ช่วงเวลาในห้องน้ำ นับว่าเป็นเวลาที่ผมชื่นชอบมากที่สุด เพราะมันทำให้ผมรู้สึกสดชื่นและเย็นสบายหลังจากที่กลับมาจากการวิ่งเล่นในแต่ละวัน บางครั้งก็ผ่อนคลายโล่งสบายไปกับการปลดเปลื้องห้วงแห่งความทุกข์ที่อุดอู้อยู่ในร่างกาย
ห้องน้ำที่บ้านของผมมีอยู่สองแห่ง ที่แรกผมเห็นมาตั้งแต่เด็กเป็นห้องน้ำที่อยู่ตรงหลังยุ้งข้าว มุงด้วยสังกะสีสี่ด้าน ด้านบนเป็นหลังคามุงด้วยสังกะสีเก่าๆ เช่นกัน มีแสงแดดลอดออกมารำไรตามรูต่างๆบนสังกะสีถ้าแดดจัดจะมองเห็นเป็นลำแสงพาดพ่านเหมือนแสงเลเซอร์สีขาวใส ทำให้เวลาผมเข้าส้วมจะต้องค่อยๆ เดิน มุด คลาน รอด ผ่านไปตามแสงเหล่านี้ กว่าจะถึงโถส้วมก็กินเวลาไปนานเหมือนกัน
เวลาฝนตกผมมักชอบเข้ามาทำกิจส่วนตัวในห้องนี้ เพราะจะได้เห็นสายฝนที่หล่นผ่านรอยแยกของสังกะสีหยดลงมาเป็นสาย เวลาอึทีก็ต้องคอยหลบไปมาเป็นที่สนุกสนาน ยิ่งพอมีลมพัดแรงๆ จะพัดเอาฝาสังกะสีที่มุงไว้สั่นไปมา เสียงดังของสายฝนที่สาดถูกสังกะสี ไพเราะจับใจจนแทบจะทำให้ลืมไปว่าเรามานั่งทำอะไรอยู่ ณ สถานที่แห่งนี่
ที่ห้องน้ำเก่านี้จะมีกบเป็นสิวอยู่สองสามตัว นั่งแอบอยู่ตรงไม้ขัดส้วม ผมมักจะเปิดมาดู ก็เห็นมันอยู่ตรงจุดเดิมเป็นประจำ มันไม่เคยหนีออกไปไหน ทำให้สงสัยในใจเหลือเกินว่ามันกินอะไร มันคงจะไม่กิน.. ที่ผมเบ่งออกไปหรอกนะ เพราะผมเองก็จำได้ว่าผมราดลงส้วมก่อนออกทุกครั้งไป
พูดถึงเรื่องกบมีสิวพวกนี้ทำให้นึกขึ้นมาได้ พวกมันนี้ก็ซนอยู่เป็นประจำ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมปวดอึมากทนไม่ไหววิ่งเข้ามาที่ส้วม แต่ปรากฏว่ายังอึไม่ได้ เพราะไอเจ้าพวกนี้มันยึดเอาน้ำบ่อน้อยในแอ่งส้วมเป็นสระน้ำส่วนตัว แหวกว่ายเล่นอย่างสบายอุรา แต่จะว่าไปก็เหมือนกับว่ามันจะตะเกียกตะกายหาทางออกขึ้นมาอยู่เหมือนกัน ผมจึงต้องพยายามเอาไม้มาเขี่ยๆ มันขึ้นมา แม้ว่าจะค่อนข้างยากเนื่องจากขนาดของตัวมันก็พอๆ กับแอ่งน้ำนั้น จนบางครั้งแทนที่มันจะยอมขึ้นมาแต่โดยดีดันกลับดำน้ำหายไปพักใหญ่
ผมขนลุกตั้งชันนึกถึงคำที่ว่า หนาวขี้ พึ่งจะรู้ซึ้งว่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง เกือบจะระเบิดอารมณ์ปิดทางออกของเจ้าพวกจอมซนพวกนี้ซะ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีห้องส้วมอีกห้อง จึงรีบระเห็จเดินตัวเกร็งจากไป
ห้องน้ำอีกห้องของผม พ่อเป็นคนสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นห้องน้ำผนังปูน พื้นปูกระเบื้อง หลังคายังคงคอนเซ็ปเดิม คือมุงสังกะสี ผมเองก็มีเรื่องสนุกเกี่ยวกับห้องน้ำนี้เหมือนกัน เนื่องจากห้องน้ำนี้พื้นปูกระเบื้อง ผมจึงมักจะชวนไอเอ๋มาอาบน้ำด้วยกันบ่อยๆ อย่าคิดลึกไปนะครับ จริงๆแล้วพวกเรามักจะชอบเล่นสไลเดอร์กัน
สไลเดอร์แปลว่าอะไร ผมกับไอเอ๋ ก็ไม่ค่อยจะใคร่รู้หาคำตอบกันนัก เพียงแต่รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่ไหลลื่นไปได้ดังใจนึก อุปกรณ์การเล่นของเราไม่ต้องการอะไรมากนัก นอกจากพื้นห้องน้ำที่ราดด้วยน้ำจนเปียกชุ่มและร่างกายอันเปล่าเปลือยของพวกเราสองคน ผมกับไอเอ๋จะนอนคว่ำหน้าไปบนพื้นห้องน้ำขาหดย่อยันไว้กับผนังห้องน้ำด้านหนึ่ง ก่อนจะยันขาเหยียบไปที่ผนังอย่างรวดเร็ว ปล่อยร่างกายเป็นอิสระพุ่งไปด้านหน้าอย่างฉับพลันและหยุดลงตามแรงเสียดทานที่เป็นพลังงานต้านเราไว้ ยิ่งไถแรงยิ่งมัน พอรู้สึกว่าแสบๆหน้าอกก็จะเอาน้ำราดไปกับพื้นห้องน้ำอีกครั้ง เพื่อลดแรงเสียดทาน ถ้าจะให้ดีก็จะฟอกสบู่ให้ทั่วตัวจะทำให้ไหลดียิ่งขึ้น เรามักจะแข่งกันว่าใครจะไปถึงอีกฝั่งได้เร็วกว่ากันเป็นฝ่ายชนะ ระยะทางก็ไกลขนาด ผู้ใหญ่ก้าวขาห้าก้าวถึง แต่ช่วงกว้างแค่นี้ก็ทำให้เราสองคนสนุกกันได้เป็นประจำ
ช้างน้อยของเราสองคนถูไถไปกับพื้นโดยไม่ได้รับการเหลียวแล อาจจะเพราะการเล่นของเราสนุกจนลืมความเจ็บและยังไม่เห็นประโยชน์ของมันนอกจากการที่มันฉี่ได้กระมัง
ห้องน้ำห้องใหม่ของผม ให้ความสนุก แต่ผมก็ไม่เคยลืมห้องน้ำห้องเก่าของผม เพราะเวลาเข้าส้วมทีไร ผมมักจะไปเข้าห้องน้ำห้องเก่าเป็นประจำ แต่กาลเวลาที่ผ่านไปอะไรต่อมิอะไรก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน
ห้องน้ำห้องเก่าของผมถูกรื้อทิ้งไปไม่นานนักตั้งแต่ผมยังเด็ก พ่อบอกว่ามันเก่า สกปรกและใช้ไม่สะดวก พ่อบอกกับผมว่ามันไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้และอีกอย่างเราก็มีห้องน้ำใหม่แล้ว ผมไม่อยากจะเชื่อเลยเพราะสิ่งที่พ่อบอกว่าไม่ดีนั้น ผมว่ามันไม่ใช่ข้อบกพร่องเสมอไป
กบมีสิวพวกนั้นจะไปอยู่ที่ไหนกัน เวลาอึตอนฝนตกก็จะไม่มีน้ำฝนรั่วให้เราได้หลบ เวลาจะมองวิวด้านนอกเวลาอึก็ไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีรูรั่วตามฝาสังกะสีอีกแล้ว เวลาราดส้วมอึของเราจะไม่กลับมาผลุบๆโผล่ๆล้อเล่นกับเราเหมือนเคย เสียดายความรู้สึกดีๆเหล่านี้ ที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นข้อบกพร่องของมัน
ข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆ สามารถมองให้มันเป็นความสนุกของเด็กอย่างเราได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ทำไมผู้ใหญ่ถึงได้เครียดกันนักนะ มองข้อบกพร่องให้เป็นเรื่องสนุก ผมว่าไม่นานชีวิตของเราคงมีความสุขไปกับข้อบกพร่องต่างๆ ได้ ไม่มากก็น้อยล่ะนะครับ....