“ตายเหอะมึง..”
สิ้นเสียงตะโกนตามมาด้วยเสียงตูมใหญ่จากวัตถุผิวตะปุ่มตะป่ำสีน้ำตาลอมส้ม ที่ถูกขว้างไปกระทบกับกองดินด้านหน้า กลุ่มดินและหินที่ก่อกองไว้เสมือนบังเกอร์ แตกกระจายเป็นจุณ ทหารที่หลบอยู่ด้านหลังสองนาย โดนหินที่แตกกระจายจากแรงปะทะทับที่กลางลำตัวนายหนึ่ง ท่อนขาถูกฝังจมหายลงไปในกองหินที่ระเกะระกะ ส่วนอีกหนึ่งนายกระเด็นห่างจากจุดเกิดเหตุไปไม่ไกลนัก
ผมกับไอเอ๋วิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ มองเห็นทหารของเราสองนายล้มนอนเสียชีวิต ผมเดินก้มหน้าช้าๆ ไปยังจุดที่เขาล้มนอนอยู่ พร้อมกับอุ้มศพทหารที่พลีชีพนั้นเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้า เห็นศรีษะของกลุ่มทหารอีกฝ่ายนับสิบราย ซ่อนอยู่ในบังเกอร์หินที่ก่อขึ้นมาอยู่ลิบๆ
ความรู้สึกของไอเอ๋ ในตอนนี้บรรยายได้ด้วยท่าทางที่ดุดัน สายตามองไปยังเบื้องหน้าอย่างเคียดแค้น วัตถุที่ใช้เพื่อการทำลายถูกกำอยู่ในมือที่สั่นไหวด้วยแรงโกรธ
ผมลุกขึ้นเดินเอามือแตะไหล่ของไอเอ๋เบาๆ พร้อมกับกระซิบที่ข้างหู
”เอ็งเห็นตรงมุมนั่นหรือเปล่า มีหัวของมันโผล่มาด้วย” ผมว่าพร้อมกับชี้นิ้วไปข้างหน้า
”เออๆ ข้าเห็นแล้ว” ไอเอ๋ตอบ
”ระวังนะมึง..” ไอเอ๋ตะโกนให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยินและเตรียมพร้อมรับการโจมตี
วัตถุก้อนแข็งสีน้ำตาลอมส้มถูกเหวี่ยงโยนไปด้านหน้ายังกลุ่มทหารอีกฝ่ายอย่างเหมาะเหม็ง ทันทีที่กระทบกองดิน ด้วยอานุภาพของมันทำให้ดินกองนั้นกระจุยเป็นฝุ่นฟุ้งอยู่หลายวินาที ทหารของอีกฝ่ายล้มลงบนกองดิน ผมกับไอเอ๋หัวเราะดังลั่นพร้อมกระโดดดีใจกันจนตัวลอย
ไอเอกกับไออามวิ่งหน้าตื่นมายังกลุ่มทหารของพวกมัน ไอเอกต่อว่าไออามใหญ่ที่กำหนดจุดวางทหารไว้ไม่ดีทำให้ถูกโจมตีได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ไออามเดินไปหยิบทหารมากองไว้ที่อีกด้านหนึ่ง ตรงจุดนั้นมีศพทหารกองอยู่หลายสิบนาย...
สงครามยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผลัดกันรุกและรับอย่างดุเดือด เสียงหัวเราะและเยาะเย้ยดังขึ้นเป็นระยะจนท้ายสุดเหลือเพียงศพทหารนอนตายอย่างเกลื่อนกราดบนซากเศษดินและหินทราย
ผมกับไอเอ๋กระโดดดีใจที่ชนะอีกฝ่ายได้อีกครั้ง ถึงแม้จะเหลือทหารไม่ถึงห้านายก็ตาม แต่ก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ไอเอกและไออามเดินมายังจุดวางทัพของผม มันมองไปตามบังเกอร์หินเห็นทหารของฝ่ายผมเหลืออยู่ จึงบอกเบาๆว่ายอมแพ้และขอเริ่มใหม่อีกครั้ง ผมรีบตอบตกลงทันที ก่อนที่จะลงมือเกลี่ยหน้าดินและหินให้เรียบเข้าที่ ก่อนจะเริ่มสร้างบังเกอร์ และปลุกทหารพลีชีพทั้งหลายให้เข้ามาร่วมรบอีกครั้งหนึ่ง
พวกเราต่างเรียกเกมส์นี้กันสั้นๆว่า สงคราม ซึ่งต้องใช้พื้นที่ที่กว้างพอ และบริเวณที่กว้างขวาง และก็หนีไม่พ้นลานหินกรวดข้างบ้านของไอเอ๋นั่นเอง
ขอบเขตสงครามและกฎเกณฑ์ที่เรากำหนดกันก็คือ ระยะห่างระหว่างทั้งสองทัพห่างกันประมาณสิบก้าวเดิน ซึ่งไม่ใกล้และไกลเกินไปนัก แต่ละฝ่ายสามารถวางทหารไว้จุดไหนก็ได้ในขอบเขตของตน โดยมีกติกาว่าหุ่นทหารจะตายหรือเสียชีวิตก็ต่อเมื่อทหารนายนั้นล้มลงนอนราบไปกับพื้น การที่จะตั้งตัวทหารให้อยู่บนดิน จะสามารถใช้ดินกลบก็ได้ แต่ดินหรือหินนั้นต้องกลบไม่เกินหัวเข่าของหุ่นทหารตัวนั้น เพราะถ้าเกินขึ้นมาจะทำให้ล้มยากถือว่าขี้โกง บังเกอร์ให้สร้างจากเศษดินหรือหิน ห้ามใช้อิฐก้อนใหญ่ๆ เพราะจะทำลายได้ยาก หลังวางทัพเสร็จก็ห้ามคนของแต่ละฝ่ายเดินมาดูว่าอีกฝ่ายว่าวางทหารเราไว้ตรงไหนบ้าง
วิธีทำลายหรือเริ่มสงครามจะทำการเป่ายิ้งฉุบเพื่อเลือกฝ่ายที่ได้ทำลายก่อน โดยอุปกรณ์ที่ใช้ห้ำหั่นหรือทำลายกันก็คืออิฐมอญสีแดงส้ม ที่ถูกทุบให้มีขนาดและน้ำหนักที่พอมือ ฝ่ายที่จะโยนก็จะต้องบอกอีกฝ่ายให้เตรียมพร้อมก่อน เพื่อที่จะได้ระวังตัวกันเผื่อโยนแรงไป อาจจะโดนกันหัวร้างข้างแตกจนกลายเป็นสงครามของจริงได้ ขอบเขตที่จะโยนของฝ่ายทำลายจะต้องยืนอยู่หลังทัพทหารที่ตั้งไว้ ห้ามยืนล้ำหน้าอย่างเด็ดขาด เมื่อเขวี้ยงหรือโยนเสร็จเรียบร้อย อีกฝ่ายก็จะทำการสำรวจทหารของตนเอง ก่อนจะหยิบทหารที่เสียชีวิต(ล้มนอนราบ)ออกไปจากสนามรบ และเริ่มเป็นฝ่ายทำลายบ้างสลับกันไป
ความสนุกของเกมส์นี้อยู่ที่การซุกซ่อนทหารของเราไว้ตามบังเกอร์ต่างๆ ซึ่งอาจจะสร้างลวงเอาไว้หลายๆที่ จากกติกาที่ว่าหลังจากวางทัพเสร็จแล้วห้ามอีกฝ่ายเดินมาดูตำแหน่งที่วางทหารของฝ่ายตรงข้ามทำให้ต้องพิถีพิถันในการวางตำแหน่งมากขึ้น เพราะเราไม่อาจจะทราบได้เลยว่าอีกฝ่ายจะมองเห็นทหารของฝ่ายเราหรือไม่
ทัพของผมกับไอเอ๋ตั้งเสร็จอีกครั้ง มีหัวหน้าทัพเป็นหุ่นกันดั้มตัวใหญ่ ยืนกางแขนขาพร้อมรบเต็มที่ ส่วนฝ่ายของไอเอกกับไออาม มีคิงคองตัวสีดำยืนแยกเขี้ยวจังก้าอยู่ด้านหน้า ผมเปิดฉากโดยตะโกนบอกอีกฝ่ายก่อนจะเขวี้ยงก้อนอิฐไปบนหัวคิงคองอย่างเหมาะเหม็ง
คิงคองกระดอนไปตามแรงอิฐ นอนหงายแผ่กายอย่างราบคาบ ไอเอกกับไออามหยิบไปวางไว้ตรงมุมหนึ่งก่อนจะกระโดดก้มๆเงยๆ เพื่อจะแลมายังตัวทหารของทัพผมกับไอเอ๋ สุดท้ายจึงตัดสินใจทำลายหัวหน้าทัพกันดั้มของเราจนกระเด็นไปไกล
เราสลับกันทำลายไปมาด้วยความสนุก เคล้ากับเสียงหัวเราะที่เมื่ออีกฝ่ายโยนอิฐมาบนบังเกอร์ที่ทำหลอกล่อเอาไว้ บางครั้งบังเกอร์ยังไม่ถูกทำลายก็จะทำสีหน้าตกใจเหมือนมีทหารอยู่ นับเป็นกลยุทธ์ที่ถูกเอามาใช้กันอยู่บ่อยครั้ง ทหารของพวกเราผลัดกันตายผลัดกันเกิด เป็นวัฏจักรของทหารตัวการ์ตูน
สงครามโดยทั่วไปคงเหลือทิ้งไว้เพียงควันปืน ควันไฟ เศษอิฐและคราบน้ำตา แต่สงครามของพวกเราสร้างความกลมเกลียวและเสียงหัวเราะให้ดังลั่นไปทั่วลานดิน สงครามจริงกับเกมส์ต่างกันนัก
ทหารในสงครามจริงคงรู้สึกถึงความกดดันผิดกับหุ่นทหารยางของพวกเราที่ยืนนิ่งสงบไร้ความรู้สึกใดๆ ต้นตอของสงครามมันจะเกิดมาจากอะไรก็ตามพวกเราทุกคนก็คงไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะสงครามจริงมันไม่มีเสียงหัวเราะ คนบางคนเอาสงครามเป็นเพียงเกมส์แบบเด็กๆ ผู้คุมเกมส์หัวเราะอยู่ด้านหลังขณะที่ด้านหน้าผู้คนมากมายเครียดกับชีวิตของตนเอง เกมส์สงครามที่ต้องเล่นอย่างจริงจัง คิดแง่ใดก็ตามสรุปได้ว่าสงครามไม่น่าเกิด
หยุดเสียทีเถอะ กับคำว่าสงคราม
แน่นอน เพราะว่าสงครามมันเกี่ยวข้องกับชีวิต
และแต่ละชีวิตมันไม่ใช่...เกมส์...