สายวันหนึ่งผมออกไปเดินเล่นที่บ้านของไอเอ๋ หลังจากที่กวาดบ้านและถูบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม้ผมจะมองว่าเป็นงานของผู้หญิงและอิดออดว่าจะไม่ทำ แต่แม่ผมก็มักจะให้ผมทำเป็นประจำโดยเฉพาะในเช้าวันหยุดที่ไม่มีเรียน โชคดีที่ไม่สอนให้ผมทำกับข้าวไปด้วยไม่งั้นอนาคตคงจะเป็นพ่อศรีเรือนที่ดีพร้อมเหมือนผ้าพับไว้เป็นแน่
ไปถึงหน้าบ้านไอเอ๋ ก็เห็นไอเอ๋กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงภาพสติ๊กเกอร์โงกุนหรือที่เด็กๆอย่างเราเรียกกันว่ารูปลอกจนติดปาก คำที่ว่ามาจากการที่เวลาจะเอาไปแปะก็ต้องแกะกระดาษด้านหลังหรือลอกกระดาษด้านหลังออกนั่นเองไอเอ๋เงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นผม พร้อมกับชวนให้มาดูรูปลอกพิเศษที่พึ่งซื้อมาได้อย่างตื่นเต้น รูปลอกพวกนี้มักจะแถมมากับกล่องขนมโดราเอม่อนสีฟ้า ในกล่องจะมีภาพสติ๊กเกอร์นี้อยู่ประมาณสิบใบ พร้อมกับถุงใส่ช็อกโกแลตลูกกลมๆประมาณสี่ห้าลูก แต่บ่อยครั้งที่ไอเอ๋ซื้อมาก็จะเอาแต่รูปลอกอย่างเดียวไม่ได้สนใจขนม ก็จะเป็นบุญปากของผมที่จะเอามาเคี้ยวเล่นอย่างเอร็ดอร่อย
ข้างกล่องขนมโดราเอม่อนจะมีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า ขนมช็อกโกแล็ตแถมภาพสติ๊กเกอร์ พอแกะออกมาดูรู้สึกว่าขนมช็อกโกแลตที่ว่าน่าจะกลายเป็นของแถมซะมากกว่าเพราะคนซื้อไม่ค่อยจะสนใจกับมันเลย รูปลอกพวกนี้จะมีหมายเลขติดอยู่ที่ด้านหลังซึ่งมันจะบอกตำแหน่งการแปะ โดยจะต้องไปซื้อสมุดสำหรับแปะสะสมรูปลอกพวกนี้มาอีกราคาประมาณเล่มละสิบห้าบาท ในสมุดนั้นก็จะมีหมายเลขพร้อมกับพื้นที่ว่างให้แปะรูปลอกลงไป ถ้าสะสมจนครบก็จะสามารถนำไปแลกเป็นของเล่นที่ประกาศไว้ในสมุดได้ ยิ่งสะสมเยอะหรือหลายเล่มของเล่นก็ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ผมเองไม่เคยสะสมได้แต่ดูไอเอ๋ที่เฝ้าสะสมเรื่อยมา แต่เวลาไอเอ๋ได้ของเล่นที่แลกมาก็มักจะเอามาแบ่งกันเล่นประจำ
ช่วงแรกที่เริ่มสะสมกันไปเรื่อยๆ ได้แต่ภาพซ้ำกันไปซ้ำกันมาจนไม่แน่ใจว่า มันหลอกเราหรือเปล่าจนมาพบว่าในสมุดนั้นบอกที่อยู่เพื่อที่ให้เรานำภาพไปแลกกับภาพที่ต้องการได้โดยส่งทางไปรษณีย์ ทำให้เริ่มมีความมั่นใจสะสมต่อไป แต่ก็มีกฏที่ว่าห้ามแลกภาพพิเศษ (ไม่งั้นความพิเศษมันก็หมดไปน่ะสิ) จนใกล้ครบกำหนดเวลาที่ระบุไว้ เมื่อรู้สึกว่าหาไม่ทันก็จะเอารูปลอกที่จะแลกนั้นใส่ซองสอดแสตมป์และซองเปล่าพร้อมเขียนหมายเลขภาพที่ต้องการ ไม่นานนักก็ได้รับของ หลังจากที่สะสมครบก็ต้องส่งสมุดไปตามที่อยู่ในสมุดนั้นอีกครั้ง จึงจะได้ของเล่นกลับมาพร้อมกับสมุดที่มีรอยปากกาขีดทับไปบนสติ๊กเกอร์ทุกใบที่แปะไว้ คงจะกลัวว่าเราจะเอาไปส่งใหม่อีกครั้งกระมัง
รูปลอกพิเศษที่ไอเอ่เอามาให้ผมดูเป็นรูปลอกที่สะท้อนแสง เวลาจับภาพทำมุมสะท้อนกับแสงจะเห็นมันวิบวับสวยงาม ซึ่งจะหาได้ยากมาก บางครั้งซื้อขนมมาเป็นสิบกล่องก็ยังไม่ได้ ภาพพิเศษเหล่านี้ทำให้พวกผมตื่นเต้นกันมากเพราะนานๆจะเจอสักที แถมแต่ละภาพก็เป็นภาพที่สวยงาม ผมเฝ้าดูไอเอ๋สะสมบางครั้งซื้อสองกล่องก็ได้ภาพซ้ำกันไปซ้ำกันมา ดังนั้นวิธีที่เด็กอย่างเราจะสะสมได้เร็วขึ้นก็เช่นการเปลี่ยนกันระหว่างคนที่สะสมสมุดภาพเหมือนกันบางคนมีภาพที่เราไม่มีและเรามีภาพที่เขาไม่มีก็สามารถเอามาแลกกันได้ บางครั้งถ้าเขามีภาพที่เราต้องการแต่เราไม่มีภาพที่เขาต้องการไปแลก เราก็ต้องแลกด้วยภาพอื่นๆในปริมาณที่อีกฝ่ายพอใจเช่นสิบใบต่อหนึ่งใบแต่สำหรับวิธีที่จะเป็นที่สนุกสนานสำหรับเด็กๆอย่างเราเป็นอย่างมากก็คือ การเขี่ยรูปลอก นั่นเอง
กติกาที่เขี่ยรูปลอกก็ไม่มีอะไรมาก ผลัดกันเอารูปลอกลงมาคนละใบ วางด้านที่มีภาพไว้ด้านบนจากนั้นก็เอารูปลอกอีกใบถือในมือเขี่ยรูปลอกสองใบบนพื้นนั้น โดยถ้ารูปลอกที่เขี่ยอยู่ในสถานะที่ใบหนึ่งคว่ำและอีกใบสามารถทับไปบนใบนั้นได้ คนที่เขี่ยทับได้ก็จะได้รูปลอกอันนั้นไปครอบครอง สูตรการเขี่ยก็จะเป็นทักษะส่วนตัวที่ต้องฝึกปรือ บางครั้งมีมุมหรือจุดที่เหมาะสมทั้งๆที่รูปลอกสองอันยังหงายทั้งคู่ ก็สามารถที่จะกินกันได้ในการเขี่ยเพียงครั้งเดียว
ทุกวันนี้เมื่อเห็นขนมกล่องที่แถมสติ๊กเกอร์อยู่ในร้านค้า ผมก็มักจะไปซื้อมาดูเล่น เมื่อเทียบราคากับการที่มันสามารถทำให้ผมย้อนอดีตไปนึกถึงเรื่องราวตอนเด็กๆ ได้มันก็คุ้มค่าเกินพอ สติ๊กเกอร์ในกล่องส่วนใหญ่จะมีสีสันสวยงามประกายระยิบระยับเหมือนกับภาพพิเศษของสมัยก่อน ผมแปลกใจที่ในกล่องมีแต่ภาพที่มีประกายเหล่านี้ทุกภาพ ภาพธรรมดานั้นกลับหายากแทนหรือไม่แน่ก็อาจจะไม่มีเลย
ความพิเศษของรูปลอกในอดีตที่สะท้อนแสงระยิบระยับในปัจจุบันคงไม่มีแล้วเพราะมันสามารถหาได้อย่างง่ายดายเด็กสมัยนี้คงจะไม่รู้ว่าการได้มาของสติ๊กเกอร์ที่มีประกายระยิบระยับในอดีตมันจะมีมันจะให้ความรู้สึกเช่นไร เพราะเขาเองได้มาจนเป็นเรื่องธรรมดา คงจะเหมือนกับคำพูดที่ว่า สิ่งที่ได้มาอย่างง่ายๆ ความสำคัญของสิ่งนั้นมันก็ด้อยค่าลงไป แม้แต่สติ๊กเกอร์ธรรมดาๆ ก็ยังเป็นไปตามกฏเกณฑ์นี้ เฉกเช่นเดียวกัน....
ชอบแบบเก่าๆเหนี่ยวๆตากลม(มีสเป็ก)
ส่วนของเรา ติ๊กเกอร์นั้นมันมาจากซองหมากฝรั่ง