอบนิ่งไม่ไหวติง ตัวของมันใสจนมองเห็นเส้นเลือดที่อยู่ภายในตัว ดวงตาของมันมีสีดำปูดโปนออกมาบนหน้าที่ยาวเรียว หางของมันตวัดยาวซุกแนบลำตัวท้องของมันที่แนบไปกับพื้นไม้กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะสูบฉีดของหัวใจ มันเองก็คงจะตื่นเต้นไปไม่น้อยกว่าผมเหมือนกันผมนับหนึ่งถึงสามในใจไม่นานนักก็ปล่อยมือที่จับหนังยางนั้น ดวงตาเพ่งไปที่มันอย่างไม่กระพริบตา

"ปุ!!" เสียงไม้แหลมปะทะกับขอบไม้
"เฮ้ย! มันหนีไปแล้ว.." เสียงไอเอ๋ตะโกนขึ้นพร้อมชี้มือไปตามผนัง
"ไหนๆๆ" ผมรีบก้มไปเก็บไม้แหลมที่ยิงออกไป ก่อนจะมองตามมือของไอเอ๋
"หายไปแล้วว่ะ" ไอเอ๋ตอบเสียงเรียบกลับมา สายตายังจ้องไปตามผนัง
"โธ่เอ้ย...." ผมอุทานออกมาด้วยความเสียดาย

ผมขยับหนังยางที่ผูกติดกับไม้แหลมอีกครั้ง ลองจับยืดดูมันยังคงใช้งานได้ดี จากนั้นจึงเดินไปช่วยไอเอ๋หาเหยื่อของเราอีกครั้งตามผนังบ้านและซอกไม้ ถึงมันจะหลบหลีกได้อย่างว่องไวแต่ก็ไม่พ้นสายตาอันปราดเปรียวของเรา ไม่นานนักก็ได้เจอกับมันอีกครั้ง ตาต่อตาของเรากับมันจ้องกันนิ่ง เสียงของมันร้องออกมาเหมือนเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้าสู้กับเรา

"จุ๊ ๆ ๆ ๆ.."

................

เช้าตรู่ของวันหนึ่งหลังใส่บาตรพระหน้าบ้านของไอเอ๋

"...???...." ผมกับไอเอ๋ทำท่างงกับคำพูดของลุงหลอม
"เวลามันเข้าไปในท้องแล้วเป็นยังไงมั่งครับ" ผมถามด้วยสีหน้าเหยเก
"มันก็จะวิ่งชนไปมาอยู่ในท้องนั่นแหละ" แกพูดพร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดี
"แล้วสักพักมันก็นิ่งไป" แกว่าต่อไปพร้อมๆกับเตรียมปั่นจักรยานกลับไป
"แล้วเป็นยังไงต่อครับ" ผมยังไม่หายสงสัย
"โรคก็หายไปน่ะสิ" แกพูดพร้อมกับคล่อมจักรยานปั่นจากไป
ทิ้งความสงสัยปนสยองให้กับผมและไอเอ๋ที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านสองคน

บ้านของลุงหลอมอยู่เลยไปทางท้ายซอย เป็นบ้านหลังสุดท้ายของซอยที่เราอยู่กัน บ้านของแกเลี้ยงหมาพันธุ์ไทยอยู่หลายตัว ทุกครั้งที่เราเดินผ่านมักจะโดนพวกมันไล่เห่าจนวิ่งกันฝุ่นคลุ้งเต็มถนนไปหมด พักหลังขยาดจนต้องเตรียมไม้เพื่อเอาไปไล่พลางหนีพลางลุงหลอมมักจะมีเรื่องอะไรแปลกๆ มาเล่าให้พวกเราฟังทุกเช้าตอนใส่บาตรอยู่เสมอๆบางเรื่องฟังดูเหลือเชื่อแต่ก็เป็นที่สนุกสนานสำหรับเรา เช้านี้เองก็เช่นกันที่ลุงหลอมเล่าเรื่องจิ้งจกให้พวกเราฟัง

"พวกเอ็งรู้กันมั้ยว่าทำไมจิ้งจกมันถึงชื่อว่าจิ้งจก" ลุงหลอมยิ้มทำหน้าอมภูมิถามเรา
"ไม่รู้สิครับ" ผมกับไอเอ๋ตอบ เตรียมพร้อมฟังเรื่องราวแปลกๆจากปากลุงหลอมเหมือนเคย
"ก็เพราะว่ามันจกโรคได้น่ะสิ" ลุงหลอมว่าต่อ
"จกโรค" ผมกับไอเอ๋ทวนคำ
"โรคอะไรมั่งครับ" ไอเอ๋ถาม
"มันก็ทุกโรคนั่นแหละ" แกว่า
"มันจกยังไงครับ" ผมถาม
"ก็ต้องกินมันเข้าไปน่ะสิ ที่สำคัญต้องกินตัวเป็นๆ ด้วย" แกพูดต่อ
"อึ๊ย.." ผมกับไอเอ๋ทำหน้าเหยเก
"แล้วเวลาลุงกินลุงทำยังไงครับ" ไอเอ๋ถามขึ้น
"ก็จับตัวมันหยิบใส่ปาก เดี๋ยวมันก็วิ่งลงคอไปเอง" ลุงหลอมพูดพร้อมกับทำท่าทางให้เราดู
"โห..." ผมกับไอเอ๋ทึ่งไปกับเรื่องราวในเช้าวันนี้ ที่แปลกและสยองกว่าทุกวัน
"ตอนแรกลุงยังไม่ชินก็จะจับมันยัดใส่ลูกกล้วยเล็กๆไว้ก่อน เจาะรูกล้วยเอาจิ้งจกยัด แล้วก็กลืนมันไปทั้งลูกนั่นแหละ" ลุงหลอมเล่าต่อ เงยหน้ามองฟ้านึกถึงอดีตกับจิ้งจกตัวแรกที่แกเริ่มกิน
"อยากลองมั้ยล่ะ" ลุงหลอมพยักหน้าชวนเราสองคน
เราสองคนต่างส่ายหน้ากันเป็นระวิง

ด้วยเรื่องราวในเช้าวันนั้น ทำให้ผมกับไอเอ๋อยากจะลองจับจิ้งจกมาเล่นกัน โดยไม่มีความคิดที่จะเอามากินกันแม้สักนิดเดียว อุปกรณ์ที่เราใช้จับจิ้งจกจึงถูกพัฒนาขึ้นจากความคิดแบบเด็กๆ ด้วยไม้เสียบลูกชิ้นกับหนังยาง ที่พบเห็นได้อย่างทั่วไป เราเอาหนังยางวงเล็กมาผูกกับปลายด้ามของไม้เสียบลูกชิ้นและอีกด้านหนึ่งของหนังยางเราก็เอามามัดไว้กับไม้เล็กๆเพื่อเอาไว้ขัดกับนิ้วเวลายิง

เวลายิงเราก็จะเอาไม้เล็กๆ มาขัดไว้กับระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางก่อนจะดึงด้ามของไม้เสียบลูกชิ้นที่ผูกหนังยางให้ยืดออกมาจนรู้สึกว่ายางตึงมือ จากนั้นก็ปล่อยมือ ไม้แหลมนั้นก็จะพุ่งออกไปด้านหน้าตามทิศทางที่เราเล็งไว้ เราทดลองเอาไปยิงกับต้นกล้วยที่ข้างบ้านในระยะประมาณหนึ่งวา ปรากฏว่าไม้แหลมนั้นพุ่งไปติดกับต้นกล้วยอย่างเหมาะเหม็ง เราสองคนมองหน้ากันต่างภูมิใจกับอุปกรณ์ที่คิดประดิษฐ์กันขึ้นมา

เหยื่อของเรามีให้เห็นกันอยู่หลายแห่งโดยเฉพาะตามซอกหลืบต่างๆ การค้นหาที่อยู่ของมันทำให้เรารู้สึกสนุก แต่การเพ่งปลายไม้แหลมไปที่ตัวมันพร้อมๆกับปล่อยมือเพื่อหวังผลการยิงของเรากลับให้ความสนุกได้มากกว่า ส่วนใหญ่เราจะยิงเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา บางครั้งยิงโดนหางจนหางของมันตกลงมาแต่ตัวของมันกลับวิ่งหนีหายไป หางที่ตกลงมาจะดิ้นดุ๊กดิ๊กๆ ไปมาอยู่พักใหญ่ก่อนจะแน่นิ่งไป

การยิงครั้งสุดท้ายของเราเกิดขึ้นเมื่อไปพบกับเหยื่อตัวหนึ่งที่ไต่อยู่ข้างฝา สีของมันกลมกลืนไปกับสีพื้นจนเราสังเกตเกือบไม่เห็น ผมพยายามทำตัวให้นิ่งก่อนจะย่องเข้าไปเงียบๆในระยะประชิด ระยะของมันอยู่บนผนังเหนือหัวผมไปไม่กี่ฝ่ามือ ผมค่อยๆยกมือขึ้นอย่างระวัง วางอาวุธไว้ระหว่างนิ้ว ก่อนจะดึงและปล่อยมันผ่านมือไปอย่างรวดเร็ว

สิ้นเสียงไม้กระทบผนัง จิ้งจกตัวนั้นก็ตกลงมาบนพื้นด้วยสภาพที่มีไม้แหลมเสียบคาลำตัว มันพยายามกระเสือกกระสนพาตัวของมันหนีไต่ไปตามพื้น แต่ด้วยสภาพที่มีไม้แหลมเสียบไปกับตัวทำให้มันเดินได้ไม่สะดวกนัก ผมกับไอเอ๋มองมันด้วยสีหน้าสยอง ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะไล่หาและไล่ยิงมันด้วยความสนุกแต่ก็ไม่ได้กะว่าจะให้ถูกตัวมันเลยสักนิด เพียงแค่เฉี่ยวไปมาก็ทำให้เราสองคนสนุกกันแล้ว ผมกับไอเอ๋เกี่ยงกันไปเก็บเจ้าจิ้งจกที่ดิ้นไปมาอยู่บนพื้นตัวนั้น

"เอ็งไปเก็บสิ เอ็งยิงมันนี่หว่า" ไอเอ๋บอกผม
"เสียวว่ะ" ผมตอบ พร้อมกับค่อยๆเดินไป

ผมหาเศษผ้าบนพื้นมาคลุมตัวมันไว้ก่อนจะควานหาไม้แหลมภายใต้ผ้าผืนนั้นแล้วค่อยๆ ชักออกมาเบาๆ นึกถึงภาพของจิ้งจกที่ต้องเจ็บปวดเมื่อเศษไม้ค่อยๆเลื่อนผ่านตัวของมันทำให้ผมอดรัดทดใจไม่ได้ ผมเปิดผ้าออกมาอีกครั้ง เจ้าจิ้งจกวิ่งอย่างเชื่องช้าไปที่ผนังก่อนจะค่อยๆไต่ขึ้นไปอย่างยากลำบาก เศษผ้าผืนนั้นถูกผมตวัดทิ้งไป เหลือเพียงรอยของหยดเลือดสีแดงคล้ำเป็นจ้ำอยู่บนพื้น ผมหันไปมองหน้าของไอเอ๋พร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ

"มันจะตายหรือเปล่าวะ" ผมถามไอเอ๋
"ไม่รู้ว่ะ" ไอเอ๋ตอบพร้อมกับมองไปยังเจ้าจิ้งจกตัวนั้นที่วิ่งขึ้นไปเกือบถึงไม้คานที่ติดกับหลังคาบ้าน มีรอยเลือดหยดตามทางเป็นหย่อมๆ
"เลิกเหอะว่ะ" ผมบอกกับไอเอ๋
ไอเอ๋พยักหน้าขึ้นแทนคำตอบ ช่วงแรกมันอาจจะเป็นเกมส์ที่สนุกกับเราฝ่ายเดียว แต่ตอนนี้ทั้งเราและมันคงไม่รู้สึกสนุกไม่แตกต่างกัน

ไม้แหลมอันนั้นถูกผมหักทิ้งลงถังขยะ ผมเลิกยิงจิ้งจกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีความคิดที่ว่าคนน่าจะอยู่ส่วนคน จิ้งจกก็น่าจะอยู่ส่วนจิ้งจก ส่วนจิ้งจกจะจกโรคให้คนได้หรือไม่ผมเองก็ไม่แน่ใจ ภาพของจิ้งจกที่ผมยิงไปถูกท้องน้อยของมันจนไม้แหลมคาลำตัวและเลือดไหลหยดออกมาเต็มท้องยังติดตรึงอยู่ในหัวผม

ทุกวันนี้ยังคงระแวงไปกับดวงตาของเผ่าพันธ์ของมันที่จ้องมองผมมาจากด้านบนและตามผนัง เสียงร้อง "จุ๊ๆๆ.." ที่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัวผมเองก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าในตอนนี้มันยังคงแค้นหรือว่าจะให้อภัยผมแล้วหรือยัง...

ปล.
ว่ากันว่า จิ้งจกตีนเหนียวทำให้ไต่ผนังได้ จริงๆแล้วที่พื้นเท้าของมันประกอบไปด้วยปุ่มเล็กๆมากมาย ทำให้เวลามันเกาะผนังพื้นที่ที่มันเกาะจะกลายเป็นสูญญากาศดึงให้ติดกับผนังได้
ว่ากันว่า กินจิ้งจกตัวเป็นๆ รักษาโรคได้ เป็นความเชื่อของคนโบราณที่เป็นเรื่องจริง
ว่ากันว่า ถ้าจับจิ้งจกเป็นๆมาเหน็บไว้กับใบหูมันจะอยู่นิ่งไม่หนีไปไหนเพราะว่ามันจะนึกว่าเราใช้มือจับมันอยู่
ว่ากันว่า มีใบไม้ชนิดหนึ่งเรียกจิ้งจกได้ จริงๆใบไม้นั้นจะปล่อยสารที่ให้กลิ่นเหมือนกับจิ้งจกตัวเมียถ้าถูกขยี้หรือเขย่าแรงๆ ดังนั้นจิ้งจกที่ถูกเรียกมาก็จะมีแต่จิ้งจกตัวผู้เท่านั้น
ว่ากันว่า จิ้งจกจะถูกจับมาย่างเผาไฟให้สุกและบดละเอียดให้กับเด็กแรกเกิดที่มีอายุไม่กี่เดือนกินด้วยเชื่อว่าจะรักษาโรคต่างๆ(เหมือนกับที่ผู้ใหญ่กินตัวเป็นๆ)ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เพราะเด็กที่ว่าคือ

"ลูกสาวผมเอง"....

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เกลียดจิ้งจกที่สุดเลยค่ะ
ดีใจที่กลับมาเจอกันอีก
#1  by  ยายแม่บ้าน At 2007-05-17 15:18, 
สวัสดีครับยายแม่บ้าน พักนี้หายไปนานหน่อยครับติดงานแต่ไม่ลืมที่นี่แน่นอนครับ
#2  by  นายฉิม At 2007-05-17 15:25, 
แหวะ ถึงรักษาได้ก็ไม่กินอ่ะ
#3  by  i'm not a damn princess At 2007-05-17 15:25, 
อึ๋ยยยยย สยองงงงงงง
#4  by  แมงปอ At 2007-05-17 16:11, 
ตำรานี้คงไม่ขอลองเป็นเด็ดขาด
อ้อ แล้วก็เห็นบางคนกินตุ๊กแกด้วยนี่คะ
#5  by  DreamCatcher At 2007-05-17 16:18, 
อ่า ... ขอคิดดูก่อนแล้วกันนะ
#6  by  Bew At 2007-05-17 16:24, 
...

ไม่อยากจะเชื่อเลย
กลวิธีรักษาโรคไหน
แล้วใครเป็นคนย่าง ?

...

นึกภาพไม่ออกเลยค่ะ
โชคดีจัง ที่ไม่เคยต้องสร้างภูมิด้วยจิ้งจก

...
#7  by  กะจิ๋วหลิว At 2007-05-17 16:26, 
อ่อ..........มีที่มาอย่างนี้นี่เอง


ไอ้ตรง ปล. นัทรู้แค่ว่า มันสามารถทำเป็นยาได้ (แต่นัทก็ไม่รู้ว่ารักษาได้จริงหรือเปล่าเพราะว่าไม่เคยลองด้วยตัวเอง)

แต่ไอ้ที่เหน็บหูอ่ะ นัทเชื่อ


แต่นัทว่ามันน่ารักดีนะ...นิ่ม ๆ ดี
โอ๊ะ~~~*
(เลียริมฝีปาก)

ล้อเล่นนะ

แหม จิ้งจกน่ารักดีออก ดูตัวใสๆวิ่งไปวิ่งมาวุ่นวายดี...
แต่ถ้าเอามากินแทนข้าวกันคงประหยัดค่าเนื้อหมูดีนะ...
#9  by  bete noire At 2007-05-17 18:17, 
อ่า ไม่ไหว แค่กบลอยในชาม ยังไม่กินเลย
#10  by  นางสาวความสุข At 2007-05-17 19:18, 
เหวออออออ


ขอตัวก่อนนะคะ แหะๆ



จิ้งจก
#11  by  Hongfha At 2007-05-17 19:29, 
เกลียดจิ้งจกที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ของที่สุด

เกลียดมากกกกกกกก

ตอนอ่านขนลุกเกรียวตลอดลเย

=w="
#12  by  BassYoncE At 2007-05-17 19:32, 
ไม่ชอบจิ้งจก แต่ที่หนักกว่านั้นคือ ตุ๊กแก แง!!
#13  by  [ Swordman แห่ง Iris ] At 2007-05-17 20:45, 
อ่านไปก็ขนลุกไป กินจิ้งจกเป็นๆ โดยปล่อยมันให้วิ่งลงคอเนี่ยนะ

และยังคงงง... กับทิ้งท้ายจบไว้ด้วยอ่ะ
#14  by  丽丽 ~ ชิงช้าโบราณ At 2007-05-17 20:59, 
ชอบจิ้งจกนะ แต่ไม่กินแน่ๆ
#15  by  *บลาสต์ At 2007-05-17 21:55, 
เเอบเหงื่อเเตกคับ - -
ฮู๊วว รู้นะว่ามันเป็นยา
แต่ถ้าต้องกินยอมตายดีก่า
(เฮ้ยยย)55+
....กินจิ้งจกเป็นๆ เนี่ยนะคะ....
อารมณ์ fear factor เลยอ่ะ
#17  by  ~ "XtraluV" by ==> JiGSaW ~ At 2007-05-18 02:22, 
อ่านจบแล้วอยากจะกรี๊ดดังๆ
#18  by  ดอกทอง - Mraz Mania At 2007-05-18 03:26, 
^__^

อรุณสวัสดิ์จ้ะ

จิ้งจกบ้านแม่เยอะมาก
แต่ไม่เอาล่ะไม่กล้าจับ
แม่ไม่ชอบมันเลยจ้ะ มันขี้ไปทั่วบ้านแม่เลย
#19  by  P.Pu At 2007-05-18 06:26, 
กินได้จริงๆหรอครับ...สุดยอดเลย
#20  by  is>am>are At 2007-05-18 07:10, 
โห ได้ความรู้ใหม่เยอะเลย

เอ่อ ว่าแต่เขาบดให้เด็กแรกเกิดกินจริงหรือเปล่าเนี่ย

หู่ยย ตอนเด็กแม่ทำให้กินหรือเปล่า คิดแล้วสยองนะ -*-

แล้วใบไม้ที่เรียกจิ้งจกได้มันใบอะไรอะพี่ฉิม

ถ้าเกิดเราเอาใบไม้อันนั้นมาเยอะ แล้วเอามาตำ จิ้งจกตัวผู้มันจะมาเป็นฝูงหรือเปล่า???
#21  by  Kade At 2007-05-18 07:48, 
ลูกคุณยังไม่ถึงขวบ หัดกิจจิ้งจกแล้วเหรอคับ (พูดเพราะแล้วคัน"กก"ลิ้น)
#22  by  sharman (203.146.177.154) At 2007-05-18 08:08, 
นึกไม่ออก ว่า จะกล้าทำแบบนั้นอ่ะป่าวง่า
#23  by  Perfect Stranger* At 2007-05-18 09:39, 
เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าจิ้งจกจะเข้าไปกินเนื้อร้ายหรือหนองในช่องท้องได้..

โดยส่วนตัวไม่เชื่อหรอกนะ

แต่เคยได้ยินมาอีกเหมือนกันว่า บางคนจับจิ้งจกไปดองยาด้วยล่ะ...
#24  by  1411 At 2007-05-18 10:43, 
กำลังรำคาญจิ้งจกเกาะห้องนอนทำไงจะไล่ออกไปได้ ร้องกลางดึกทุกคืนรำคาญมากเลย

โหคุณฉินให้ลูกกินเลยเหรอแล้วแข็งแรงไม่มีโรคไหม จะได้ทดลองกะหลาน จ๊ากกก

เคยเจอต้นไม้แบบใบเหมือนจิ้งจกเลยใช่ต้นไม้นี่ไหม
#25  by  คิดถึง At 2007-05-18 12:17, 
กลัวจิ้งจกอ่ะ..
#26  by  หมูฟู At 2007-05-18 16:42, 
ชิชิ น่ากลัว ชิชิ
แอบกลัวจิ้งจกน่ะครับ
ชิชิ ไปดีกว่าน่ะครับ
*
*
*
บะบาย
#27  by  MooHNoYKunG *[L]* AiR At 2007-05-19 12:28, 
อา......นึกถึงตอนตกปลาเหมือนกัน...
เบ็ดมันเสียบทะลุมาที่ตาของปลา...
ตอนปลดเบ็ดปล่อยมันคืนแม่น้ำนี่มันแบบรู้สึกแย่จริงๆ
ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายจริงๆ
#28  by  (^_^)/nana At 2007-05-19 14:48, 
อ่านแล้วก็พูดได้คำเดียว

เหมือนที่พี่ฉิมพูดตอนแรกอ่ะค่ะ

"อึ๊ย!!!"
#29  by  ~ยัยนุ่มนิ่ม~ At 2007-05-19 20:17, 
เรากลัวจิ้งจกนะ
รู้สึกว่ามันโล้นๆ ตัวมันเกลี้ยง ขนลุกอ่ะ

อาการแหยงๆ มากกว่ามั้งเนอะ

แต่เรื่องนี้ใครจะกินก็กินไปน๊า

แต่เราไม่เด็ดขาด

กลัว
#30  by  แสงแดด At 2007-05-21 01:21, 
หนูไม่เคยกินอะลุง...
แถวบ้านไม่เคยเห็นใครกินนะ
คะ..คุณลูกสาวของคุณฉิม กินไปแล้วเหรอคะ ช่างน่าตื่นเต้น

จริงๆก็มีเรื่องกินจิ้งจกเกิดกับคนใกล้ตัวเหมือนกันค่ะ
สมัยก่อนที่เชียงใหม่ยังไม่เจริญขนาดนี้แต่ละบ้านก็
มักจะมีน้ำใส่หม้อดินวางไว้หน้าบ้านใช่ไหมคะ
พ่อของต้าเดินไปเรียนกับลุงและอาผ่านบ้านหลังหนึ่ง
พ่อหิวน้ำก็จับเอาบวยน้ำตักน้ำในหม้อดินดื่ม แต่ในบวยน้ำ
มีจิ้งจกอยู่ค่ะ พ่อไม่รู้ก็เลยเผลอกลืนลงไปทั้งตัวเลย
อันนี้เรื่องจริงไม่อิงนิยาย พ่อก็เลยสุขภาพดีล่ะมั้งนะ

อีกเรื่องก็ตอนอยู่ประถม มีงานกินเลี้ยงส่งท้ายปีเก่ากัน
ครูก็ให้นักเรียนห่อข้าวไปโรงเรียนไปแบ่งกันกินค่ะ
เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งมันเอาจิ้งจกทอดมาด้วยแหละ
หลายคนแย่งกันกินอย่าเอร็ดอร่อยเชียว แต่ต้าไม่ทันได้กิน
เพราะเผลอแป๊บเดียวจิ้งจกทอดก็หายวับลงท้องเพื่อนหมดเลย
หุหุ
#32  by  ต้า At 2007-05-22 01:07, 
ว่ากันว่า

เรื่องนี้ขอผ่านครับ

ไม่ได้กลัวหรอกครับ

แต่ว่ากันว่า

#33  by  เด็กเกเร At 2007-05-23 11:18, 
มะชอบจิ้งจกอ๊า ๆๆ

นอนหลับฝันดีนะก๊าบบ
#35  by  pukkie At 2007-05-26 23:37, 
เออ บ้างทียาบ้างอย่างก็ไม่สะดวกจะกินเท่าไร
ขอเป็นอย่างอื่นดีกว่านะค่ะ
แต่ก็เคยได้ยินๆ มาเหมือนกัน
...
อ่านบล็อกนี้ทีไร หนูได้ความรู้หลายอย่างจริงๆ
#36  by  finch At 2007-05-27 23:23, 
ท่าทางไม่น่ากินเอาซะเลย
อย่าว่าแต่ทำเป็นยา
แค่เห็นตามผนังบ้านก็ขนาดอยู่แล้วครับ หุหุ
#37  by  ~*๐บุษบาไร้พ่าย๐*~ At 2007-05-28 19:17, 
เหอๆๆๆ...ดีนะไม่เอาหนูบ้านมาทำยา...กลัวจนขนหัวลุกเลย
แถวบ้านดิฉันเด็กคนไหนพูดไม่ชัดหรือติดอ่าง ผู้ใหญ่จะซื้ออวัยวะเพศหมูตัวเมีัยมาปิ้งให้กิน เห็นว่ารายไหนรายนั้น หายขาด แต่ตัวเองไม่เคยลอง
#39  by  RogerWilco At 2007-05-30 18:08, 
อ่า...จิ้งจกอะ ดูดีๆก็น่ารักนะคะ แม่มดเห็นก็แกล้งมันไม่ลงสักที บางทีก็อดสงสารไม่ได้เวลาปิดประตูแล้วพบว่าทับมันตายแล้วง่า

แล้วเวลาจับมันเข้าปากเป็นๆ มันไม่วิ่งออกมาเหรอคะพี่ แหะๆ

อ่านตอนแกล้งจิ้งจกแล้ว สงสารมันงับ
#40  by  แม่มด At 2007-05-30 20:12, 
อยากรู้จักจริงๆนะ ไอเอ๋เนี่ย ช่างสรรจริงๆ

พี่สาวที่รู้จักคนนึงมันกลัวจิ้งจกเป็นชีวิตจิตใจเลย วิญญาณจิ้งจกมาเข้าฝันมันด้วย เอากะมันสิ

#41  by  เป้ยเห่ยศักดิ์ At 2007-06-01 11:30, 
แวะมาเยี่ยม สบายดีนะฮับ

ขอเปลี่ยนเป็น กลัวจิ้งจกเป็นบ้า ได้มั๊ยฮับ
#42  by  zui ai yanchengxu At 2007-06-01 23:31, 
เหือก จิ้งจก


ไม่ไหวมั้งค๊า
#43  by  ☆•:*´¨`*:•.NaMtaN☆•:*´¨`*:•.☆ At 2007-06-02 18:35, 
ไม่เกียจน่ะค่ะจิ้งจกน่ะแต่กลัว
#44  by  โนบุจัง (203.172.145.70 /192.168.1.172) At 2007-06-25 10:08, 
อึ๊ย...
#45  by  น้องละอ่อน At 2007-09-16 14:50, 
งงจังแอร์
#46  by  แอร์ (125.26.87.155) At 2007-09-19 20:30, 

ทำไปได้
#47  by  ไอซ์ (125.26.87.155) At 2007-09-19 20:32, 
ไม่ไหว น่ากลัวจัดเลยครับ
#48  by  webmaster@mahathep.com At 2007-12-22 14:14, 
สงสารจิ้งจกตัวนั้นมากๆเลย

ว่าแต่มันรักษาโรคได้จิงหรอ

เหนมีคนเคยบอกมาเหมือนกัน ว่ากินเปนๆ

คนเปนโรคมะเร็งด้วย แต่ไม่รุว่าได้ผลป่าว
#49  by  กิฟท์ (124.121.180.19) At 2008-05-22 21:22, 

<< Home


นพพร จันทร์ฉิม
View full profile