น้านอง พระมาแล้ว เสียงตะโกนดังผ่านรั้วกระถินข้างบ้าน ในช่วงเช้าตรู่
ไปแล้วจ้า.. เสียงแม่ของผมตะโกนกลับ
ผมรีบกุลีกุจอหยิบขันข้าวพร้อมทัพพี ตักข้าวสวยร้อนๆในหม้อ ก่อนจะถือขันข้าววิ่งไปยังบ้านของไอเอ๋ เพื่อเตรียมตักบาตรพระสงฆ์ที่เดินบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านของไอเอ๋เป็นประจำทุกเช้า
สายลมหนาวเย็นที่ปะทะผิวกายบ่งบอกให้ทราบว่าบ้านนาของเรานั้นได้ย่างใกล้เข้าสู่ต้นหนาวแล้ว มะยมหน้าบ้านใบสีเขียวออกเหลืองเตรียมผลัดใบทิ้งเพื่อลดการคายน้ำจากอากาศที่เริ่มแห้ง คราวลมหนาวพัดผ่านทีหนึ่งใบก็หลุดร่วงปลิวหล่นลงมาเหมือนสายฝน ผมวิ่งแทรกตัวผ่านรั้วกระถินไปยังบ้านไอเอ๋ ลมหายใจที่เป่าผ่านปากลอยออกมาเป็นไอควันสีขาวตรงหน้า ผมกับไอเอ๋แกล้งหากิ่งไม้มาทำเป็นเหมือนสูบบุหรี่และพ่นลมออกมาจากปาก ลมอุ่นในร่างกายกระทบอากาศเย็นด้านนอกเป็นไอสีขาว มองไกลๆก็คงเห็นคล้ายอยู่เหมือนกัน
พระสงฆ์เดินวกกลับหลังเราใส่บาตรเรียบร้อย เนื่องจากบ้านของไอเอ๋อยู่สุดปลายทางที่พระสงฆ์ต้องเดินมาบิณฑบาต ผมกับไอเอ๋นั่งยองๆพนมมือคู่กับขันข้าวไหว้พระที่เดินลับไป
หน้าบ้านของไอเอ๋เป็นลานดินโล่ง พวกเรามักจะมาวิ่งเล่นกันเป็นประจำทุกเย็น แต่เช้าวันนี้ผืนดินโล่งนี้กลับเต็มไปด้วยสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งนอนแห้งทอดตัวยาวหลายร้อยตัว มันคือ ไส้เดือนดินนั่นเอง หน้าหนาวแบบนี้ทำให้ผืนดินแห้งและแข็ง ไส้เดือนเหล่านี้คงคลานขึ้นมาในช่วงกลางคืนที่อากาศใต้ผืนดินนั้นหนาวเย็นพอเริ่มเช้าดินแข็งกลับลงไปไม่ได้เลยนอนตายอยู่ข้างบน ผมกับไอเอ๋เข้าใจแบบนี้มาตลอด ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกมันหลายร้อยตัวจึงนอนตายเกลื่อนกลาดเช่นนี้
เริ่มสายขึ้น แสงแดดเริ่มส่องประกายความอบอุ่นให้กับเราแต่ก็ไม่มากนัก ผมกับไอเอ๋จึงชวนกันก่อกองไฟ หาเศษใบมะม่วงและกิ่งไม้ต่างๆมาสุมรวมกันก่อนจะก่อไฟกองเล็กๆและนั่งผิงอยู่ไม่ห่าง ไอพัดหมาจอมซนของผมก็เข้ามานอนแนบด้วย ทำตัวเหมือนหมาขาดความอบอุ่น เราแกล้งจับหางมันแหย่ไฟเล่นแต่ดูเหมือนมันจะไม่สนุกกับเราเลยแม้สักนิดเดียว
หน้าหนาวแบบนี้ทำให้ปากของเราแห้งและแตกเป็นขุย แม่ของผมมักจะให้ผมไปซื้อสีผึ้งมาทาปากอยู่เสมอ สีผึ้งสีแดงห่อละบาทห่ออยู่ในกระดาษเล็กๆ สีเทาหม่น เวลาจะใช้ก็เอานิ้วแตะมาป้ายปากสักสองสามทีปากจะมันวาวติดอยู่หลายชั่วโมง ก่อนจะแห้งหายไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะหายเข้าไปในปากของเราที่ชอบเลียนั่นเอง
แม่ผมมักจะใช้ซื้อของอยู่เสมอ เพราะรู้ว่าผมชอบปั่นจักรยาน ร้านค้าที่มักจะไปซื้อก็ไม่พ้นร้านที่ตั้งอยู่หน้าปากซอย ของที่แม่ใช้ให้ผมไปซื้อเป็นประจำนอกจากเครื่องใช้อื่นๆ ที่แปลกๆก็จะเป็นผ้าอนามัย แม่ค้ามักจะถามผมก่อนจ่ายเงินเสมอ
ห่อมั้ย
ด้วยความสงสัยของผมในตอนแรกว่ามันต้องห่ออะไรอีกในเมื่อผ้าอนามัยก็อยู่ในถุงพลาสติกอยู่แล้ว จึงบอกให้เขาห่อให้ ซึ่งการห่อของเขาก็เป็นเพียงการเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาม้วนเข้ากับซองใส่ผ้าอนามัยแล้วก็เอาหนังยางรัดอีกที
มารู้เอาตอนหลังว่าแม่ค้าเขากลัวว่าเด็กจะอายที่ต้องมาซื้อผ้าอนามัยให้แม่ แต่มันคงไม่ใช่สำหรับผม หลังจากนั้นเวลาแม่ผมใช้ให้ไปซื้อผ้าอนามัย ผมก็จะไม่ขอให้เขาห่อให้พร้อมกับไม่ขอใส่ถุงพลาสติก แต่จะถือปั่นจักรยานโชว์ไปซะตลอดทาง มันน่าภูมิใจไม่ใช่เหรอ เอ๊ะ หรือว่าผมคิดไปเอง..
เกี่ยวกับผ้าอนามัยถึงแม้เด็กๆ อย่างเราจะไม่สันทัดกับมันเท่าไหร่นัก แต่ก็พอจะรู้หน้าที่ของมันบ้าง ผิดกับไออาม มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่ของไออามใช้ให้ไปซื้อผ้าอนามัย ไออามก็รีบปั่นจักรยานไปหน้าปากซอยท่องยี่ห้อที่แม่บอกไปตลอดทาง แต่พอจะซื้อดันเกิดลืมว่าชื่อของมันเรียกว่าอะไร ครั้นจะเดินหาก็เกรงจะไม่ทันใจก็เลยเดินไปถามแม่ค้าที่อยู่หน้าร้าน
น้าๆ แม่ให้มาซื้อที่ปิดจิ๋ม มันอยู่ตรงไหนครับ
.....
แม่ค้าคงจะงุนงงไปสักสองสามวินาที ก่อนจะนึกได้ว่าไอที่ปิดจิ๋มที่ว่ามันคืออะไร พร้อมกับชี้ไปยังจุดที่วางไว้ และหัวเราะไปกับความไร้เดียงสาของไออาม
นั่งผิงไฟได้ไม่นานนัก แม่ผมก็ตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน ผมรีบหยิบขันข้าวและร้องเรียกไอพัดกลับเข้าบ้าน ทิ้งกองไฟที่เริ่มมอดเหลือเพียงเศษไม้และเถ้าดำๆกองอยู่ ไอเอ๋เขี่ยเศษไม้เข้าไปในกองไฟก่อนจะลุกเดินเข้าบ้านเช่นกัน ลมที่พัดมาเอื่อยๆ ทำให้ผมต้องขยับเสื้อให้แน่นขึ้นด้วยความเย็น
ฤดูหนาวทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนแปลงไป ต้นไม้ใบไม้ดูแข็งกระด้าง สัตว์และแมลงต่างๆ ไม่ออกมาให้เห็นเหมือนเช่นทุกวัน คงจะหลบหนาวอยู่ในบ้านของตัวเองกันหมด มีเพียงเสียงนกใต้ต้นสนแผง ที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วรับแสงอรุณที่เริ่มให้ความอบอุ่น
กินข้าวได้แล้วลูก เสียงแม่เรียกผมอีกครั้ง
ครับ.บ.บ.บ. ผมขานตอบเสียงยาว ก่อนจะรีบวิ่งเข้าบ้าน
หนาวนี้ผมเองก็จะหลบหนาวในบ้านผมเหมือนกัน
และหนาวนี้ที่บ้านผมก็คงจะอบอุ่นไปตลอดฤดู...
ตลกดีจัง