2008/Aug/29

หลากหลายเรื่องราวที่ผมเขียนหรือบันทึกมักจะขาดหายไปสำหรับคำว่าพ่อ อาจจะมีหลายคำถามที่หลายคนกล้าถามและไม่กล้าที่จะถาม ว่าพ่อผมไปไหน แต่ถึงจะถามหรือไม่ถามผมเองก็อยากจะบอกว่าจริงๆแล้ว คำพูดว่าพ่อยังคงมีอยู่ แต่คำเรียกพ่อนั้น หายไปตั้งแต่ผมอายุได้เพียงเจ็ดขวบเท่านั้นเอง

วันนี้ผมรู้สึกดีใจเป็นพิเศษ เมื่อแม่บอกว่าจะพาไปเยี่ยมพ่อที่นครนายก ซึ่งพ่อเป็นทหารและพักอยู่ที่นั่น พ่อเคยเล่าว่าที่พ่อไปฝึกจะมีทั้งเครื่องบินและรถถังให้ผมดู บางทีอาจจะพาผมนั่งเล่นในรถถังด้วย ผมดีใจมาก หลังจากนั้นไม่กี่วันผมก็ออกเดินทางพร้อมกับแม่ไปยังจังหวัดนครนายก ไปยังหอพักของพ่อ ผมดีใจที่สุดที่อยู่พร้อมกับแม่และพ่อ เพราะนานๆครั้งที่พ่อผมจะได้กลับบ้านสักครั้งหนึ่ง ชีวิตส่วนใหญ่ผมจึงขลุกอยู่กับแม่ซะมากกว่า

แม่บอกว่าจะมาอยู่กับพ่อประมาณสามสี่วันแล้วจะกลับ ระหว่างที่อยู่ที่นี่แม่ให้ผมบันทึกสิ่งที่ทำในแต่ละวันลงบนสมุกปกแข็งสีน้ำเงินเล่มหนึ่งซึ่งเป็นสมุดที่ใช้สำหรับทำบัญชี ผมบันทึกเรื่องราวตลอดหลายวันลงบนกระดาษด้วยดินสอ รอยยางลบติดอยู่ประปรายเมื่อแม่ให้ผมอ่านให้ฟังและเห็นว่าผมเขียนผิด

ห้องพักของพ่อเป็นห้องเล็กๆ ตรงประตูมีมุ้งลวดปิดทับอีกชั้นหนึ่งเพื่อกันยุงด้านในเป็นห้องโล่งมีเตียงวางอยู่ด้านซ้ายมือ โต๊ะไม้เขียนหนังสืออยู่ติดกับบานเกล็ดด้านหน้ามีโคมไฟเล็กๆตั้งอยู่ ด้านในแบ่งเป็นอีกสองห้องเล็กๆ มีห้องนอนและอีกห้องซึ่งยังว่างอยู่ ตอนกินข้าวช่วงกลางห้องจะถูกแทนที่ด้วยโต๊ะสี่ขาเล็กๆ มีกับข้าวตั้งอยู่ด้านบนผมแม่และพ่อนั่งกินคนละมุม มีขันใส่น้ำผลัดกันกินหนึ่งใบ ห้องน้ำอยู่ทางด้านขวามือมีฝักบัวและอ่างอาบน้ำอันใหญ่

พ่อพาผมกับแม่ไปแนะนำกับคนที่อยู่ในตึกเดียวกัน ทำให้ผมรู้จักกับเพื่อนผู้หญิงสองคนชื่อ ปุ๊กและเป้ เราวิ่งเล่นกันจนสนิทเหมือนเป็นเพื่อนกันมานาน ปุ๊กเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะท้วมส่วนเป้เป็นผู้หญิงที่ผอมกว่า ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน เราสามคนอาบน้ำด้วยกันในห้องน้ำที่ห้องพักของพ่อ เล่นกันจนเปียกปอนไปทั่วห้อง

ตอนกลางวันพ่อจะพาผมกับแม่ไปวัดและสถานที่ต่างๆที่อยู่ใกล้กับที่พักของพ่อ ไปดูลิง ไปซื้อขนม ไปดูรถถัง และเครื่องบิน ผมรู้สึกสนุกที่ได้เที่ยวพร้อมกันกับแม่และพ่อ ถ้าพวกพี่ๆของผมมาด้วยกันคงจะสนุกยิ่งขึ้น

เย็นวันหนึ่งหลังจากที่ผมไปเที่ยวกับพ่อและแม่ พ่อได้เข้าโรงพยาบาล โดยมีลุงกับป้าที่อยู่ตึกเดียวกันพาไปส่ง แม่พาผมไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล เราเดินหาพ่อกันในโรงพยาบาล พ่อนอนอยู่บนเตียง พยาบาลบอกให้เรามากันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากเลยเวลาเยี่ยม ถึงตอนเย็นแม่พาผมกลับไปห้องพักของพ่อ

คืนนั้นผมนั่งบนเก้าอี้ไม้หน้าโต๊ะทำงานของพ่อ ลงมือเขียนบันทึกประจำวันลงบนสมุดปกแข็ง ต่างจากทุกครั้งที่จะมีแม่มานั่งคอยดูผมเขียนอยู่ใกล้ๆ แม่ดูไม่ค่อยมีความสุข ผมเองก็รู้สึกไม่ค่อยมีความสุข บันทึกของวันนั้นจึงสั้นกว่าทุกๆวัน

เช้าวันนี้ผมออกไปโรงพยาบาลกับแม่ แม่ถามพยาบาลว่าพ่ออยู่ที่ห้องไหน พยาบาลตอบกลับมาว่าอยู่ในห้องไอซียู ผมเห็นแม่ร้อนรนเดินไปมาอยู่แถวด้านหน้าโรงพยาบาล พยาบาลไม่ให้แม่เข้าไปด้านใน สักพักใหญ่พยาบาลออกมาบอกว่าพ่อของเราตายแล้ว..

แม่ร้องไห้

ผมไม่ได้เห็นน้ำตาของแม่บ่อยนัก ผมสงสารแม่ แม่จูงมือผมออกมาจากหน้าโรงพยาบาลบอกว่าจะกลับไปบอกลุงกับป้าให้พาพ่อของเรากลับบ้าน

ผมหันกลับไปมองโรงพยาบาล ดูดน้ำลายในปากรู้สึกถึงรสเค็มปะแล่มภายใน ผมบ้วนน้ำลายออกมามีเลือดปะปนไปกับน้ำลายที่พื้น ผมเรียกให้แม่ดู กองน้ำลายปนเลือด แม่มองดูแล้วบอกว่าไม่เป็นไรหรอก จากนั้นจึงพาผมกลับไปที่ห้องของพ่ออีกครั้ง

สมุดบันทึกของเรื่องราวในวันนี้ว่างเปล่า

ผมนอนหนุนตักแม่ไปบนรถกระบะคันหนึ่งที่วิ่งตรงไปยังบ้านของเราที่ราชบุรี ผมมองไปยังตึกและห้องที่ผมนอนเล่นอยู่กับพ่อและแม่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ผมคงจะไม่ได้กลับมาอีก ท้องฟ้ามืดครึ้มลง ผมมีเรื่องเล่ามากมายที่จะเล่าให้กับแม่คุณ และพี่ๆของผมที่อยู่ราชบุรีฟัง ก่อนจะหลับไปบนตักของแม่ด้วยความอ่อนเพลีย หยดน้ำตาใสๆ ของแม่

หยดลงไป
บนแก้มของผม....

*******

พ่อผมเสียชีวิต ด้วยโรคพิษสุนัขบ้า
พ่อเป็นทหารยศสุดท้ายของพ่อ คือ จ่าสิบเอก
สมุดบันทึกปกแข็งสีน้ำเงินเล่มนั้นยังเก็บอยู่ที่ผมตลอด
ของเล่นชิ้นสุดท้ายที่ได้จากพ่อ คือ ชุดยิงเป้าพร้อมคันธนู

Comment

Comment:

Tweet


sweettoxic - ขอบคุณที่กลับมาเยี่ยมเยี่ยนบ้านหลังนี้อีกครั้งครับ 55

GoddessIsis - จากครั้งนี้ไปผมก็ไม่แน่ใจว่าจะอยู่อีกสักกี่เดือนแล้วจะหายไปอีกสักกี่เดือนดี 55 แต่ก็จะพยายามกลับมาให้บ่อยๆครับ แล้วจะเข้าไปเยี่ยมครับ

ผ่านเลนส์ - ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องประสบอยู่แล้วเพียงแต่จะทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดกันได้อย่างไร สำหรับคุณเป้นอีกมุมมองใหม่ที่ภายในจิตใจส่งให้คนที่จากไปได้ดี

นายบวก - เยี่ยมมากเลยครับผม
double wink
#20 by นายฉิม At 2008-09-01 09:30,
ผมคงต้องกลับไปดูแลพ่อให้ดีกว่านี้ จะ80แล้ว

ขอบคุณครับ

big smile
#19 by นายบวก At 2008-08-31 21:50,
อ่านแล้วคิดถึงพ่อจัง พ่อเราก็จากไปเมื่อ 11ปีก่อน และก่อนหน้านั้นอีก 12 ปีก่อนพ่อกลายเป็นดาว พี่สาวเราก็ตายด้วยพิษสุนัขบ้า ขึ้นไปเป็นดาวส่องไกลๆให้มอง สักวันฉันจะเป็นดาวเช่นกัน
#18 by ลนล At 2008-08-31 17:19,
หายไปนานเลยนะคะ
เปิดมาเที่ยวนี้ เขียนเรื่อง พ่อ ยังไง พ่อ ก็จะอยู่กับคุณฉิมตลอดไปค่ะ (อยู่ในใจค่ะ)
...
surprised smile
#17 by GoddessIsis At 2008-08-30 23:10,
อ่านเรื่องนี้แล้วจุกครับ เศร้าเหมือนจะร้องไห้เลยทีเดียว

ยินดีที่ได้อ่านเรื่องจากบล๊อกนี้อีกครั้งครับ
big smile
#16 by sweettoxic At 2008-08-30 17:39,
เรื่องเก่าเล่าใหม่ครับคุณเอกน้อย ทำใจได้นานแล้วครับผมขอบคุณมากครับ
#15 by นายฉิม At 2008-08-30 16:24,
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

ขอให้ครอบครับกลับเข้าสู่ความสุขไวๆนะครับ
#14 by เอกน้อย At 2008-08-30 15:30,
สวัสดีครับคุณกะจิ๋วหลิว การหายไปครั้งนี้ก็หายไปเกือบครึ่งปีเลยล่ะครับ ขอบคุณที่ยังจำกันได้ครับผมbig smile
#13 by นายฉิม At 2008-08-30 11:10,
...

สวัสดีค่ะ คุณฉิม หายไปเสียนานเชียวนะคะ ...
มาด้วยเรื่องเศร้าในวัยเยาว์

ไม่ทันได้รู้จักพ่อเลยล่ะ ท่านเสียไปก่อนทันได้เห็นกัน
...

พระคุ้มครองค่ะ

big smile big smile big smile
#12 by กะจิ๋วหลิว At 2008-08-30 10:19,
คุณต้า - ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ เข้าไปอ่านเรื่องราวต่างๆของคุณแล้วครับ จิตใจดีครับผม

Nirvana - ห่างหายกันไปเสียนานเลยนะครับ เสียใจเรื่องพ่อด้วยครับ

BassYoncE - เป็นเรื่องราวที่ผมยังจำอยู่แต่ก็ไม่ได้ฝังใจว่ามันจะเศร้าหรือสุขหรอกครับ แต่ลึกๆก็เสียใจอยู่เหมือนกัน

สายลมในคืนอุ่น - ตราบใดที่ยังมีท่านอยู่ นับว่าเป็นอะไรที่เยี่ยมที่สุดแล้วล่ะครับ ถ้าได้มีโอกาสดูแลท่านได้

nana - จำกันได้อยู่นะคร้าบ 5 ไม่ได้เข้าไปหาเสียนาน

I'm Brianwasher - ขอบใจน้องนัทคร้าบ หายกันไปนานเน้อ แต่ก็เห็นอัพเดทเรื่อยๆ คงไม่หายไปเหมือนกันนะ
#11 by นายฉิม At 2008-08-30 08:56,
วันนี้เอนทรี่ของพี่ฉิมเศร้าโคตร ๆ เลยค่ะ



รู้สึกยินดีที่ได้อ่านเอนทรี่นี้ของพี่ฉิม
แอบกระซิบบอกพี่ฉิมว่า หนูน้ำตาซึมเลย

ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์นะคะ big smile
#10 by tara At 2008-08-30 01:21,
เศร้ามากๆค่ะ เป็นความทรงจำที่จะอยู่ในใจเราตลอดไป ท่านยังอยู่กับเราเสมอในความรู้สึกbig smile
#9 by (^_^)/nana At 2008-08-29 23:42,
พ่อไม่รู้จะอยู่กับเรานานแค่ไหนนะคะ..ที่สำคัญมันขึ้นอยู่กับว่าเราเคยใช้เวลาดีๆกับพ่อคุ้มค่ารึป่าว เราจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง..ฉันเองก็จะใช้เวลาที่เหลืออยู่นับจากนี้ ทำให้พ่อมีความสุขค่ะbig smile
อ่านแล้วรู้สึกเศร้ามากเลยค่ะ

ความทรงจำเรื่องของคนที่เรารักเนี่ย ไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ยังคงติดอยู่ในใจนะคะ
#7 by BassYoncE At 2008-08-29 18:19,
พ่อผมเสียไปตั้งแต่ผมอายุได้ 1 ปี 3 เดือน พ่อผมเป็นทหารเหมือนในเนื้อเรื่อง อีกอาทิตย์เดียวพ่อก็จะได้กลับจากชายแดนแล้ว แต่เช้าวันหนึ่งขณะที่พ่อกับคณะกำลังออกตรวจตราความเรียบร้อย พ่อเหยียบกับระเบิด พลีชีพเพื่อชาติ จนบัดนี้ผมยังไม่รู้ว่าความอบอุ่นจากพ่อเป็นยังไง
#6 by Nirvana At 2008-08-29 17:43,
ความทรงจำ..ไม่ว่าดีหรือร้าย
มันก็ยังเป็นความทรงจำที่มีจนถึงวันนี้แหละค่ะ

เอนทรี่นี้สั้น แต่อ่านแล้วกินใจที่สุดค่ะbig smile
#5 by ต้า At 2008-08-29 17:05,
เรียกว่านานมากถูกต้องแล้วล่ะครับเพราะหลายเดือนอยู่ ก็เนื่องมาด้วยภารกิจการงานที่รัดตัวนี่ล่ะครับทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเข้ามา นานๆก็จะเข้ามาทีนึง ดีใจที่ยังจำกันได้อยู่นะครับคุณปอนปอน บุญรักษาครับผมbig smile
#4 by นายฉิม At 2008-08-29 15:46,
คุณฉิมหายไปนานมากเลยนะครับ (ปอนก็หายเหมือนกันsad smile )เมื่อนึกย้อนกลับไปวันที่เศร้ามันก็เป็นความทรงจำหนึ่งที่ทำให้เราเข้มแข็งและบางทีก็มีความสุขจากความผูกพันเจือจางอยู่ในเรื่องราวต่างๆ บ้างนะครับ confused smile
#3 by ปอนปอน At 2008-08-29 15:10,
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กถึงแม้จะไม่มีพ่อ แต่ผมก็ไม่เคยมีความรู้สึกว่าขาดพ่อไปเลย เพราะแม่ของผมทำหน้าที่ของความเป็นแม่และพ่อได้อย่างไม่บกพร่องแถมเกินไปเลยด้วยซ้ำครับ
big smile
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ
#2 by นายฉิม At 2008-08-29 14:40,
เศร้าจังเลยค่ะ ฉันเองก็รักพ่อกับแม่มาก และกลัวการสูญเสีย ทั้งที่รุ้ว่าสักวันนึงท่านก็ต้องจากเราไป แต่ก็ยังอดกลัวไม่ได้ ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ ฉันคงต้องร้องไห้แย่แน่ๆ แต่สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ ต้องเข้มแข็งและใช้ชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ
#1 by LhinKo^_^ At 2008-08-29 14:25,

นพพร จันทร์ฉิม
View full profile