เสียงวิ่งเล่นดังมาจากบ้านของไอเอ๋ในสายวันหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ปกติมีแดดแรง แต่ในวันนี้กลับมีเมฆก้อนใหญ่รูปซาลาเปาลอยมาบดบังบริเวณที่เราวิ่งเล่นเหมือนจงใจมีใครแอบเฝ้าดูอยู่จากเบื้องบน
พี่เก พี่ชายของไอเอ๋กำลังนั่งผูกเบ็ดเพื่อจะไปตกปลาอยู่ที่หน้าบ้าน น้าหล่อกับน้าใจถือจอบ เสียม เข้าไปในไร่ตั้งแต่เช้า สายวันนี้เราจึงเล่นส่งเสียงดังกันเป็นพิเศษ ซึ่งเมื่อนับเด็กๆที่วิ่งเล่นกันแล้วก็มีกันเกือบสิบคนทีเดียว
“วันนี้เล่นอะไรกันดีวะ” ไอเอกถาม
”ตำรวจจับโจรเปล่า” อาม น้องชายของไอเอกเอ่ยขึ้น
”เมื่อวานพึ่งเล่นไปเองนะเว้ย” ผมแย้ง
”เล่นบ้านผีปอบดีกว่า” ไอตุ้ยพูด
”วันก่อนพึ่งเล่นไปเอง” ไอเอ๋พูดพร้อมกับเงยหน้าคิดหาการละเล่นใหม่ๆ
”เล่นไอนี่ดีกว่า” พี่เอ พี่สาวของไอเอ๋ เอ่ยขึ้นมากลางวง
”...กระต่าย...”
อืม ๆๆ ดีๆ เล่นๆๆๆ เด็กที่เหลือต่างพร้อมใจกันเห็นด้วยกับกิจกรรมที่พี่เอเสนอ บางคนกระโดดดีใจ ไอตั้มกับไอตุ้ยทำท่าขยับแข้งขยับขาวิ่งไปมาบนพื้นหินกรวด เสียงหัวเราะร่า ผมกับไอเอ๋วิ่งไปหาไม้มาขีดวงเพื่อที่จะใช้สำหรับการเล่นกระต่าย ส่วนพี่ต้นกับพี่เอ เดินไปบนพื้นหินกรวดที่เป็นลานโล่งที่จะเล่นกัน เก็บเศษหินและอิฐก้อนใหญ่ๆ โยนออกไปริมรั้วต้นกระถินเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคสำหรับการเล่นในครั้งนี้
เมื่อลานหินกรวดของเราเตียนโล่ง ไอเอ๋ก็เริ่มเอาเศษไม้มาขีดเป็นวงกลมขนาดใหญ่วงหนึ่ง ซึ่งใหญ่จนเกือบเต็มลานโล่งทีเดียว เนื่องจากรอยจากไม้ที่เอามาขีดเล็กเกินไปพี่เอจึงเสนอให้เอาปลายเท้าขีดเพิ่มมาจนเป็นรอยหนาวงใหญ่ เพียงเท่านี้ก็ได้พื้นที่ที่เราจะนำมาเล่นกระต่ายกันแล้ว
ก่อนเล่นเราก็ต้องมาหาคนที่จะมาเป็นกระต่ายกันก่อนโดยการโอน้อยออกเช่นเดิม สองคนสุดท้ายที่เหลือก็จะเป่ายิ้งฉุบ หาคนแพ้เพื่อมาเป็นกระต่าย หน้าที่ของกระต่ายก็คือวิ่งไล่คนที่อยู่ในขอบเขตของวงกลมที่ขีดเอาไว้ ลักษณะการวิ่งต้องเหมือนกระต่ายคือกระต่ายจะใช้การกระโดด ดังนั้นคนที่มาเป็นกระต่ายจะต้องยืนด้วยขาข้างเดียวจะซ้ายหรือขวาก็ตามถนัด และกระโดดแตะตัวคนอื่นที่คอยวิ่งหนีไปมาอยู่ในเขตวงกลมเพื่อให้มาเป็นกระต่ายแทน
ส่วนคนเล่นที่วิ่งอยู่ในขอบเขตวงกลมก็จะต้องวิ่งหนีกระต่ายไปมาห้ามออกมานอกวงกลม แต่ก็มีกติกาว่าสามารถยื่นขาออกมาได้ขาหนึ่งแต่เท้าอีกข้างจะต้องอยู่ในเขตวงกลมตลอดเวลา ถ้าเท้าไม่แตะอยู่ในเขตวงกลม หรือวิ่งหนีออกไปนอกเขตก็จะต้องมาเป็นกระต่ายเสียเอง หรือถ้าวิ่งหนีแล้วถูกกระต่ายแตะตัวเข้าก็จะต้องมาเป็นกระต่ายอีกเช่นกัน ดังนั้นการละเล่นนี้ก็จะใช้ทั้งทักษะความว่องไวและการหลอกล่ออยู่ตลอดเวลา
การโอน้อยออกครั้งนี้ผมกับไอเอ๋รู้สึกดีใจเป็นพิเศษเพราะได้ออกมาเป็นคนแรก ไอเอ๋ถอดรองเท้าแตะวางไว้ที่ด้านนอกเนื่องจากเมื่อวิ่งเล่นด้วยเท้าเปล่าจะสะดวกกว่า ส่วนผมไม่ได้ใส่มาตั้งแต่ออกจากบ้าน เพราะผมมักจะถูกแม่ดุเรื่องลืมรองเท้าทิ้งไว้อยู่เสมอ เลยแก้ไขด้วยการไม่ใส่มันซะเลย
สุดท้ายเราก็ได้คนที่มาเป็นกระต่ายก็คือไออามนั่นเอง ไอตั้มกับไอตุ้ยรีบตะโกนบอก ไออามได้กระโดดเหนื่อยแน่ เนื่องจากมันเด็กที่สุดในกลุ่มที่วิ่งเล่นกัน แต่ไออามก็ไม่ได้สนใจ กลับถอดรองเท้าและม้วนขากางเกงขึ้นเตรียมพร้อมจะวิ่งจับอย่างเต็มที่
ตัวผมและบรรดาเพื่อนๆ วิ่งเข้าไปอยู่ในวงกลมเตรียมรับมือกับการเข้ามาของกระต่ายอาม สิ้นเสียงคำว่าพร้อมแล้วจากพวกเรา ไออามก็กระโดดขาเดียวมาอย่างคล่องแคล่วไปที่กลุ่มของพวกเราจนแตกกระเจิง
เสียงเฮดังลั่นไปทั่ว ผมกับไอเอ๋วิ่งหนีไปทาง ไอตุ้ยกับไอตั้มหนีไปอีกทาง ส่วนพี่เอหลบผ่านไปอย่างสบายๆ เป้าหมายของไออามตอนนี้มุ่งไปยังไอตุ้ยอย่างเจาะจง ทำให้ผมกับไอเอ๋วิ่งไปมาอย่างไม่เหนื่อยนัก ส่วนไอตุ้ยนั้นก็วิ่งหลบไปมาหลังพวกเราบ้าง ไปมุมอื่นบ้าง ทำให้บางครั้งกระต่ายอามก็เปลี่ยนใจมาวิ่งไล่พวกเราในบางคราว
เสียงหอบหายใจจากกระต่ายทำให้ พวกเราได้ใจวิ่งล่อไปมาอย่างสนุกสนาน มาพลาดเอาตอนที่วิ่งกันเป็นกลุ่มแล้วล้มทับกัน ก็เลยทำให้ไออามสามารถแตะตัวเลือกคนที่จะมาเป็นกระต่ายแทนได้อย่างง่ายดาย ซึ่งก็ไม่พ้นไอตุ้ยที่เป็นเป้าหมายตั้งแต่เริ่มเกมส์
ก่อนที่จะเปลี่ยนตัวกระต่ายเราทั้งกลุ่มก็มานั่งพักหอบกันเสียยกใหญ่ หลังจากนั้นก็เริ่มเกมส์ใหม่ด้วยกระต่ายตุ้ย ที่วิ่งโยกสลับซ้ายขวาขาเดียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทำเอาคนในวงวิ่งหนีกันไม่ได้พักเลยทีเดียว เราเล่นเปลี่ยนสลับกันเป็นกระต่ายไปมาอย่างสนุก ที่น่ากลัวที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกระต่ายตัวใหญ่สุดอย่างพี่เอ
พี่เอ พี่สาวของไอเอ๋ เป็นกระต่ายที่น่ากลัวสำหรับพวกเรามากเพราะด้วยร่างกายที่ยืดยาวเวลากางแขนไล่จับพวกเรา ถ้าไม่มีกติกาที่แตะโดนคนแรกคนนั้นเป็นกระต่าย แค่พี่เอกวาดมือปราดเดียวก็คงได้กระต่ายไปหลายตัว การจะหลบหลีกจึงต้องอาศัยทีมเวิร์กกันอย่างดี ช่วยกันล่อหลอกให้เหนื่อยจนเชื่องช้าคงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
เล่นกันพักใหญ่ทั้งกระต่ายทั้งคนหนีก็มานั่งพักเหนื่อยอยู่โคนต้นมะม่วงกันหมด พี่เอเดินไปหยิบน้ำที่กระติกมาวางให้แต่ละคนดื่มแก้กระหาย ไอเอกนอนไปบนพื้นหินเอาเสื้อปิดหน้าเปิดพุงหรา น้ำเหงื่อที่เปียกท้องกระเพื่อมตามแรงลมหายใจเหมือนสายน้ำในคลอง ผมกับไอเอ๋นั่งถอดเสื้ออยู่มุมหนึ่ง คนอื่นๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน วันนี้เป็นอีกวันที่การละเล่นของพวกเรารู้สึกจะใช้พลังงานมากเป็นพิเศษ แต่ความสนุกก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
สายลมเย็นพัดมาเรื่อยๆ ทำให้คลายร้อนไปได้ เมฆซาลาเปาของเราลอยหายไปนานแล้วทิ้งไว้เพียงเมฆแผ่นบางเหมือนควันจากซาลาเปาลอยอยู่เบื้องบนอย่างประปราย….