เมื่อหลายวันก่อนแม่พาผมเข้าไปในไร่ หลังจากที่ปล่อยทิ้งรกไว้หลายวัน แม่อยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินเข้ม เป็นเสื้อโรงงานของพี่กบ
พี่ชายคนโตของผมที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ โดยมักจะเอาติดมาให้แม่เสมอเมื่อครั้นกลับมาเยี่ยมบ้านคราวหนึ่ง พี่กบบอกว่าที่โรงงานของพี่กบจะแจกเสื้อใหม่ให้ทุกปี กางเกงขายาวสีน้ำตาลของแม่ถูกทับด้วยรองเท้าบูทสีดำคลุมขึ้นมาจนเกือบถึงหัวเข่า
ส่วนผมอยู่ในชุด ร.ด. ที่ถูกปลดประจำการมาจากพี่เจี๊ยบ เสื้อ ร.ด. ตัวนี้แขนยาวเลยมือผมไปเกือบสองคืบ ต้องพับเป็นก้อนขึ้นมาจนหนาที่ข้อมือ ส่วนชายเสื้อก็ห้อยต่ำลงมาจนถึงหัวเข่า ผมชอบเสื้อตัวนี้เพราะใส่แล้วไม่ร้อนดี ถึงแม้มันจะดูเทอะทะไปบ้างก็ตาม
ผืนดินตรงไร่นี้แม่มักจะปลูกพืชผลสลับกันไปตามฤดู เว้นแต่ต้นใหญ่ๆเช่นต้นมะม่วงหรือมะขามเทศ ทำให้สารอาหารที่ถูกดูดไปจากดินมีการฟื้นตัวสลับกันไปมา แม่บอกว่าดินมันจะได้ไม่เสียเร็ว
ต้นถั่วที่อยู่บนค้างไม้ไผ่ถูกรื้อถอนออกไปกองสุมอยู่บนกองขี้เถ้าที่เคยก่อเป็นกองไฟ เศษหญ้าที่อยู่บนผืนดินบ้างเขียวสด บ้างเหลืองกรอบแม่ใช้จอบค่อยๆถากออกเป็นแนวยาว ผมช่วยแม่โดยการเอาแชลงมาแซะไปบนกอหญ้าสดที่อยู่ริมทางเดินใกล้ๆโคนต้นมะม่วง แม่บอกว่าจะได้ไม่ร้อน แต่แม่นั้นกลับใส่งอบเดินไปกลางสวนท่ามกลางอากาศร้อนจัด มีเพียงเสียงฟันจอบกับดินกระทบกันได้ยินมาไกลๆ
สักพักใหญ่แม่ก็เดินแบกจอบกลับมา เปลวแดดที่แผดแสงทำให้เหงื่อของแม่เต็มไปทั่วใบหน้าและแผ่นหลัง แม่ใช้มือโบกผ้าขาวม้าที่พันหน้าเช็ดไปบนใบหน้าเบาๆ ผมรีบเดินไปขอแบกจอบแทนแม่ถือมาวางไว้ที่โคนต้นมะม่วง และหยิบกระบอกน้ำดื่มให้แม่ แม่หยิบน้ำดื่ม ยิ้มให้ผมพร้อมกับเอามือขยี้หัวผมเบาๆ
ผมกับแม่นั่งพิงโคนต้นมะม่วง ร่มเงาของมันทำให้เราคลายร้อนไปได้พักใหญ่ ลมพัดมาเบาๆปะทะกับเหงื่อบนใบหน้าผมทำให้รู้สึกเย็น แม่เองก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน ด้านหน้าของเราสองคนเป็นลานดินโล่งผิดกับเมื่อเช้าที่เต็มไปด้วยกอหญ้า กอตำลึงและต้นถั่วฝักยาวที่ค้างอยู่บนไม้รวก
ผมเอื้อมมือไปหยิบขนมโก๋ในกระเป๋าผ้าที่แม่นำติดตัวมาด้วย พร้อมกับบิออกเป็นสองส่วนและส่งให้แม่ แม่บอกผมให้กินไปเถอะ แต่ผมคะยั้นคะยอให้แม่กินพร้อมกับบอกว่าต้องแบ่งกันกิน แม่ยิ้มพร้อมกับรับไปเคี้ยว ขนมโก๋จะมีทั้งแบบมีไส้และไม่มีไส้ ผมมักจะซื้อแบบที่ไม่มีไส้เป็นก้อนสี่เหลี่ยม แป้งสีขาว รสหวาน เวลากินแล้วพูดจะทำให้เห็นเศษขนมโก๋พ่นเป็นสายออกมาจาก ในห่อจะแถมลูกโป่งเล็กๆให้กับเราอันหนึ่ง ผมมักจะเอามาเล่นใส่น้ำแล้วเล่นโยนรับกันอย่างสนุก
“เดี๋ยวช่วยกันเก็บเศษหญ้ามากองไว้ แล้วมาช่วยกันพรวนดินกัน” แม่พูด
”ครับ แต่เราทำไมต้องพรวนดินด้วยล่ะครับ” ผมถาม
”ดินมันจะได้ร่วนๆ ปลูกพืชมันจะได้โตเร็วไงล่ะ” แม่บอก
”แล้วจะทำยังไงต่อครับ” ผมถามต่อ
”จากนั้นเราก็ตากดินเอาไว้สักอาทิตย์นึง” แม่พูด
”ตากดิน ทำไมเหรอครับ” ผมสงสัย
”พวกแมลงต่างๆ ที่พวกพืชไม่ชอบมันจะได้หนีไปหาที่อยู่อื่นไงล่ะ ทีนี้เวลาเราปลูกอะไรมันก็จะได้ไม่มากินพืชผักที่เราปลูกไว้” แม่ตอบ
”โอ้โห แม่เก่งจังรู้ได้ยังไงครับ แม่เรียนมาเหรอครับ” ผมถามแม่ด้วยความภูมิใจที่แม่ตอบข้อสงสัยของผมได้ทั้งหมด
”แม่เรียนสิจ๊ะ แม่เรียนตั้งชั้น ป.สี่ แน่ะ” แม่บอก
”ครับ” ผมตอบ นึกในใจว่าเราจะต้องเรียนให้รู้เยอะๆเหมือนแม่บ้างให้ได้
“แล้วหลังตากดินแล้วต้องทำอะไรต่อครับ”
”แม่ก็จะเอาขี้วัวมาใส่ในดิน เป็นปุ๋ยคอกให้ดินมันมีอาหารอุดมสมบูรณ์ ทีนี้เวลาปลูกอะไรมันก็จะขึ้นเร็วโตเร็วเลยล่ะจ๊ะ” แม่ตอบ แล้วพาผมลุกขึ้นเพื่อเดินไปเก็บเศษหญ้าและใบไม้ที่กองอยู่เต็มพื้นดิน
เศษหญ้าเศษใบไม้ถูกรวบรวมมากองสุมกันไว้อีกด้านหนึ่งเป็นกองโต ผมให้แม่จุดไฟเผาเพราะอยากจะเล่นเอาหญ้าแหย่ไฟ แต่แม่บอกว่าเอาตากแดดไว้ให้มันแห้งแล้วเอามาคลุมดินที่ปลูกข้าวโพดจะได้ประโยชน์มากกว่า ผมจึงอดเล่นไปโดยปริยาย
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ผมกับแม่เตรียมตัวออกไร่กันแต่เช้า แม่บอกว่าทำเสร็จเร็วดีจะได้ไม่ร้อนนัก แม่ถือจอบสะพายกระเป๋าผ้าเล็กๆ ซึ่งใส่กระบอกน้ำและกล้วยน้ำว้าอีกสามลูก ผมถือแชลง พร้อมถุงเล็กๆที่ใส่เมล็ดข้าวโพดที่ถูกแกะออกจากฝักไว้แล้ว เมล็ดของมันเปียกชื้นเนื่องจากแม่เอามาแช่ไว้ในน้ำก่อนที่เราจะออกไปไร่กันประมาณเกือบสองชั่วโมง แม่บอกว่ามันจะงอกออกต้นได้เร็ว นอกจากนี้ก็มีกระป๋องน้ำอีกหนึ่งใบ ในกระป๋องมีผ้าขาวม้า มีดพร้าและกะลาหนึ่งอัน ไอพัดหมาจอมซนของผมวันนี้คงไม่มีอะไรทำจึง ออกเดินตามไปไร่กับเราด้วย
เมื่อถึงไร่ของเรา ไอพัดก็วิ่งรี่ไปริมรั้วขุดดินแถวจอมปลวกพร้อมกับเอาจมูกแนบดินทำเสียงฟืดฟาดในจมูก แม่เริ่มวางแนวที่จะปลูกต้นข้าวโพดก่อนจะใช้จอบฟันดินสองที ให้กว้างประมาณฝ่ามือ ลึกไม่มากนัก แม่บอกให้ผมหยอดเมล็ดข้าวโพดลงไปสักสามสี่เมล็ด ผมหยิบและนับก่อนจะหยอดลงไปในหลุมแล้วเอาดินที่แม่ขุดขึ้นมากลบปิดลงไป แม่เดินนับก้าวไปสองก้าวก่อนจะขุดหลุมถัดไป ผมถามแม่ว่าทำไมไม่ขุดให้ใกล้ๆกัน เราจะได้มีต้นข้าวโพดเยอะๆ แม่บอกว่าเวลามันสูงจะเข้ามาเก็บฝักลำบากและฝักที่ได้ก็จะเล็กไป ผมกับแม่ทำแบบนี้วนไปมาจนนับได้หลายสิบแถว บางหลุมผมไม่แน่ใจว่าใส่เกินหรือขาดไปบ้างก็ต้องวิ่งไปขุดขึ้นมาดู แม่เห็นได้แต่หัวเราะบอกว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้น
หลังจากปลูกเสร็จแล้ว แม่ก็เอากระป๋องไปวักน้ำที่อยู่ในคลองขึ้นมา หิ้วมาตรงที่เราปลูกข้าวโพดไว้ ก่อนจะให้ผมเอากะลามาตักน้ำใส่ลงไปหลุม หลุมละสองกะลา ตักใส่จนครบทุกแถว หลังจากรดน้ำเสร็จแล้วผมขอแม่ไปเล่นโดดน้ำคลองตรงที่แม่ตักน้ำ แม่ตอบอืมคำเดียว ผมก็วิ่งแจ้นกระโดดลงคลองทันที ส่วนแม่ยังคงจับเอาจอบมาถากหญ้าที่ขึ้นอยู่เล็กน้อยตามร่องที่ปลูกข้าวโพดอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
ผมกระโดดเล่นน้ำอยู่คนเดียวนึกสนุก จึงจับไอพัดหมาของผมที่วิ่งตามมาที่ไร่ด้วยทุกครั้ง อุ้มกระโดดลงน้ำไปพร้อมกัน ดูเหมือนมันจะดิ้นรนขึ้นฝั่งอย่างรุกรี้รุกรน แต่ก็ไม่พ้นแรงผมที่จับมันมากลางคลองก่อนจะเอาน้ำมาลูบหน้าล้างตาให้มัน
เล่นจนเพลินไม่นานนัก แม่ก็ส่งเสียงเรียกผมจากในไร่ ผมลุกขึ้นมาบิดกางเกงที่เปียก ไอพัดตะกายขึ้นมาสะพัดขนสั่นไปทั่วทั้งตัว ผมวิ่งไปหาแม่ก่อนจะเก็บของใส่ลงในกระป๋อง พร้อมกับคว้ากล้วยในกระเป๋าผ้าของแม่ขึ้นมากินหนึ่งลูก
ผมกับแม่และไอพัดเดินกลับบ้านพร้อมกัน ไอพัดดูคึกคักยิ่งขึ้นมันวิ่งล้อมหน้าล้อมหลัง ก่อนจะวิ่งไปคลุกดินที่ข้างถนนจนฟุ้งทำเหมือนเป็นแป้งสำหรับทาตัว แม่เล่าว่าอีกประมาณสองสัปดาห์จะเห็นต้นข้าวโพดที่งอกพ้นดิน จากนั้นอีกสักประมาณสองเดือนเราก็จะมาตัดข้าวโพดไปกินกันได้ ผมอยากเร่งวันให้ถึงเร็วๆ เพื่อที่จะได้มาดูต้นข้าวโพดที่ปลูกเอาไว้เติบโตขึ้นมา
วันเวลาผ่านไปจนผมเกือบจะลืมเรื่องข้าวโพดที่ปลูกไว้ ไร่สวนที่ว่างเปล่าตอนนี้เต็มไปด้วยต้นข้าวโพดต้นเขียวสูงท่วมหัว ใบเขียวยาวของมันพัดลู่ไปตามแรงลม ฝักข้าวโพดสีเขียวแทงออกมาจากลำต้นต้นละฝักสองฝัก มีเส้นใยสีเขียวอ่อนออกมาจากปลายฝักเป็นพู่ยาวปลิวไสว เสียงถากหญ้าในไร่ยังคงดังแว่วเรื่อยๆ มาตลอดในช่วงสองเดือน หลังจากนี้คงจะเป็นช่วงเวลาสนุกของผมที่ใกล้จะได้เข้าไปตัดข้าวโพดกับแม่ เพื่อจะนำมาทำอาหารกินกัน...