วันนี้อากาศดีแดดร่มลมเย็น แม่ผมพาผมซ้อนจักรยานปั่นไปเที่ยวบ้านย่าเนื่องจากเป็นวันหยุดเรียนวันเสาร์ บ้านย่าผมอยู่ซอยตรงกันข้ามกับซอยบ้านแม่ผม เรียกว่าซอยหลังโรงพยาบาล ส่วนซอยบ้านแม่ผมจะเรียกกันว่าซอยหน้าโรงพยาบาล โรงพยาบาลนี้มีชื่อว่า โรงพยาบาลเจ็ดเสมียน แม่เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนนั้น กำนันของตำบลเจ็ดเสมียน ได้ไปหลอกทางจังหวัดว่าตำบลเจ็ดเสมียนนั้นเป็นอำเภอแล้วก็ต้องการมีโรงพยาบาลไว้รักษาคนในอำเภอของตัวเองสักแห่ง ทางจังหวัดจึงได้จัดสรรงบประมาณมาสร้างให้จนแล้วเสร็จ สาเหตุที่ต้องหลอกก็เพราะว่าในสมัยนั้นถ้าเป็นเขตตำบลทางตัวจังหวัดจะไม่สร้างโรงพยาบาลให้แต่จะทำเป็นศูนย์อนามัยแทน เรื่องมาแดงเอาก็ตอนที่โรงพยาบาลเริ่มเสร็จเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้กลายเป็นโรงพยาบาลประจำตำบลไปแทนที่จะเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ นับว่าเป็นความฉลาดแกมโกงของกำนันที่ทำให้คนในตำบลมีสุขภาพที่ดีและยังใช้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นที่พึ่งกับคนทั่วไปไม่เว้นแม้แต่กับตำบลใกล้เคียง
ผมก็งงกับแม่ว่าแล้วเขาไม่ได้ตรวจก่อนหรอกเหรอก่อนที่จะสร้าง แต่แม่ก็ไม่ได้ตอบว่าอะไรเพียงแต่บอกว่ากำนันคนนั้นเขาเก่ง ใครที่เป็นนักเลงจะกลัวแกทุกคน เพราะถ้ามีเรื่องกันทีแกจะไปหายันบันไดบ้านเลยทีเดียว ดังนั้นไม่แปลกเลยที่คนสมัยก่อนจะนับถือแกมาก แม้แต่ทุกวันนี้ในช่วงแห่ดอกไม้ท้ายสงกรานต์ที่จัดเป็นงานประจำตำบลก็จะมีรูปของกำนันคนดังกล่าว ถูกตั้งอยู่บนรถร่วมไปกับขบวนรถดอกไม้ที่ตบแต่งประกวดประชันเรียงรายไปตามท้องถนน
แม่ผมปั่นจักรยานผ่านซอยดินลูกรังที่โค้งวกวนไปไม่นานก็ถึงบ้านย่า ประตูบ้านย่าทำด้วยสังกะสีแผ่นใหญ่ตอกติดกับไม้ ไว้เลื่อนออกเพื่อเปิดปิดประตู ที่มุมประตูมีแม่กุญแจเล็กๆ คล้องไว้นานจนเห็นสนิมเกาะเหมือนไม่ได้ถูกใช้งานรั้วบ้านเป็นต้นไม้ปลูกทึบเป็นแนวยาวโดยรอบ ทางเข้าตั้งแต่หน้าบ้านโรยด้วยหินกรวดเม็ดเล็กไปจนถึงหน้าบันได ลักษณะบ้านเป็นบ้านไม้ทรงไทยประยุกต์สองชั้น ชั้นล่างเป็นใต้ถุนมีแคร่ไม้ไผ่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว หน้าบ้านมีโอ่งมังกรตั้งเรียงกันอยู่เกือบสิบใบมีถุงพลาสติกครอบอยู่ เป็นโอ่งที่ย่าใช้ทำน้ำปลากินกันเองภายในบ้าน โดยจะทำมาจากหัวปลาที่เอามาหมักๆไว้ ผมเคยลองไปแงะพลาสติกเล่นเพื่อดูข้างใน พบว่านอกจากมันจะมีกลิ่นเค็มที่รุนแรงแล้ว ยังจะพบเห็นหนอนตัวใหญ่สีขาวขุ่นแหวกว่ายไปมาอยู่ในน้ำปลาของย่าอย่างสนุกสนานก่อนที่จะนำมากินหรือนำมาใช้ประกอบอาหารย่าจะกรองน้ำปลาที่ว่าใส่ผ้าขาวบางจากโอ่งลงขวดแล้วก็นำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนจะเอามากิน รู้สึกว่ารสชาติก็อร่อยดีเหมือนกัน
บริเวณหน้าบ้านของบ้านย่าจะเต็มไปด้วยต้นไม้ต้นใหญ่มากมายต้นมะพร้าวพันธ์เตี้ยถูกปลูกอยู่ด้านหน้าติดกับศาลพระภูมิสองสามต้น ด้านทิศตะวันตกมีต้นไผ่สูงท่วมหัวปลูกอยู่เป็นรั้วธรรมชาติ ต้นมะม่วงต้นใหญ่ถูกปลูกแซมไปทั่ว ข้างๆโอ่งมังกรมีพืชสมุนไพรที่ปลูกปะปนกันไป โดยปู่ผมชอบที่จะเอามาปลูกประดับไว้ ที่สะดุดตาผมก็จะเป็นต้นตะขาบที่ผมมักจะเด็ดใบมันมาเล่นเพราะจะมีลักษณะใบที่เหมือนตัวตะขาบไต่ออกมาเป็นพุ่ม ที่ชอบมากที่สุดก็จะเป็นต้นเชอร์รี่ที่อาปลูกไว้ตรงมุมบ้าน ถึงต้นจะไม่ใหญ่นักแต่ก็จะมีลูกแดงๆ ให้เราได้เก็บกินกันตลอด และก็มักจะมีรังนกที่ไปสร้างเอาไว้อยู่เป็นพุ่มหลายรัง ผมมักจะแอบเอาไม้แหย่หรือไม่ก็พยายามมองเข้าไปด้านในเห็นลูกนกตัวแดงๆแล้วก็รู้สึกสนุกดี
ผมวิ่งตะโกนเรียกย่าตั้งแต่ยังวิ่งไม่ถึงบันไดบ้าน เห็นย่านั่งอยู่ตรงเชิงบันไดยิ้มตอบลงมา ผมจึงยกมือสวัสดี ก่อนจะตักน้ำจากโอ่งเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงบันไดล้างเท้าและเดินขึ้นไปชั้นบน ส่วนแม่เดินจูงจักรยานไปจอดยังใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน อาหยงลูกของย่าเดินมาพร้อมกับน้ำและขนมในโหลพลาสติก ผมไหว้รับก่อนจะหยิบเอาขนมใส่ปากโดยที่ไม่ต้องรอให้ชวนกิน ย่าเดินลงบันไดไปส่วนผมก็เดินหาของกินในครัวกับอาหยงสองคน
อาหยงเป็นสาวโสด หน้าตาดี มีชายหลายคนทั้งแก่และหนุ่มมาสู่ขออาหยงกับย่า แต่ย่าก็ไม่ได้ตกลงยกให้กับใครและตัวอาหยงเองก็ไม่ได้สนใจด้วย อาหยงมีอาชีพเป็นช่างตัดเสื้อ ผมเองก็ได้ฝึกปรือฝีมือการเย็บผ้ามาบ้างพอสมควรจากอาหยง ที่เป็นชิ้นเป็นอันก็เป็นกระเป๋าใส่เงิน ถ้าจะเรียกให้ถูกก็คงต้องเรียกว่ามันเป็นถุงผ้าใส่เงินซะมากกว่า มันทำมาจากเศษผ้าที่เหลือจากการตัดผ้าของอาหยงเอามาตัดเป็นถุงเหมือนถุงก๋วยเตี๋ยวด้านบนร้อยผ้าเป็นเชือกเหมือนที่ผูกกางเกง เวลาจะมัดก็ดึงรูดให้ตึงแล้วก็มัด ใช้งานได้ดีอยู่เหมือนกัน
ผมเดินเล่นไม่นานนัก ย่าก็เรียกให้ผมไปหยิบแหนบที่เชี่ยนหมาก(ตะกร้าที่ใส่หมากของคนแก่) ซึ่งแกมักจะเหน็บเอาไว้ จากนั้นจึงเดินลงบันไดไปหาย่า เห็นย่านั่งคุยอยู่กับแม่ที่แคร่ใต้ถุนบ้าน
"มาถอนผมหงอกให้ย่าหน่อยสิ" เสียงย่าบอกผม
"ครับ" ผมตอบ ก่อนจะเดินอ้อมขึ้นไปบนแคร่
แหนบอันเล็กบนมือผมแหวกไปบนเรือนผมของย่า ทุกครั้งที่มาเที่ยวบ้านย่า ย่ามักจะใช้บริการการถอนผมหงอกของผมเสมอ ผมเองก็ไม่เคยเบื่อเพราะจะได้รับเศษสตางค์จากย่า พอยิ่งโตก็จะยิ่งหัวหมอขึ้นเริ่มมีการต่อรองราคา จากสิบเส้นหนึ่งบาท เป็นห้าเส้นหนึ่งบาท แต่ย่าเองก็ไม่ได้ว่าแถมยังให้เยอะกว่าที่ขอไว้ซะอีก ย่ามักจะชอบให้ผมถอนผมหงอกให้เพราะว่าผมมักจะถอนอย่างละเอียดคือไล่ตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง และเวลาถอนก็จะถอนทีละเส้นไม่ดึงออกมาเป็นกลุ่ม ทำให้ย่าไม่เจ็บ การถอนผมหงอกมันสนุกตรงการค้นหาว่าผมหงอกแต่ละเส้นมันซุกซ่อนอยู่ตรงไหน บางครั้งก็เจอแบบหงอกแค่ครึ่งเส้นบ้างจนต้องถามย่าก่อนว่าจะให้ถอนเลยหรือว่ารอให้มันขาวจนหมดก่อน บางเส้นที่ถอนยากเหลือเพียงโคนสั้นๆ ผมก็จะพยายามเอาแหนบแหย่คีบออกมาจนได้ ยิ่งเจอเส้นใหญ่ยิ่งสนุกเพราะเวลาถอนออกมาปุ๊บย่าจะรีบเอามือเกาหัวแกรกๆ ทันทีด้วยความคัน
ผมหงอกที่ถอนออกมาได้ผมก็จะเอามากองรวมกันที่พื้น เวลาถอนเสร็จก็จะหยิบเป่าเล่นให้มันลอยไปกับลม มีบางครั้งที่ถอนจนย่าหลับไปเลย คงจะด้วยความเพลินในอารมณ์
ใกล้เวลาเย็นผมก็จะมักจะขอให้แม่พากลับบ้านเพราะห่วงจะไปวิ่งเล่นกับพวกไอเอ๋ในตอนเย็น ต้องคะยั้นคะยออยู่นานกว่าที่แม่จะพากลับ ก่อนกลับก็จะได้ขนมกับพืชผักที่อาหยงเตรียมเอาไว้ให้ใส่ถุงกลับบ้าน ผมจะรีบวิ่งไปจูงจักรยานมาทำเหมือนรอแม่ด้วยความรีบไม่เหมือนกับขามา รีบไหว้ย่ากับอาและจูงมือแม่ให้มาปั่นจักรยานกลับ
นั่งซ้อนท้ายจักรยานเกาะเอวแม่ยังไม่ทันพ้นซอยบ้านย่าก็เจอกับรถขายไอติมตัดที่สวนมา
"แม่จอดด้วยๆๆ" ผมตะโกนบอกแม่พร้อมกับกระตุกมือดึงเสื้อแม่กลัวแม่จะไม่จอด
แม่จอดจักรยานยังไม่หยุดดีผมก็กระโดดลงพร้อมกับตรงไปยังรถขายไอติม สั่งไอติมตัดมาสองอัน ก่อนจะวิ่งกลับเอามาให้แม่หนึ่งอัน แต่แม่ให้ผมถือไว้ก่อนเพราะต้องปั่นจักรยานกลับบ้าน
ไอติมรสชาติอาจธรรมดา แต่สำหรับไอติมแท่งนี้สำหรับผมคุณค่ามันมากกว่านั้น เพราะมันซื้อมาด้วยเงินของผมที่ได้มาจากการถอนผมหงอกให้ย่า และที่สำคัญผมสามารถซื้อมาให้แม่กินได้อีกด้วย
รถจักรยานวิ่งคดเคี้ยวไปตามซอยดินลูกรัง เด็กน้อยคนหนึ่งนั่งซ้อนท้ายจักรยานคันนั้นถือไอติมอยู่สองมือ ที่มือหนึ่งถูกดูดจนเห็นไม้โผล่ออกมา หยดน้ำไอติมสีชมพูเลอะเต็มมือส่วนอีกมือประคับประคองไอติมอีกแท่งที่เริ่มละลายหยดลงไปบนมือของเขา คนขับรถผ่านไปมาอาจมองเห็นว่าเด็กอะไรตะกละเสียจริง แต่แท้จริงแล้วคงไม่รู้หรอกว่าเด็กคนนั้นกำลังพยายามที่จะไม่ให้ไอติมที่เขาซื้อมาด้วยเงินของเขาเองละลายหายไปก่อนที่คนที่เขารักที่สุดจะได้กินมันนั่นเอง...