Bangkok--City

รถสองแถววิ่งปุเลงๆผ่านฝุ่นสีแดงข้างถนนซึ่งลอยคละคลุ้งตามแรงลมของรถที่วิ่งคันหน้าเป็นแนวยาว ไปบนถนนลาดยางมะตอยสำกระดำกระด่าง เป็นหลุมเป็นบ่อบ้างบางแห่ง เสียงรถเบรคโยกไปตามจังหวะหลบหลุมแม้เราจะมองไม่เห็นทางบอกให้เห็นถึงความชำนาญของคนขับ มองจาผมสีดอกเลาบอกอายุการขับมายาวนาน
ผมชะโงกหน้าออกนอกตัวรถเพื่อมองดูสองข้างทาง ต้นหญ้ากกสูงท่วมหัวขึ้นอยู่ริมคลอง อากาศยามสายของวันอาทิตย์ที่จะต้องนอนพักผ่อนอยู่บ้าน กลับต้องมานั่งในรถสองแถววิ่งคลุกฝุ่น
เสียงออดดังขึ้นเตือนให้คนขับจอดรถ ผมชะโงกหน้ากลับพร้อมปิดจมูก เพราะฝุ่นที่โถมเข้ามาในรถกลุ่มใหญ่ จนคนในรถบางคนถึงกับจามออกมา คนแก่คนหนึ่งพยุงตัวลุกขึ้นจากที่นั่งเบาะท้ายสุดเพื่อจะลง เด็กหนุ่มที่โหนอยู่ท้ายรถช่วยประคองมือยายจับลงรถอย่างระวัง เด็กวัยรุ่นคนนั้นอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ สักยันต์เต็มแขน ผมยาวยีนส์ขาด แต่น้ำใจล้นเหลือ เหมือนคำพระสอนให้มองในอย่ามองนอก ผมได้แต่มองดูแล้วยิ้มในใจ
เวลานั่งอันยาวนานจบลงที่ป้ายสุดท้าย ผมปัดฝุ่นที่เกาะกระเป๋าออก ละอองฝุ่นลอยฝุ้งจนผมต้องรีบลงเพื่อมาปัดฝุ่นข้างล่างตามขากางเกง ดีนะที่กางเกงไม่ได้ซักหยิบตัวเก่ามา ถ้าซักมาใหม่ๆน้อยใจแย่เลย ใส่แป้บเดียวฝุ่นจับแล้ว
ผมหยิบกระเป๋าตังค์ออกมานับเศษตังค์ที่พยายามสะสมในห้องให้ได้มากที่สุด เนื่องจากแบ้งค์ไม่มีแล้วและบัตรเอทีเอ็มก็หายไป สตางค์วันนี้พอแค่ให้ผมไปและกลับ กินอะไรไม่ได้ เมื่อเช้าไม่น่ากินข้าวเลยอย่างน้อยยังพอมีเงินซื้ออะไรกินที่นี่ได้
ผมเดินๆๆ ไปยังจุดหมายที่ผมต้องไป อย่างน้อยการเดินมันก็เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ผมไม่ท้อหรอกถึงท้อผมก็ไม่ถอย อย่างน้อยก็วันนี้แหละที่ผมต้องเดินและก็คงต้องเดินต่อไป



นพพร จันทร์ฉิม
View full profile