ผืนดินที่ชื้นแฉะจากน้ำฝนที่ตกลงมาติดต่อกันหลายวัน ทำให้หนองน้ำหลายแห่งที่นี่มีน้ำท่วมปริ่มขอบตลิ่ง ฝนที่ตกกันอย่างต่อเนื่องทำให้ผมไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านนานหลายชั่วโมง ชีวิตที่ถูกขอบเขตของธรรมชาติกำกับเอาไว้ช่างไร้ความสนุกสิ้นดี
ตัวการ์ตูนในกล่องปี้บของไอเอ๋ถูกจับเข้าออกเพื่อเล่นทอยตัวการ์ตูนกันหลายครั้งจนพาเบื่อ อีกทั้งใบสติกเกอร์ที่ยับย่นผ่านการเล่นเขี่ยไพ่ของพวกเราตอนนี้ก็ไม่ได้นำพาให้เราสนุกกันขึ้นสักเท่าไหร่
แคร่นั่งของไอเอ๋ถูกดัดแปลงมาเป็นโต๊ะปิงปองในร่มเสียชั่วคราว ขาโต๊ะที่ไม่เท่ากันทำให้เราต้องหาเศษไม้และอิฐมารองด้านล่างเพื่อยกสูงให้ได้ระดับที่ต้องการ พื้นโต๊ะเหมือนเป็นอุปสรรคเพิ่มความยากไม่เนียนเรียบเหมือนโต๊ะปิงปองทั่วไป แต่ประกอบไปด้วยหลุมสากของมุมไม้ที่ซุกซ่อนทั่วไปตามแผ่นไม้ของแคร่ สำหรับเน็ตก็หาไม้แผ่นขนาดพอเหมาะแถวๆนั้นมาวางกั้นไว้ระหว่างกลาง หลังจากได้โต๊ะแล้วก็ขาดไม้ปิงปอง ไม้ปิงปองของเรามีกันหลายอัน แต่ละอันสภาพก็แตกต่างกันไปตามอายุและประสบการณ์ของมัน ที่ดีหน่อยก็ด้านหนึ่งเป็นยางสีดำเรื่อ ส่วนอีกด้านเป็นเพียงแผ่นไม้อัดเพรียวๆ ส่วนอันอื่นจะเรียกหายางเพื่อรองรับการกระดอนของลูกเป็นไม่มี ลูกปิงปองเราใหญ่กว่าปกติทั่วไปเป็นเพราะมันผ่านการอาบน้ำร้อนมาก่อน..ไม่เชื่อเหรอ..จริงๆนะ
แรงมือที่ผ่านไม้ไปกระทบกับลูกพลาสติกน้อยๆ ทำให้มันบุบเบี้ยวไปตามธรรมชาติ และเราก็ฝืนธรรมชาติของมันด้วยการทำให้มันเหมือนเดิม.....เราต้มมัน..
เสียงลูกปิงปองกระทบหน้าไม้ ป้อก แป้ก ดังขึ้นไปมาสลับกัน รับเสียงจังหวะน้ำฝนที่ตกผ่านหลังคาสีเทาหม่นเปาะแปะ
สมาชิกใหม่ของเรามาในจังหวะที่กำลังสนุก ไอเอกนั่นเอง เหมือนมีพรายกระซิบบอก ทุกครั้งที่ผมกับไอเอ๋มีกิจกรรมอะไรเล่นกันและเตรียมของเสร็จแล้ว ไม่นานนัก ไอเอกจะเข้ามาร่วมแจมด้วยเสมอไปเหมือนมีคนกระซิบบอกมัน
แต่อย่างน้อยมันก็เพิ่มความสนุกให้กับเรายิ่งขึ้นเมื่อต้องมีการนับแต้มและแพ้ออก ความขี้แกล้งของไอเอกก็จะพยายามตีลูกให้ไปตกมุมไม้ของโต๊ะที่เป็นหลุมเป็นบ่อ สลับกับไอเอ๋ที่ไม่ยอมแพ้ด้วยการถือทีเป็นทีมเหย้า ตอบโต้กลับด้วยการตีไปยังร่องไม้แม่นเหมือนกับจับวาง
ความจำเจกับโต๊ะปิงปองทั่วไปคงเงียบหาย ถ้ามาเจอกับโต๊ะปิงปองของพวกเรา ขนาดเทนนิสยังมีทั้งคอดดิน, คอดหญ้าและคอดปูน ทำไมโต๊ะปิงปองจะมีโต๊ะอุปสรรคแบบของเราไม่ได้กันเชียว
เสียงดังป๊อกใหญ่มาจากไม้ของไอเอกที่เฉาะไปบนลูกปิงปองขาวอวบ ความอวบอูมหดหายเป็นร่องบุ๋มไปในลูกปิงปอง ไอเอกยิ้มแห้งๆ มองหน้าไอเอ๋ที่ถือไม้ปิงปองนิ่งอย่างคนอารมณ์ค้าง
“มีอีกลูกป่ะ” ไอเอกถาม
“มีสิ แต่เป็นลูกกะโปกนะ” ไอเอ๋ตอบ
ผมหันไปมองไอเอ๋ พร้อมหัวเราะกับคำตอบมัน ไอเอ๋หันมายิ้ม
“เออดี เดี๋ยวกูขอตีสักหน่อย” ไอเอกพูดขึ้นบ้าง ก่อนจะวาดไม้ปิงปองในมือตีลมในอากาศไปมา
ไอเอ๋เดินไปหยิบลูกปิงปองที่อดีตเคยอวบอูมมาไว้ในมือ พยายามดันให้รอยบุ๋มกลับมาเหมือนเดิม แต่ยิ่งดันก็ยิ่งเพิ่มรอยบุ๋มลึกไปกันใหญ่
“เดี๋ยวมา เดี๋ยวกูเอาไปต้มก่อน” ไอเอ๋พูดพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้าน
หายเข้าไปไม่นานนัก ไอเอ๋ก็เดินส่ายหน้ากลับมา
“มันรั่วว่ะ แต่ไม่บุ๋มแล้วนะ” ไอเอ๋พูดพร้อมกับโชว์ปิงปองอวบขาวที่ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม จากนั้นจึงโยนลงไปบนโต๊ะ เสียงของมันดังแปลกหูไปไม่น้อย พร้อมๆกับประสิทธิภาพการกระเด้งของมันที่หายไปจากเดิมเกือบร้อยเปอร์เซนต์
การแข่งขันเริ่มขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ผมขอถอนตัว ขอเป็นเพียงคนเชียร์น่าจะสนุกกว่า ลูกปิงปองสร้างความสนุกให้กับไอเอ๋กับไอเอกได้เพียงสองเกมส์ก็เป็นอันหมดสภาพ กลิ้งลงไปนอนเกลือกกลั้วกับเปลือกกล้วยและถุงพลาสติกในกระป๋องขยะหน้าบ้านอย่างไม่มีใครสนใจ
โต๊ะปิงปองถูกปลดระวางเป็นแคร่ไม้สำหรับนั่งเหมือนเดิม ก่อนจะถูกลากไปวางริมผนัง แผ่นไม้ที่เป็นเน็ตถูกจับโยนไว้ที่เดิมของมัน ก้อนอิฐที่รองขาแคร่ถูกโยนไปเป็นหินทางเดินเฉกเช่นที่เคยเป็นมา
เราสามคนนั่งมองสายฝนที่ยังไม่ยอมเลิกโปรยปรายจากเบื้องบน ก่อนที่ไอเอ๋จะเดินเข้าไปเอาหนังสือการ์ตูนมานั่งอ่านเล่น ไอเอกถอดเสื้อเอนหลังนอนไปบนพื้นปูนสะดุ้งเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง ก่อนจะหลับตาลง ผมมองไกลไปยังข้างหน้าเห็นแม่นั่งถากหญ้าใต้โคนมะม่วงผมตัดสินใจเอามือป้องหัววิ้งตากฝนไปช่วยแม่
“แม่ ทำไมมาถากหญ้าตอนฝนตกล่ะ” ผมเรียกถาม เอามือปัดน้ำฝนบนหัว
“ถากตอนนี้สิดี ฝนตกทำให้ขุดหญ้าออกง่าย” แม่ตอบพร้อมรอยยิ้ม หยดน้ำฝกตกลงมาจากงอบของแม่รอบตัว
“งั้นเกินช่วยแม่นะ” ผมก้มลงไปพร้อมกับดึงต้นหญ้าจากดินดำ หญ้าติดมือขึ้นมาอย่างง่ายดายพร้อมเศษดิน ก่อนจะเคาะดินและโยนทิ้งไปอีกทาง
เส้นผมที่เปียกฝนถูกบดบังด้วยงอบของแม่ที่หยิบมาใส่ให้ผมโดยไม่ทันตั้งตัว
“ใส่เอาไว้ เดี๋ยวจะเป็นหวัดซะ” แม่บอก
“ไม่เป็นไรแม่ เดี๋ยวเกินสระผม” ผมบอกเหมือนทุกครั้งที่หัวเปียกน้ำฝน แม่มักจะให้ไปสระผมจะทำให้ไม่เป็นหวัด
ผมพี่งเข้าใจว่าแท้จริงแล้วธรรมชาติไม่ได้กำกับขอบเขตของเราเอาไว้สักนิด ทุกสิ่งอย่างที่เราไม่ชอบใจก็เป็นเพียงเพราะเรามองในมุมมองของตัวเราเองเท่านั้นเอง แม้ตอนนี้ผมไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน แต่ตอนนี้ผมก็ได้ทำอะไรบางอย่างที่เป็นประโยชน์ท่ามกลางสายฝน และดูเหมือนมันจะมีความสุขมากกว่าการออกไปวิ่งเล่นเสียอีกด้วยซ้ำไป.....