แสงอรุณสีทองจับขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออก ริ้วของแสงดูอ่อนโยนและนุ่มละมุน ผมเดินถือขันใส่บาตรพระตอนเช้ากลับมาจากบ้านของไอเอ๋ ด้วยความอิ่มบุญท่ามกลางสายหมอกยามเช้าที่ค่อยๆละลายหายไปตามแสงที่เริ่มสว่างขึ้น ไอควันลอยกรุ่นออกมาจากกระทะที่แม่ของผมนั่งทอดปลาอยู่ตรงหน้าบ้าน กลิ่นหอมของปลาทอดลอยเตะจมูกจนชวนให้ผมเร่งเดินกลับให้เร็วขึ้น
เสียงกระทะยังคงดังเป็นจังหวะตามทิศทางตวัดตะหลิวของแม่อย่างชำนาญ เคยนึกจนเอาไปฝันว่าแม่เป็นจอมยุทธหญิงในยุทธภพที่มีอาวุธประจำกายเป็นตะหลิว (ชื่อออกจีนดีเหมือนกัน) คอยตะหวัดไล่ฆ่าเหล่าร้ายในฝันเพื่อปกป้องลูกน้อยอย่างผม เป็นฝันดีที่แปลกพิลึก
ไข่สองฟองรอตอกเพื่อเจียวในชามใบใหญ่ ผมรีบขอแม่ทำเอง ไม่ใช่จะมาขยันอะไรนักหรอก เพียงแต่วันนี้ผมนัดกับไอเอ๋ว่าจะเอาไข่มาทำเป็นตุ๊กตาล้มลุกเล่นกันเท่านั่นเอง
ผมค่อยๆ เอาช้อนกะเทาะไปด้านบนของเปลือกไข่พยายามเจาะให้เป็นรูขนาดเล็กประมาณเท่านิ้วโป้งมือ จากนั้นจึงเอาด้ามช้อนแหย่เข้าไปด้านในกวนให้ไข่แดงแตก ก่อนจะเทลงไปในชามกระเบื้อง เนื้อไข่ขาวผสมไข่แดงข้นเหนียวไหลยืดตกลงไปในชามอย่างเชื่องช้า ผมทำอย่างเดิมกับไข่อีกฟองหนึ่ง ก่อนจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่ในการเจียวต่อไป
เปลือกไข่ที่ได้ผมนำมาล้างน้ำทั้งภายในและภายนอกให้สะอาด จากนั้นจึงนำไปผึ่งแดดและลมรอให้แห้งที่แคร่หน้าบ้าน ช่วงเวลารอคอยก็จัดการทานข้าวเช้ากับปลาทอดและไข่เจียวอย่างเอร็ดอร่อย
แดดอ่อนๆและลมเย็นๆพัดผ่านไปไม่นานนัก เปลือกไข่ก็แห้งสนิท ผมเก็บและนำไปบ้านไอเอ๋ทันที
ไข่ไก่ของไอเอ๋ถูกผึ่งลมไว้อยู่ที่หน้าบ้านเช่นกัน ขนาดไม่ใหญ่มากนัก รูด้านบนที่เจาะเอาไข่ขาวและไข่แดงออกดูเหมือนจะใหญ่กว่าของผมเล็กน้อย
ไข่เอ็งทำไมใหญ่จังวะ ไอเอ๋ถามเสียงอู้อี้ เพราะในปากเต็มไปด้วยข้าวเช้าที่ยังทานไม่เสร็จ
แม่ข้าซื้อแต่ฟองใหญ่ว่ะ ผมตอบพร้อมกับโชว์ไข่ในมือ
เดี๋ยวรอข้ากินข้าวแป้บนึง ค่อยทำพร้อมกัน ไอเอ๋รีบตักข้าวเข้าปาก
ผมพยักหน้าแทนคำตอบ
หลังไอเอ๋กินข้าวเสร็จ เราสองคนก็เริ่มทำตุ๊กตาล้มลุกจากไข่กัน โดยอุปกรณ์และวิธีทำก็แสนง่าย อุปกรณ์ที่ไอเอ๋เตรียมไว้ก็คือ เปลือกไข่ไก่ที่เจาะเอาไข่ขาวออกแล้วล้างให้สะอาด, ดินเหนียวที่หาได้ริมคลอง, เศษกระดาษและกาวหรือเทปใสเอาไว้แปะตรงรูที่เจาะไว้, สีเมจิ เอาไว้แต่งแต้มสีสันลงไปบนเปลือกไข่
เราเริ่มต้นเดินไปยังริมคลองควักเอาดินนิ่มๆที่อยู่ริมคลองมาก้อนหนึ่ง นำมาขยำเอาเศษใบไม้และกิ่งไม้ที่ติดมาออก จากนั้นก็หยิบดินมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆก้อนหนึ่งยัดลงไปไข่ ตรงรูที่เราเจาะไว้ ช่วงนี้ต้องค่อยๆยัดเข้าไปเพราะถ้าแรงไปอาจจะทำให้รูที่เราเจาะเอาไว้นั้นขยายใหญ่จนร้าวแตกได้ ใส่ลงไปไม่ต้องมากนักจากนั้นก็เอาไม้เล็กๆมาเขี่ยให้ก้อนดินด้านในไข่ลงไปอยู่ตรงก้นแล้วลองตั้งไข่ดู ถ้าไข่สามารถตั้งตรงได้ก็พอ ถ้ายังตั้งไม่ตรงก็ค่อยๆใส่ดินเข้าไปอีกหรือไม่ก็เอาเศษไม้เขี่ยดินที่อยู่ในไข่ให้สมดุลกัน ช่วงนี้ต้องอาศัยความใจเย็นพอสมควร
เมื่อไข่เราตั้งตรงได้ก็นับว่าเกือบเสร็จแล้ว หลังจากนี้ก็เอาไปผึ่งแดดอีกครั้งให้ดินข้างในแข็งตัว ช่วงเวลารอคอยเราก็เอาเศษกระดาษมาตัดทำเป็นรูปหมวกเล็กๆ เพื่อปิดรูที่เจาะไว้บนเปลือกไข่ จะออกแบบเป็นหมวกแบบไหนก็ตามแต่จินตนาการ แบบง่ายสุดก็ตัดกระดาษเป็นวงกลมและม้วนเป็นกรวยแหลมเหมือนหมวกของแม่มดนั่นเอง
หลังจากดินในไข่เริ่มแข็ง เราก็นำมาล้างเศษดินที่ยังคงติดอยู่ด้านนอกของเปลือกไข่ แล้วจึงเอาหมวกกระดาษที่ทำไว้ทากาวแปะไปบนรูเจาะบนเปลือกไข่ จากนั้นก็เริ่มระบายสีเมจิกลงไปบนเปลือกไข่ วาดเป็นหน้าตาตามแต่ความชอบและจินตนาการ
เราทดลองนำนิ้วจิ้มไปบนเปลือกไข่เบาๆ ตุ๊กตาของเราก็จะกลิ้งหมุนขลุกขลิกไปมาก่อนจะตั้งตรงเหมือนเดิม เล่นอย่างเดิมไปเรื่อยๆก็คงสนุกได้ไม่นานนัก เราจึงเริ่มจัดการแข่งขันขึ้น เป็นต้นว่า ตุ๊กตาใครสามารถตั้งตรงได้เร็วกว่ากันก็จะชนะ เลยไปถึงเล่นซูโมไข่ล้มลุกกัน
เราเล่นซูโม่ไข่กันโดยมีกติกาง่ายๆ โดยเริ่มจากเอาสีเมจิกขีดเป็นวงกลมขนาดเท่าฝ่ามือ ทำเป็นเขตไว้ถ้าไข่ของใครออกนอกเขตที่ว่าก็จะถือว่าแพ้ จากนั้นเอาไข่ของแต่ละคนมาประชันหน้ากันในสนามซูโม่จำลอง และผลัดกันโยกไข่คนละที โดยต้องเป็นไข่ของตัวเองเท่านั้น ผมโยกไข่ของผมก่อนจะปล่อยมือให้ไข่ของผมกระดกไปกระทบกับไข่ของไอเอ๋ ทำให้ไข่ของไอเอ๋กระดอนถอยหลังไปนิดหน่อย จากนั้นก็ถึงตาของไอเอ๋บ้าง เราเล่นกันอยู่หลายรอบจนเปลือกไข่เริ่มมีรอยร้าว แต่ก็ยังคงลุกตั้งตรงได้เหมือนเดิม
แม้เปลือกที่บอบบางจะแตกร้าวไปบ้างแต่ก็ยังคงพยายามตั้งตรงให้เหมือนชื่อ คนเราเองก็มีสิทธิ์ล้มเหมือนกันบางคนบอบบางล้มไปบางครั้งก็ไม่อยากจะลุก ตุ๊กตาของเราบางอันล้มแล้วลุกเร็วบางอันล้มแล้วลุกช้าแต่ก็ยังคงลุกขึ้นมาได้ ความพยายามในการลุกของแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่นั้นไม่สำคัญตราบที่เรายังลุกได้ แต่ถ้าเราล้มและไม่ยอมลุกล่ะก็ คงต้องยอมแพ้ตุ๊กตาไข่ล้มลุกของผมแล้วล่ะ...
)