คราวที่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านก็ได้มีโอกาสแวะไปยังโรงเรียนสมัยประถมของผม ชื่อโรงเรียนชุมชนวัดเจ็ดเสมียน เป็นอาคารเรียนสองชั้นตึกเดี่ยวรูปตัวแอล ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของวัดเจ็ดเสมียน ด้านหลังของโรงเรียนเป็นโรงอาหารไม้ชั้นเดียว ติดกับแม่น้ำสายสำคัญของทางภาคตะวันตกสายหนึ่งก็คือ แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเกิดจากแม่น้ำแควใหญ่และแควน้อย ไหลมาบรรจบกันที่ตำบลบ้านแพรก จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะไหลผ่านราชบุรีเลยไปยังสมุทรสงครามและสิ้นสุดที่ปากอ่าวไทย
ด้านหลังของโรงเรียน เป็นพื้นที่ทำแปลงเกษตรของเด็กนักเรียน ดินพูนๆหลายกองเต็มไปด้วยกอผักบุ้ง ผักคะน้า และอื่นๆ ตามแต่ที่นักเรียนได้รับมอบหมายให้ดูแล ตัวผมเองยังจำได้เมื่อครั้งยังเรียนอยู่ จับฉลากได้ต้นผักบุ้ง ซึ่งเป็นพืชที่เลี้ยงง่ายและโตเร็ว เด็กกลุ่มอื่นที่ได้ผักคะน้า ผักกว้างตุ้ง ต่างก็บ่นกันเป็นแถบๆ เพราะเจอกับปัญหาพวกหนอนและเพลี้ยที่มากัดกินใบอยู่บ่อยๆ
พื้นที่สนามหญ้าของโรงเรียนยังคงเหมือนเดิมเต็มไปด้วยต้นหญ้าเขียวขจีจากการดูแลอย่างดีของนักการที่นี่ ที่แปลกตาไปก็คงจะเป็นต้นสนที่ถูกตัดจนเหลืออยู่น้อยต้นเต็มที และต้นหูกวางต้นใหญ่ที่ถูกปลูกอยู่ริมถนน ก็ถูกโค่นทิ้งลงไป ต้นเฟื่องฟ้าที่อยู่ริมประตูเล็ก ถูกโค่นจนหลือแต่โคนเล็กๆ เป็นอดีตให้รู้ว่าเคยมีต้นไม้ขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง ณ บริเวณนั้น แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยก็คงจะเป็นต้นเข็มที่ถูกปลูกเรียงกันเป็นแถวอยู่หน้าตึก ในช่วงพักกลางวัน ที่บริเวณต้นเข็มเรามักจะเล่นปิดแอบและเข้าไปซุกตัวอยู่ในดงต้นเข็ม เพราะยากต่อการมองเห็น พอเข้าไปเรียนต่อช่วงบ่ายนอกจากเสื้อผ้าของแต่ละคนที่เปลี่ยนจากสีขาวหม่นๆเป็นสีหม่นอมขาว ต่างคนก็ต่างเกากันคันคะเยอซะทั้งห้อง ต้นเข็มและดอกเข็มสีแดงหน้าอาคารเรียนประถมทำให้ผมนึกย้อนไปถึงการละเล่นต่างๆ ของผมเมื่อตอนสมัยเด็กๆ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับต้นเข็มมีอยู่อย่างมากมาย
เฮ้ย ของข้าได้ห้าแฉก เสียงไอเอ๋ดังออกมาจากมุมหนึ่งของพุ่มดอกเข็ม
โห หาได้ไงวะ ผมอุทาน พร้อมกับรีบวิ่งไปดู เห็นดอกเข็มสีแดงซึ่งมีกลีบดอกห้ากลีบ อยู่ในมือของไอเอ๋
ต่อไปใครหาหกแฉกได้ก่อนชนะนะเว้ย ผมรีบบอกไอเอ๋ ก่อนจะเดินไปยังพุ่มดอกเข็มด้านหน้า
ผมกับไอเอ๋เรียนอยู่คนละชั้นปี แต่ช่วงพักกลางวันเราก็มักจะมานั่งเล่นด้วยกันอยู่เสมอ ที่พุ่มต้นเข็มผมกับไอเอ๋มักจะแข่งกันหาดอกเข็มที่มีกลีบดอกห้าแฉกบ้างหกแฉกบ้าง เพราะดอกเข็มโดยทั่วไปมักจะมีกลีบเป็นสี่แฉก การเล่นที่แสนธรรมดาแบบนี้มันก็สามารถทำให้ช่วงเวลากลางวันเราสนุกได้เหมือนกัน
นอกจากจะเล่นแข่งกันหาดอกเข็มหกแฉกแล้ว ต้นเข็มนั้นยังมีผลเข็มซึ่งหาได้ยากเหมือนกัน เราเรียกมันว่าลูกเข็ม ลูกเข็มเมื่อดิบๆ จะเป็นลูกเล็กๆสีเขียวติดอยู่บนกิ่งต้นเข็ม แต่เมื่อแก่ลูกจะใหญ่ขึ้นมาอีกนิดหน่อยประมาณปลายนิ้วก้อยแต่สีจะออกม่วงๆ ผลของต้นเข็ม เราถือกันว่าเป็นของหายากมาก ดังนั้นไม่แปลกที่เราจะทดลองกินมัน รสชาติของลูกเข็มรสออกหวานเฝื่อนลิ้น
พูดถึงรสชาติของลูกเข็มทำให้เลยไปนึกถึงความหวานของน้ำหวานในดอกเข็ม ดอกเข็มทุกดอกจะมีน้ำหวานอยู่ในก้านดอก กรรมวิธีการนำมาชิมรสชาติไม่ยากนัก เริ่มแรกก็หากลุ่มดอกเข็มที่เป็นพุ่มดอกใหญ่ๆ สีสวยๆ จากนั้นก็นำมาเด็ดออกมาหนึ่งก้าน ใช้นิ้วมือกดเกสรด้านบนของดอก ก้านเกสรที่อยุ่ในด้านดอกก็จะโผล่ออกมาที่ปลายโคน จากนั้นก็ค่อยๆดึงด้านเกสรเล็กๆนั้นอย่างเบามือ เพราะว่าถ้าดึงเร็วไปอาจจะทำให้ขาดและก็อาจจะอดลิ้มลองรสชาติของน้ำหวานก็เป็นได้ ขณะที่เราค่อยๆดึงก้านเกสรออกมานั้น ก็จะมีหยดน้ำใสๆเล็กๆ ค่อยๆโผล่ออกมาจากที่โคน ค่อยๆดึงจนเกือบสุดก็ลิ้มลองรสชาติได้เลย
เมื่อปลายลิ้นสัมผัสปลายก้านดอกเข็ม หยดน้ำหวานใสหยดเล็กก็จะละลาย ซึมไปตามปลายลิ้น รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ก็จะติดปลายลิ้นสักพัก ก่อนจะเลือนหายไป จากนั้นก็เริ่มทำแบบเดิมกับดอกใหม่ ที่ต้องเลือกเอาพุ่มดอกที่ใหญ่ๆ และสีแดงสด ก็เพราะว่ามันจะให้น้ำหวานที่มากกว่าดอกที่เห็นโดยทั่วไปนั่นเอง
สำหรับดอกเข็ม เรายังสามารถนำมาทำอะไรเล่นได้อีก อย่างเช่นที่บ้านย่าของผมจะมีต้นยางต้นเล็กๆ ปลูกไปตลอดแนวรั้ว ต้นยางนี้ไม่ใช่ต้นยางต้นใหญ่หรือว่ายางพารา แต่ที่พากันเรียกว่าต้นยาง ก็เพราะว่าเวลาเราเด็ดเอาใบหรือก้านของมันออกมา จะมียางสีขาวๆซึมออกมาเป็นเหมือนเลือดของต้นยางเลยทีเดียว ผมมักจะเด็ดเอาใบของต้นยางและเอายางสีขาวๆที่อยู่ที่ก้านใบ มาแตะไปที่ด้านบนของดอกเข็มที่เอาเกสรออกแล้ว จากนั้นเราก็เป่าลมเบาๆ เข้าไปที่ก้านดอกเข็มซึ่งจะทำให้ยางนั้นโป่งพองออกมาเป็นฟองอากาศลูกกลมๆอยู่ที่ดอกเข็ม ยิ่งยางเยอะก็จะยิ่งเป่าได้ลูกโป่งใหญ่ขึ้น เราพากันเรียกว่า ลูกโป่งดอกเข็มนั่นเอง
นอกจากดอกเข็มแล้ว ยังมีดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่เรามักจะเอามาทำเป็นลูกดอกปาใส่กัน ดอกไม้นั้นคือดอกลั่นทม ปกติดอกลั่นทมมักจะไม่ค่อยมีใครนิยมปลูกเอาไว้ภายในบริเวณบ้าน อาจจะเป็นเพราะว่าชื่อของมันไม่เป็นที่พิสมัยนัก อาจจะไปพ้องกับคำว่า ระทม ซึ่งหมายถึง ความเศร้าโศก ทุกข์ใจ เราจึงมักจะพบต้นไม้และดอกไม้พวกนี้อยู่ตามรายทางหรือไม่ก็ภายในบริเวณวัด
แต่ปัจจุบัน อาจจะด้วยความงามของดอกลั่นทม ทำให้มีคนนิยมนำไปปลูกในบ้านมากขึ้นและต่างก็เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามให้ใหม่เป็น ลีลาวดี ซึ่งหมายถึง ดอกไม้ที่มีท่วงท่าสวยงามและอ่อนช้อย สมกับลำต้นและดอกที่ออกบานสะพรั่ง ราคาของต้นลั่นทมหรือลีลาวดีนั้นสูงจนน่าแปลกใจ ต้นใหญ่ที่ขึ้นเองตามข้างทางแถบชนบท ชาวบ้านสัญจรผ่านไปมาอย่างไม่ได้สนใจนัก แต่ถ้าทราบมูลค่าหรือราคาเรือนหมื่นอาจตกใจจนพากันขุดไปขายเป็นล่ำเป็นสันก็เป็นได้
บ้านป้านงค์ ก็มีต้นลั่นทมปลูกอยู่เหมือนกัน แต่ก็ด้วยความเชื่อ ต้นลั่นทมของป้าจึงถูกปลูกไกลออกไปจากบ้านอยู่เกือบติดริมถนน ถ้าคนผ่านไปมาก็คงนึกไม่ถึงว่าเป็นต้นไม้ของบ้านป้านงค์ ที่ตั้งใจปลูกเอาไว้ อาจจะไปนึกเอาได้ว่าเป็นต้นไม้ที่ขึ้นเองอยู่ข้างทาง
ในอดีตที่บ้านป้านงค์ ก็มีต้นลั่นทมอยู่สองต้น ต้นหนึ่งดอกสีขาว อีกต้นหนึ่งดอกสีขาวอมชมพู ทั้งสองต้นต่างมีดอกออกมาให้ชมอยู่ตลอดเวลา ผมมักจะเก็บเอาดอกมาทำเป็นลูกดอกปาเล่น โดยวิธีทำก็ไม่ยากนัก
เริ่มแรกก็ต้องเดินหาหนามบังตอก่อน หนามบังตอ คือ พืชที่เป็นพุ่มไม้หนามชนิดหนึ่งซึ่งจะขึ้นอยู่โดยทั่วไปตามริมรั้วหรือทางเดิน ลักษณะหนามจะเรียวแหลมและยาว ว่ากันว่าถ้าใครถูกหนามบังตอทิ่มแล้วไม่รีบดึงออก เจ้าหนามที่ว่าจะค่อยๆแล่นอย่างช้าๆเข้าไปในเนื้อของเราจนจมมิดหายไป ตัวผมเองเคยถูกหนามบังตอปักอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยรอให้มันซึมแล่นเข้าไปในหนัง ได้แต่ก็รีบดึงมันออกมาอย่างทันทีด้วยความเจ็บปวด
เมื่อเจอหนามบังตอแล้วเราก็เลือกเอาอันที่ใหญ่ๆ พอประมาณ หักออกมาจากต้นอย่างระวัง เพราะทั่วต้นของมันจะเต็มไปด้วยหนามรายล้อมอยู่ จากนั้นก็เอาหนามที่เราเลือกมานั้นเสียบเข้าไปที่ดอกลั่นทมจากเกสรดอกทะลุไปโคนดอก มันก็จะกลายเป็นลูกดอกขนาดเล็ก ด้านหนึ่งเป็นปลายหนามบังตอที่เรียวแหลม อีกด้านเป็นดอกลั่นทมทำหน้าที่เป็นตัวลูกดอก เราเรียกกันว่า ลูกดอกลั่นทม
วิธีเล่นเราก็จับที่โคนดอกลั่นทมตรงที่เสียบหนามบังตอเอาไว้ ปาให้มันพุ่งออกไปด้านหน้า เล็งไว้กับเป้าหมายใดก็ไม่เคยพลาดเป้า ถ้าเป้าหมายแข็งไปก็จะทำให้หนามบังตอของเราหมดสภาพเร็วก็ต้องมาหากันใหม่อีกครั้ง ดอกไม้ที่สวยงามแปรเปลี่ยนเป็นดอกไม้ที่มีพิษสงร้ายกาจ เพียงเสี้ยววินาที
ลานหน้าบ้านของผมเต็มไปด้วยต้นไม้ แต่ก็ยังคงมีพื้นที่ว่างอยู่บางส่วน ผมว่ามันน่าจะพอที่จะหาต้นลั่นทม เอ๊ย ลีลาวดี เล็กๆมาปลูกไว้สักต้น บางทีเราอาจจะมีอะไรดีๆ ให้เล่นอีกเมื่อมันออกดอกอีกครั้งก็ได้....